เมื่อเราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้รับรู้สิ่งใหม่ เราก็รู้แบบเก่า ๆ ซึ่งบางเรื่องก็รู้มาแบบผิด ๆมาตลอด
เมื่อเราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้รับรู้สิ่งใหม่ เราก็รู้แบบเก่า ๆ ซึ่งบางเรื่องก็รู้มาแบบผิด ๆมาตลอด ในเรื่องศาสนพิธีต่าง ๆของเราก็เช่นกัน เราจะต้องเข้าร่วมเรียนรู้ตลอดเพราะบางเรื่องมันก็เพิ่งกระจ่างเอาเมื่อตอนเราอายุล่วงเลยมาไกล จนคิดว่าความรู้ไม่น่าจะนำไปใช้อะไรได้ แต่ขอให้ถือเสียว่าเราได้ช่วยทำให้ความศรัทธาต่อพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ก็น่าจะกระทำเพื่อช่วยตอกย้ำใจให้ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยได้อย่างดีเยี่ยมจึงเป็นระเบียบแบบแผนอันดีงามที่ควรรักษา ไว้คู่กับพระพุทธศาสนาตลอดไป
ในพระพุทธศาสนาแบ่งศาสนาพิธีออกเป็น ๔ หมวดใหญ่ ๆ ดังนี้
๑. กุศลพิธี เป็นพิธีที่เกี่ยวเนื่องกับการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนา เช่น การรักษาศีล เป็นต้น
๒. บุญพิธี เป็นพิธีทำบุญเนื่องด้วยประเพณีการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป มีบุญมงคลและอวมงคล เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญหน้าศพ เป็นต้น
๓. ทานพิธี เป็นพิธีถวายทานต่างๆ เช่น ถวายสังฆทาน เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น
๔. ปกิณกะพิธี เป็นพิธีเบ็ดเตล็ด ได้แก่การอาราธนาศีล การประเคนของพระ เป็นต้น
-สวัสดีครับคุณธนา....
-มาอ่านเรื่อง "ศาสนาพิธี" ครับ
-แบ่งเป็น ๔ หมวดใหญ่ ๆ ดังนี้ คือ
1.กุศลพิธี
2.บุญพิธี
3.ทานพิธี
4.ปกิณกะพิธี ครับ....
-กลับมาจากพิจิตร ไปดูเขาแข่งเรือยาว...เอา...ส้มโอ...มาฝากครับ...
เป็นคววมรู้ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีครับคุณ ธนา
เหมือนศาสนอิสลามก็เช่นกันครับ
ในอดีต มีการแปลความคัมภีร์ผิดๆ เช่นแปลว่า ...อัลกรุอ่านนี้เป็นยารักษาโรค คนโบราณเลยเอาคัมภีร์ต้มน้ำกินกันเป็นยา
ที่จริงความหมายของคำว่าเป็นยารักษาโรค คือ โรคทางใจ โรคอิจฉา โรคริษยา ใช้อัลกรุอ่านเป็นธรรมะรักษษโรคครับท่าน
ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้ดีๆ ซึ่งเราเป็นคนทำงานร่วมกับสังคมจะได้นำพูด นำไปใช้ให้ถูกต้องครับ