วันนี้ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน  "ก่อนอำลา" จากการสำรวจสอบถามมาก่อนล่วงหน้า ๑ สัปดาห์  "นักเรียนลงความเห็นว่าขอรับก๋วยเตี๋ยวหมูและลูกชิ้นหมู" คุณครูแหววเป็นแม่งานดำเนินการจัดรายการและนำทีมเข้าครัว

        คุณครูเจี๊ยบ นำนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนของ อบต.มารับไปทานที่ห้องเรียนของศูนย์ เพราะต้องดูแลพิเศษ  คุณครูน้ำและคุณครูผึ้ง นำนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๑ และ ๒ ติดตามและควบคุมน้องอนุบาลด้วยเหมือนกัน

         ส่วนนักเรียนชั้นอื่น ๆ มาเข้าแถวรับชามก๋วยเตี๋ยวจากคุณครูโบตั๋น คุณครูดัม คุณครูมิ้ม คุณครูแตง คุณครูเด คุณครูนิน คุณครูกฤษณ์ คุณครูกานต์ คุณครูชาญ ตามลำดับตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษานอกจากทำหน้าที่ช่วยเหลือคุณครูบริการน้อง ๆ แล้ว  ยังต้องให้การบริการตัวเองได้ด้วย  ไม่เป็นภาระของครู  ส่วนคุณครูอั๋น  ทำหน้าที่ถ่ายภาพ

          เมื่อทานก๋วยเตี๋ยวอิ่มหนำกันทุกคนแล้ว  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ "ทำหน้าที่ดำเนินรายการ"  แบบพร้อมใจกันจัดให้  โดยให้นักเรียนกลับมาเข้าห้องประชุมใต้ถุนอาคาร  ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นการกล่าว "คำขอบคุณ"

          น้องตู๋และน้องเอ๊ก ทำหน้าที่พิธีกรแจ้งให้นักเรียนทั้งโรงเรียนทราบเรื่องการลาออกของฉัน  และได้เชิญให้นักเรียนแต่ละชั้นมาพูดแสดงความรู้สึกที่หน้าห้องประชุม  คุณครูทุกท่านรวมทั้งฉันรู้สึก "ประหลาดใจปนทึ่ง" ในความสามารถของน้องทั้งคู่และความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

         นอกจากการพูดแสดงความรู้สึกแล้ว  มีการร้องเพลง และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ แต่งเพลงด้วยตนเองและออกมาร้องให้ฟัง  เป็นเพลงสั้น ๆ ที่มีความหมายมาก  ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ได้ยกมือว่า "ชั้นมอสามของพูดความรู้สึกต่อครูทั้งชั้น" คุณครูโบตั๋นได้จดบันทึกทุกถ้อยคำพูดของนักเรียนทุกคนที่กล่าวแสดงความรู้สึก

         ตอนสุดท้ายนักเรียนได้เข้าแถวมากราบ กอด และถ่ายภาพร่วมกัน หลายคนร้องไห้โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ร้องไห้ทั้งหญิงและชาย  นำภาพมาฝากให้ชมข้างล่างนี้  ส่วนของนักเรียนชั้นอื่นจะนำลงในบันทึกหน้า

          ตามปกติเมื่อนั่งรถกลับบ้านฉันและน้องอั๋นจะคุยกันตลอดทาง  แต่วันนี้ฉันคุยอะไรไม่ออก ได้แต่คิดและอ่านบันทึกที่คุณครูโบตั๋นเขียนตามที่นักเรียนกล่าวแสดงความรู้สึก "เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก"  ความหมายที่นักเรียนสื่อออกมาคล้ายกัน  ขอเก็บบรรยากาศมาเล่าตามนี้

         ก่อนที่จะแสดงความรู้สึก  นักเรียนจัดรายการร้องเพลงก่อน นักเรียนชาย ม.๓   ร้องเพลงอะไรไม่ทราบ  แต่แอบแฝงไปด้วยความว่า "เรื่องมีอยู่ว่าเธอไม่รักฉัน เธอจึงทิ้งฉันไป" และดัดแปลงเนื้อร้องตอนท้ายว่า  "แม้คุณครูจะจากไปพวกเราก็รักคุณครู"  ติดตามด้วยเพลง "โรงเรียนของหนู,ตลอดเวลา และโอ๊ย ๆ"

         ก่อนที่จะรับฟังนักเรียนแสดงความรู้สึก  ฉันต้องตั้งสติหายใจยาว ๆ หลายครั้งและพยายามยิ้ม ๆ ๆ "ไม่ควรให้เด็กเห็นน้ำตา" แต่ก็ทำให้ดวงตาลางเลือนพร่าพรายจนได้  คำพูดของเด็กแม้จะสั้น ๆ แต่ซาบซึ้งใจมาก

         "ผมขอขอบพระคุณที่คุณครูให้โอกาสผม  ทำให้ผมมีวันนี้  ถึงแม้ว่าไม่อยากให้คุณครูลาออก  แต่ก็สุดวิสัยของผม  เมื่อคุณครูลาออกไปแล้ว  ผมจะไม่ลืมคุณครูเลย  คุณครูจะไปอยุ่ที่ไหนก็ตาม  ผมขอบอกว่าคุณครูจะอยู่ในดวงใจของผมเสมอครับ"  ความรู้สึกของน้องกายที่ใคร ๆ ว่าเป็นเด็กเกเรเหลือขอ  แต่ปัจจุบันน้องกายคือเด็กที่ค้นพบตัวเองบ้างแล้ว  สังเกตว่าน้องกายมีน้ำตาเล็กน้อย

        "คุณครูครับ  เมื่อคุณครูลาออกไปแล้ว  ผมคงจะเป็นเด็กเกเรอีกหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะไม่มีใครคอยติดตามและห่วงใยผมอีกต่อไป  แต่ผมจะพยายามครับจะเป็นคนดีเหมือนที่เคยสัญญากับคุณครู" น้องเบียร์เด็กเงียบขรึมและพูดน้อย

        "ผมจะระลึกถึงพระคุณของคุณครูตลอดเวลา  ผมจะไม่มีวันลืมคุณครูเลยครับ สิ่งดี ๆที่คุณครูเคยมอบให้ผม  ผมจะจดจำ  เมื่อผมคิดถึงคุณครูผมจะไปหาคุณครูครับ"  น้องเอ๊กพิธีกรกล่าวอย่างช้า ๆ

        "ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ผมรักและเคารพคุณครูเสมอครับ จะคิดถึงคุณครูตลอดไปครับ" น้องตุ่นพูดและทำตาแดง ๆ

        "คุณครูเคยให้ความช่วยเหลือและดูแลหนู  ให้ทุนการศึกษาและให้เสื้อผ้าแก่หนู   และสั่งสอนให้หนูเป็นคนคิดดีทำดี หนูจะไม่ลืมพระคุณค่ะ"  น้องนุ่นกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

          "ผมก็เหมือนกับเพิ่อน ๆ ทุกคนครับ ที่รักและไม่อยากให้คุณครูจากพวกเราไป ทุกสิ่งทุกอย่างและแรงบันดาลใจที่คุณครูมีให้สำหรับผม  ผมไม่เคยลืมครับ สำหรับผมหากคิดถึงผมจะไปหาคุณครูครับ ผมรักคุณครูครับรักมากครับ"  ความรู้สึกจากน้องตู๋คู่หูคู่คิดและเป็นพิธีกรในวันนี้

         "หนูรักคุณครูค่ะ และจะรักตลอดไปไม่มีวันลืมค่ะ หนูจะจำคำสั่งสอนและตามที่คุณครูอบรม หนูจะเป็นคนดีค่ะ" น้องรุ่งพูดไม่จบส่งไมค์ให้น้องพัด ได้แต่เสียงสะอื้น  น้องพัดบอกว่า "หนูก็รักคุณครูค่ะ หนูทำใจไม่ถูกทั้ง ๆ ที่หนูได้ทราบว่าคุณครูจะลาออกมาก่อนแล้วค่ะ"

        "ผมเป็นเด็กติดบุหรี่  เลิกได้เพราะคุณครูอบรมสั่งสอนและขอร้องผมเมื่อมอสอง และคุณครูไม่เคยแม้จะด่าว่าผมสักคำ ผมได้กลับมาติดอีกเมื่อโรงเรียนปิดเทอม  จนถึงเปิดเทอมมอสามผมก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้  วันนั้นที่ผมเดินเข้าห้องเรียน คุณครูได้ส่งสบู่ให้ผมไปล้างมือและบอกว่าให้ล้างหน้าด้วย  ตั้งแต่วันนั้นผมก็สำนึกว่าคุณครูคงได้กลิ่นบุหรี่จากผม ผมจึงเลิกบุหรี่ได้ตั้งแต่วันนั้น  การเลิกบุหรี่ของผม ผมขอมอบเป็นของขวัญให้คุณครูครับ  ผมจะไม่ลืมคุณครูครับ" เสียงจากเด็กติดบุหรี่คนหนึ่ง

        ขณะที่เด็กกล่าวอยู่นั้น  สังเกตว่า "คุณครูลุกเดินหนีไปหลังอาคารบ้าง ไปห้องน้ำบ้าง และบางคนไปแอบอยู่ใต้ต้นไม้นอกอาคารเรียน"

       นักเรียนกล่าวกันทั้งชั้น บางคนแทบพูดอะไรไม่ออก  แต่ได้มาบอกที่หลังตอนที่มากราบทีละคนและถ่ายภาพ  สรุปได้คล้ายกัน  "รู้สึกเสียใจและไม่อยากให้คุณครูลาออก  อยากให้คุณครูอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเรารักคุณครู ขอให้ครูมีสุขภาพแข็งแรง  แล้วจะไปเยี่ยมคุณครูที่บ้าน"  ขอขอบคุณนักเรียนมอสามที่จัดให้ 

       การที่นักเรียนชั้น ม.๓ สามารถคิดและกล้าแสดงออกได้แบบนี้  เพราะได้ฝึกให้ทำงานที่ถนัด  ได้รับคำชี้แนะชี้นำ การยอมรับของครูและเพื่อ ทำให้ภูมิใจในตนเอง และมีความมั่นใจในการกล้าคิด กล้าทำมากขึ้น