ความยิ่งใหญ่แห่งโรม-1

โสภณ  เปียสนิท 

.....................................

“วิหารแพนธีออน”

            หลังเยี่ยมชมวิหารแพนธีออน ผมและพี่บันลือเข้าเยี่ยมชมวิหารเล็กหลังหนึ่ง ภายในโบสถ์อันค่อนข้างมืดและเงียบสงบ คนชราชายและหญิงสองสามคนนั่งบนม้านั่งค่อนข้างมาด้านหลังด้วยท่าทีอันสงบ ผมทำตามอย่างรู้กาละเทศะ ด้วยการทำจิตให้สงบและแผ่เมตตาให้แก่ทุกคนผู้เกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งนี้ ก่อนออกจากโบสถ์ขอให้พี่บันลือถ่ายภาพไว้สองใบ แต่ไม่ทราบว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคหรือเป็นเพราะความศักดิ์สิทธ์ ปรากฏกว่ากดชัตเตอร์ไม่ได้ถึงสองครั้งสองครา ปาฏิหาริย์มีจริงนะนี่

                แสงสลัวแห่งราตรีย่างกรายเข้าครอบงำกรุงโรมอย่างช้า ๆ ระหว่างการเดินเยี่ยมชมอยู่ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของมหานครซึ่งมีมาตั้งแต่อดีตสองพันกว่าปีจนถึงปัจจุบัน ผมเกิดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนเศษภัสมธุลีเล็ก ๆ นิดเดียวในจักรวาลอันไพศาล

                เสร็จภารกิจการเดินเยี่ยมชมกันเองตามอิสระ ต่างกลับมารอเวลานัดหมายรับประทานอาหารที่บริเวณหน้าน้ำพุเทรวี บางคนซื้อเนคไทราคาเงินบาทไทยราว 900 บาท ส่วนผมพิจารณารอบด้านแล้วขอเยี่ยมชมร้านและเดินดูรูปแบบการจัดร้านอย่างเดียวคงพอ บางคนทดสอบกินอาหารอิตาลีที่ปัจจุบันบุกถึงบ้านเรานานนักหนาแล้ว เพื่อทดสอบดูว่ารสพิซซ่าจะเหมือนในประเทศไทยหรือไม่ ผมไม่ได้รับประทานเพราะเกรงว่าจะมีปัญหาสุขภาพท้องจึงสอบถามผู้กล้าทดสอบดู ได้รับคำตอบหลากหลาย บางคนบอกว่าไม่เห็นความแตกต่าง บางคนบอกว่าอร่อยกว่าพิซซ่าที่เมืองไทย

                ถึงเวลานัดหมาย 18.15 น. แสงไฟสว่างเรืองรองที่นั่นที่นี่ เพื่อนพ้องยังกลับมารวมไม่ครบ ต่างนั่งสนทนาฆ่าเวลากันเบา ๆ ล่วงเลยราว 19.00 น. พร้อมกันแล้วจึงเดินตามกันเข้าร้านอาหารชื่อว่า ไทยอินน์ (Thai Inn) คาดหมายว่าคงเป็นร้านของคนไทยตามชื่อ แต่ผิดคาดครับ เจ้าของร้านเป็นชาวมาเลเซีย มีสามีเป็นฝรั่ง ภายในร้านให้บรรยากาศเหมือนชาวจีน เปิดเพลงเจ้าแม่กวนอิมกล่อมระหว่างรับประทานอาหาร กว่าจะรับประทานกันเสร็จหลายคนทำตาเคลิ้มอยากเข้าวัดทำบุญ