ควายธนู ความเชื่อทางไสยศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม
สวัสดีค่ะ วันนี้มาในเรื่องไสยศาสตร์และความเชื่อค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า
กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ ได้มีโอกาสไปร่วมสัมมนากับปราชญ์เกษตรค่ะ แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเกษตรโดยตรงหรอกค่ะ แต่เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของชุมชนเกษตรกรรม
ในคืนวันสุดท้ายของงานมีปราชญ์ท่านหนึ่งชื่อพ่อหมอชาลี ขวัญเมืองจากจ.แพร่ค่ะ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญในด้านสมุนไพรและธาตุเจ้าเรือน มาแสดงความสามารถพิเศษ คือควายธนูค่ะ พ่อหมอเรียกอีกอย่างว่าธนูไฟ พ่อหมอบอกว่าต้องการแสดงให้รู้ว่ามีอยู่จริง ไม่ได้ลบหลู่และไม่ได้โอ้อวด เพราะว่ากลัวเข้าตัวเอง
พ่อหมอมีอุปกรณ์มาค่ะ แต่ไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆว่ามีอะไรอยู่บ้าง ได้แต่ดูอยู่ห่างๆค่ะงานนี้ พ่อหมอก็พนมมือ แล้วท่องคาถา ซักพักใหญ่ๆ ก็มีควันลุกออกมาในถาดที่พ่อมาเอามา แต่สังเกตดูว่าพ่อหมอจะเอาน้ำพรมอยู่ตลอดเวลา เขาบอกว่าไม่อย่างนั้นไฟจะลุกท่วม สรุปแล้วก็ได้เห็นแค่นั้นล่ะค่ะ แต่ก็ประหลาดใจว่ามีควันได้ยังไง เสียดายที่ไม่ถ่ายรูปตอนมีควันไฟเพราะแบตกล้องถ่ายรูปหมดเสียก่อน

ควายธนู เป็นเครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ สะท้อนให้เห็นระบบความเชื่อทางไสยศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม อันมีความผูกพันกับวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานในด้านการเกษตร
วิชาเหล่านี้เป็นการทำหุ่นพยนต์รูปแบบหนึ่ง หุ่นพยนต์สามารถทำได้ทั้งรูปคนและสัตว์ ที่นิยมมีทั้งวัวธนูและควายธนู สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น สานจากไม้ไผ่ ปั้นด้วยดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า ,เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น เอามาหลอมรวมกันหล่อเป็นรูปควาย บางสำนักใช้โครงเป็นไม้ไผ่แล้วพอกด้วยครั่งที่ได้จากต้นพุททรา เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องปลุกเสกตามพิธีกรรม แล้วเลี้ยงไว้ให้ดี ต้องหาหญ้าและน้ำเลี้ยงเสมอ เชื่อว่าสามารถใช้ให้เฝ้าบ้านหรือไร่นา ใช้งานได้ตามความประสงค์ ทั้งป้องกันภูตผีและโจรผู้ร้าย และสามารถสั่งให้ไปสังหารคู่อริได้อีกด้วย
มีคาถาใช้เสกเมื่อทำควายธนูว่า โอมปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอิศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ
ความเชื่อเรื่องควายธนูมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย บางท้องถิ่นเชื่อว่าผู้เลี้ยงต้องดูแลอย่างดีหมั่นให้อาหารและปล่อยออกไปท่องเที่ยว จะประมาทหลงลืมไม่ได้ ไม่เช่นนั้นควายธนูจะหวนมาทำร้ายเจ้าของเสียเอง แต่บางแห่งก็ถือเป็นเสมือนเครื่องรางธรรมดาสำหรับใช้พกพาติดตัว การสานวัวหรือควายธนูที่ทำจากไม้ไผ่นั้นมีเเบบมาจากสายพ่อค้า
การทำธนูมือเเต่วัวหรือควายธนูนี้จะเเรงมากก็คือการปราบเสือเย็น(เสือสมิง สะ-หมิง)เเละยังใช้ทำน้ำมนต์ประพรมสิ่งของขายดีต่างๆนาเพราะเเบบนี้จึงเป็นสายพ่อค้าเเต่เเบบไหนก็ใช่ได้เหมือนกันครับอาจต่างที่รูปมวลสารอาจเป็นผงเป็นโลหะไม้ไผ่เเล้วเเต่เจตนาของผู้สร้าง
ถ้าใครมีความรู้หรือเคยพบเห็นเรื่องราวแบบนี้ช่วยนำมาแลกเปลี่ยนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
MoTtAnOi 18/10/53
ขอบคุณค่ะ..มาเรียนรู้ความเชื่อของท้องถิ่น..มองลึกไปถึงการนับถือสัตว์ทำงานที่ยังประโยชน์แก่อาชีพเกษตรกรรมแต่ดั้งเดิมนะคะ..
ควายธนู เคยเห็นพิธีกรรมที่นักเลงเคยทำให้ดู ที่ปักษ์ใต้ ยาสั่งเมืองตรัง ทุกวันนี้ยังคงมีอยู่
สวัสดีค่ะ คุณนงนาท คุณวอญ่าฯ ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
ขอบพระคุณพี่
และพี่
มากๆครับ ชื่อน่ารักดีครับ ก็อยากเรียนเชิญทุกๆท่านน่ะครับ นึกเสียว่าร่วมทำกุศลด้วยกันครับ ผมเชื่อว่าการเข้ามามีส่วนร่วม ณ ขณะนี้มีความสำคัญมากๆครับ ขอบคุณครับ
พี่ๆท่านใดจะเสนอชื่อก็ขอเรียนเชิญน่ะครับ เมื่อได้รายชื่อถึง 30 รายชื่อ ผมจะนำเรียนเสนอให้ผู้บริหารคัดเลือกครับ
ส่วนเรื่องควายธนู ผมทราบครับ เชื่อว่าต้องเป็นความที่มีความสามารถ ในการยิงธนูแน่ๆเลยครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผมก็เคยได้ข่าวมีคนโบราณชอบใช้ป้องกันภัยและเล่นงานศัตรูครับ อยากเห็นเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่เคยมีใครให้ดูเลยครับ
สวัสดีค่ะ คุณสามารถ คุณสามสัก อ.โสภณ
ขอบคุณที่มาติดตามเรื่องควายธนูนะคะ ควายยิงธนูของคุณสามารถนี่คงจะเก่งนาดู อิอิ
พ่อหมอที่เขามาแสดงให้ดู เขาก็ว่าเป็นการแสดงว่าให้เห็นว่ามีจริง ไม่ได้แสดงว่าใช้อย่างไร หรือว่าเห็นเป็นตัวๆมาหรอกค่ะ เห็นอยู่ไกลๆยังไม่แน่ใจเลยค่ะว่ามันคืออะไรกันแน่ ควายธนูจริงๆเป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่นะคะ ยังไม่อยากพบปะเป็นการส่วนตัวค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านบันทึก "ควายธนู" ขอบคุณบันทึกดีๆที่มีมาให้ได้อ่าน ขอบคุณน่ะค่ะ
-สวัสดีครับ...
-แวะมาดู "ควายธนู"...
-พิธีกรรมนี้....น่าสนใจ...ผมยังบ่เคยเห็นครับ...