เกิดความคิดใหม่ๆ ในการจัดกิจกรรมแบบไม่น่าเชื่อ

ตอนที่ ๑

อิ่มกันแล้วเราก็เริ่มการประชุมในภาคบ่าย

ฐานที่ ๒ จัดการเรื่องยากๆ ด้วยคุณภาพการบริการ
คุณหมอสมเกียรติที่นั่งฟังคนอื่นไปเตรียมงานของตัวเองไปด้วย ขอเสนอแผนกิจกรรมในฐานที่ ๒ ก่อน มีโจทย์มาถามว่าทำอย่างไรจะให้ผู้ป่วยอยู่กับโรคได้อย่างมีคุณภาพชีวิต...ถ้ามีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นแล้ว ก็มีระบบการดูแลที่ดี ไม่แยกส่วน (ที่เป็นอยู่ดูแลแยกส่วนจนเหมือนผู้ป่วยได้รับการดูแลน้อยกว่าเดิม)... พวกเราช่วยกันคิด คนทำงานยอมรับว่าทุกวันนี้เราคัดกรองโรคแทรกซ้อนกันได้เยอะแล้ว แต่คัดกรองแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ... คนดูแลไปต่อไม่ถูก ต้องมีระบบการดูแล ระบบที่เชื่อมโยง วิธีคิดที่มองทั้ง Biopsychosocial….

จากหลายความคิด สรุปได้ว่ากิจกรรมของเราจะเริ่มด้วยการให้ผู้เข้าประชุมได้เห็นความทุกข์ของผู้ป่วย... เบาหวานไม่ใช่แค่เบาหวาน...มีตัวอย่าง Best practice ที่ทำได้จริงให้เรียนรู้... ช่วยกันคิดภาพของการดูแลผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนต่างๆ อย่างเชื่อมโยง ให้เกิดความรู้สึกว่านี่คือผู้ป่วยของเรา...แนะนำเครื่องมือในการดูแลที่ใช้แล้วได้ผลดี...

นอกจากได้ภาพของกิจกรรมครบตามที่ต้องการแล้ว ยังได้กำไรที่ นพ.จักรกริช โง้วศิริ และ พญ.อารยา ทองผิว จะมาร่วมรับผิดชอบการจัดกิจกรรมในฐานนี้อีกด้วย

ฐานที่ ๔ รู้ทันปัญหา รู้ทางแก้ไข
คุยกันแล้วได้ความว่าฐานนี้จะมีผู้ป่วยเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงตัวจริงมาเป็นโจทย์เป็นๆ ให้กลุ่มผู้เข้าประชุมช่วยกันค้นหาปัญหาและวิธีการแก้ไข มีข้อมูลและคำตอบในเรื่องหลักๆ คือ SMBG อาหาร ยา ออกกำลังกาย สถานการณ์พิเศษ คุณธวัชเสนอให้มีใบงานกำกับด้วย เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประชุมแต่ละคนได้คิดว่าจะทำอย่างไร เลือกวิธีการที่หลากหลายไปทำต่อ พร้อมๆ กับการสร้างแรงบันดาลใจ

ฐานที่ ๑ เส้นทางการดูแลต่อเนื่อง เชื่อมร้อย เชิงรุก
เราอยากได้ยินผู้ป่วยบอกว่า “ดีจังเลยที่ได้อยู่ในระบบนี้” เข้าฐานนี้แล้วผู้เข้าประชุมจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย มีคน (facilitator) พาไปดูงานกลุ่มละที่ (ได้ฝึกเรื่องการไปดูงานโดยใช้ KM อีกด้วย) ดูงานแล้วจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่ออีกว่าของใครมีดีแบบนี้อีกบ้าง แต่ละกลุ่มนำเสนอต่อกลุ่มใหญ่ว่าที่ไหนเขามีอะไรดีอย่างไร

การประชุมวันนี้ได้สาระเพียบ เกิดความคิดใหม่ๆ ในการจัดกิจกรรมแบบไม่น่าเชื่อ ไม่มีความซ้ำซ้อนกันเลย กว่าจะเสร็จก็ใกล้เวลา ๑๕.๓๐ น. น้องๆ เภสัชกรยังจับกลุ่มคุยกันต่อ ดิฉันและหมอฝนเดินทางไปพบ ผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีศาลาแดง ไปถึงพร้อมๆ กับน้องอัมพรจาก บ.จินตนาการ พอดี

 

ผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์

อาจารย์สมเกียรติมาอยู่เวร เราเลยได้โอกาสเหมาะขอมาคุยเรื่องการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง  รพ.จุฬาฯ มีหลายตึกซับซ้อน เดินไม่ค่อยถูก ต้องโทรศัพท์ถามเป็นระยะและต้องให้อาจารย์เขามารับพวกเราไปที่ห้องประชุมของหน่วยฯ อาจารย์สมเกียรติเล่าให้ฟังถึงงานที่ทำประกอบสไลด์ นำหนังสือและเอกสารต่างๆ มาให้ดู นั่งได้พักเดียวก้ได้ยินเสียงฝนตกหนักอยู่ข้างนอก

งานที่เราสนใจคือการจัดค่าย One day camp สำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่เอาหลักเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาใช้ เคยจัดมาแล้ว ๕ ครั้ง มีกิจกรรมให้ผู้ป่วยเรียนรู้หลายเรื่อง เช่น สอนวิธีกินผัก ฝึกหายใจช้า เดินจงกลม เดินเร็ว ชี่กง mental health training คนที่เข้าค่ายต้องมีการปรับเรื่องยาก่อน ให้ทำ self home BP monitoring ๗ วัน มีกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองเพื่อเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้น

เราได้เรียนรู้วิธีการ calibrate เครื่องวัด BP ได้แนวการตั้งชื่อกิจกรรมให้น่าสนใจ เช่น “กิน ดม ชม อ่าน” หมอฝนซักถามรายละเอียดของการทำงานมากหน่อย เนื่องจากจะนำไปใช้ในชุมชนต่อ ดิฉันชวนให้อาจารย์สมเกียรติเข้ามาร่วมเป็นแกนนำในเครือข่าย คุยกันจนเกือบ ๑๘ น. อาจารย์สมเกียรติได้เวลาต้องไปส่งเวร ดิฉันกับหมอฝนลากลับ (ต้องขอยืมร่มไปด้วย) น้องอัมพรนั่งรอขอคุยรายละเอียดต่อ

เรากลับไป รพ.เปาโลด้วยรถไฟฟ้าเช่นเดิม ดิฉันขับรถไปส่งหมอฝนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อขึ้นรถตู้ไปบ้านที่สระบุรี ก่อนกลับบ้าน เราใช้เวลาของวันนี้ทั้งวันเพื่อการเตรียมงานมหกรรม KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูงจริงๆ ปีนี้งานของเราแตกต่างจากเดิม ไม่ทิ้งเรื่อง KM ให้ผู้เข้าประชุมเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม ไม่ใช่การนั่งฟังอย่างเดียว

ทีมทำงานทุกคนดูมีไฟและกระตือรือร้นอย่างยิ่ง แม้จะต้องช่วยกันทำงานอีกมาก แต่แววตาและน้ำเสียงก็สะท้อนว่าพวกเรามีความสุขที่ได้ทำงานนี้

วัลลา ตันตโยทัย