เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว  ฉันเคยนั่งรถผ่านบริเวณแห่งหนึ่ง  บนถนนมิตรภาพหมายเลขที่ ๑๒   ฉันจำได้ติดตาว่า  มีสวนกว้างใหญ่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา เต็มไปด้วยดอกเฟื่องฟ้าหลายขนาด  หลากสีสัน  สวยงามมาก  และอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก  สมัยนั้นถนนมิตรภาพเป็นถนน ๑ ช่องทางจึงสามารถชมดอกเฟื่องฟ้าได้ถนัดตาทั้งไปและกลับ

          ภายหลังถนนมิตรภาพได้ขยายเป็น ๒ ช่องทาง  สวนดอกเฟื่องฟ้าก็ยังตั้งอยู่เหมือนเดิม และมีไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มขึ้น  แต่ฉันสังเกตเห็นหมู่บ้านจัดสรรถูกสร้างขึ้นบนทุ่งนา  คราวนี้ฉันนั่งรถผ่านทั้งเช้าและเย็น  เนื่องจากเป็นเส้นทางไปโรงเรียน

           ฉันชอบมองบรรยากาศของหมู่บ้าน  โดยเฉพาะแถวที่อยู่ติดทุ่งนา  คงเป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ  อากาศคงดีและเย็นสบาย  อีกอย่างหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ไกลตัวเมืองเลย  รถประจำทางวิ่งจากในเมืองประมาณ ๑๕ นาทีก็ถึงแล้ว

          ถึงแม้ว่าจะชอบทำเล  แต่ฉันก็ไม่เคยคิดว่าที่จะมาซื้อบ้านที่นี่  เพราะฉันมีบ้านอยู่แล้ว  แต่เนื่องจากเพื่อนของฉันคนหนึ่ง  ซึ่งทำงานอยู่ที่ต่างประเทศได้ขอร้องให้ฉันไปหาบ้านให้สักหลังหนึ่ง เอาแบบที่สร้างสำเร็จแล้ว  และควรอยู่ชานเมืองอีกด้วย

           ฉันได้ไปตระเวนไปหาดูตามหมู่บ้านจัดสรรทุกแห่งในจังหวัดพิษณุโลก  เมื่อเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนจึงพอใจที่นี่  วันหนึ่งฉันได้พบกับเจ้าของโครงการ  ฉันจำไม่ได้ว่าคุยกันอย่างไรบ้าง  “ฉันควักเงินจ่ายให้เขาเป็นค่าจองอย่างไม่รั้งรอ”  เพียงแต่รู้สึกว่า “เขาคุยเก่งมาก ฟังแทบไม่ทันและเว้นช่องว่างให้ฉันพูดน้อยที่สุด

         ต่อมาเพื่อนของฉันได้เสียชีวิตลงที่ต่างประเทศ   ก็ไม่สามารถซื้อบ้านที่จองได้ ฉันได้ไปติดต่อขอเงินคืนจากเจ้าของโครงการฯ  ตอนแรก  “เขารับปากว่าจะคืนให้  จนแล้วจนรอดก็ไม่คืน”   เพื่อความรับผิดชอบ  ฉันจึงขอคืนเพียงครึ่งหนึ่งก็ยังคืนให้ฉันไม่ได้  ทำให้ฉันแก้ปัญหาโดยต้องซื้อบ้านเอง  และเลือกได้บ้านหลังนี้  เพราะชอบทำเลที่อยู่หัวมุม  หันหน้าไปทางทิศตะวันออก  และทางทิศเหนือมองขึ้นไปเห็นเขาสมอแคลงอันมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ   มีวัดที่ตั้งเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว  และศาลเจ้าพ่อเห้งเจียที่มีบรรยากาศ

            ฉันจึงได้มาอยู่ที่นี่หมู่บ้านที่ฉันแอบชอบมานาน  บ้านหลังนี้ถูกก่อสร้าง  เป็นโครงบ้านแล้ว  ฉันทราบจากเจ้าของโครงการฯ บอกว่าเจ้าของคนแรกมีปัญหาไม่ผ่านเครดิตจากธนาคารจึงปฏิเสธไม่ซื้อ  ฉันจึงเลือกหลังนี้แทน  ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมา เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ พื้นที่เพียง ๘๐ ตารางวาเท่านั้น  แต่ภายหลังได้ต่อเติมให้เป็นพื้นที่ใช้สอยเต็มบริเวณ 

          ด้านหลังบ้านและด้านทิศเหนือยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่า  หากมีคนมาซื้อเขาจึงจะปลูกให้ทีละหลัง  ฉันชอบไปเดินเล่นพื้นที่ว่าง ๆ เมื่อฝนตกจะได้ยินเสียงเขียด กบและอึ่งอ่างร้อง  และมีผักบุ้งให้เก็บมากมาย  ต่อมามีบ้านเพิ่มขึ้นปีละหลังสองหลัง  และเกือบเต็มพื้นที่ในปัจจุบัน และไม่ได้ยิน เสียงเขียด กบและอึ่งอ่างร้องอีกเลย

            จากการสอบถามคนเก่าแก่ที่มาอยู่  ได้ทราบว่าคนแรกที่มาซื้อบ้านคือคุณครูวาสนา  ปัจจุบันเกษียณอายุราชการและย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว   ครูวาสนาเป็นเพื่อนเจ้าของโครงการ  และมาอยู่ที่นี่เมื่อแรกเริ่มก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๘ มีชื่อว่า “หมู่บ้านเฟื่องฟ้าการ์เด้นท์โฮม”  ตามที่มาของเจ้าของโครงการคนแรกที่เริ่มต้นด้วยการขายดอกเฟื่องฟ้านั่นเอง

            หมู่บ้านเฟื่องฟ้าได้ขยายตัวออกเป็น ๒ โครงการคือโครงการ ๑ และโครงการ ๒    สำหรับบ้านของฉันอยู่ในโครงการ ๒  มีบ้านอยู่จำนวน  ๗๐ ครอบครัว  ถ้ารวมกับโครงการ ๑ อีกประมาณ ๖๐ ครอบครัว  รวมเป็น ๑๓๐ ครอบครัว  ผู้ที่อาศัยอยู่หมู่บ้านเฟื่องฟ้าทั้ง ๒ โครงการ  ส่วนใหญ่รับราชการครู  ทำให้มีผู้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าเป็น “หมู่บ้านครู

          เดิมเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในความปกครองดูแลของหมู่ที่ ๒ ตำบลวังทอง  อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก พวกเรามีการประชุมเพื่อจัดตั้งผู้ใหญ่บ้าน (แบบไม่เป็นทางการ) มีคณะกรรมการหมู่บ้านฝ่ายต่าง ๆ ภายหลังพวกเราทั้งสองโครงการได้ยื่นเสนอต่ออำเภอ  เพื่อขอจัดทั้งหมู่บ้านใหม่  จึงเป็นหมู่ที่ ๑๔  มีผู้ใหญ่บ้านอย่างเป็นทางการ 

          ภายหลังเมื่อถูกตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่ที่ ๑๔ ของตำบลวังทองแล้ว  จึงได้รับการดูแลจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง  เข้ามาจัดการเรื่องขยะและสิ่งแวดล้อม  ดูแลเรื่องความสะดวกด้านสาธารณูปโภค และจัดทำถนนเทคอนกรีตให้ใหม่  และพวกเรากำลังร้องขอศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนให้กับหมู่บ้าน

          หมู่บ้านเฟื่องฟ้าฯ ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ  อันเป็นทางหลวงสัญจรระหว่างภาคเหนือไปยังหลายจังหวัดในภาคอิสาน  ห่างจากอำเภอวังทอง ๒ กิโลเมตร และห่างจากตัวเมือง ๑๓ กิโลเมตร ถึงแม้จะอยู่ติดเส้นทางใหญ่  แต่ไม่มีเสียงรบกวนจากยวดยานพาหนะแต่อย่างใด  เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบจริง ๆ ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย  มีต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นปอดให้สมาชิกในหมู่บ้าน  มีทุ่งนาส่งสายลมเย็นมาให้อย่างสบาย ๆ  

         ปัจจุบันบริเวณสวนไม้ประดับดอกเฟื่องฟ้า  หน้าปากซอยไม่มีดอกเฟื่องฟ้าขายแล้ว  กลับกลายเป็นที่ตั้งของตึก ๓ ชั้น ๓ คูหา  และล้อมรั้วสูงใหญ่หนาแน่น  ด้านในเป็นสวนจำลอง  เพราะเป็นสถานที่รับจัดสวน  และตกแต่งบริเวณไปแล้ว

         ผู้คนชาวหมู่บ้านเฟื่องฟ้า  มีความรักความสามัคคีกัน  แม้ว่าพวกเราจะมาต่างคน ต่างถิ่นก็ตาม  เมื่อมาอยู่รวมกัน  พวกเราสามารถจัดระเบียบสังคม และมีการรักษาวัฒนธรรมอันดี  มีกิจกรรมที่แสดงถึงความช่วยเหลือเกื้อกูลและเอื้ออาทรต่อกันเสมอ