๕  กันยายน  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครู  ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๓  ภาคเช้ามีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ที่หอประชุมรักษ์ปทุม เขาจัดให้นั่งเรียงแถวหันหน้าเข้าหากันทั้งสองฟาก ประธานนั่งบนเวที ทุกคนหันด้านข้างให้ประธานผู้แทนกระทรวงให้นั่งแถวกลาง มีพิธีมอบรางวัลแด่แม่ดีเด่น คุณครูโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี พาแม่มารับรางวัล บ้านอยู่อำเภอลาดหลุมแก้ว เข้ามาทักทายจึงได้แสดงความยินดีกับเขาด้วย มีการมอบรางวัลผู้นำศาสนาดีเด่นทั้งพระภิกษุในพระพุทธศาสนา บาทหลวง และโต๊ะอิหม่าม การประชุมเน้นหนักไปในการติดตามการใช้งบประมาณ และการรายงานผลการปฏิบัติราชการตามตัวชี้วัดบางตัว ก่อนเลิกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ผมชี้แจงชื่อเขตพื้นที่การศึกษาที่ประกาศเปลี่ยนแปลงใหม่ ทุกคนสรุปว่ายุ่งจริง ๆ ประเทศไทย เขาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวที่ชั้น ๑ ของห้องประชุม ไม่ได้ใช้บริการ นั่งรถไปรับท่านรองฯ ครรชิต หิรัณยหาด ไปทานข้าวที่ร้านบ้านมอญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เลยวัดหงส์ฯไปไม่มาก  เป็นบ้านแบบไทยมอญอายุกว่า ๑๐๐ ปี ต่อเติมนอกชานให้กว้างไปจนติดแม่น้ำ มีไม้ต้นใหญ่ให้ร่มเงาจนเย็นสบาย รายการอาหารรสชาติเป็นแบบไทยภาคกลางทั่วไป อาหารมอญที่เป็นเอกลักษณ์อย่างที่เคยกินสมัยรับราชการที่สังขละบุรี ไม่มีให้สั่ง เช่น แกงฮังเลหมู แต่ก็กินกันจนอิ่ม กลับเข้าเขตนัดประชุมประธานเครือข่ายโรงเรียนประถมศึกษาไว้ที่ห้องสโมสร เพราะห้องประชุมใหญ่ให้ศึกษานิเทศก์ย้ายมาอยู่จนเต็มพื้นที่ ห้องเดิมถอยให้เขตมัธยมศึกษาใช้สอยตามที่เห็นสมควร ห้องประชุมเล็กก็อยู่ในพื้นที่เขตมัธยมศึกษา  นัดมาวันนี้เพราะรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับที่ทำการของเขต เพราะปัจจุบัน อาศัยอาคารเรียนโรงเรียนปทุมวิไล ซึ่งต้องไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔ พวกเราถูกเปลี่ยนเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑   รับผิดชอบดูแลโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนเอกชนทุกระดับ จึงควรทบทวนเกี่ยวกับที่ทำการใหม่  อาคารสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด  สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ ถูกยกให้หน่วยงานอื่นใช้ไปหมดสิ้นแล้ว การจะขอคืนมาคงเป็นไปไม่ได้  มีโรงเรียนที่มีอาคารเรียนว่างพอจะปรับปรุงเป็นที่ทำการได้ในขณะนี้ ๒ แห่ง คือ โรงเรียนวัดสุวรรณจินดาราม และโรงเรียนวัดสามัคคิยาราม ที่ประชุมเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าควรหาที่ทำการใหม่ จึงนั่งรถไปดูความเหมาะสมที่โรงเรียนทั้ง ๒ แห่ง  เห็นสถานที่จริงต่างเห็นพ้องกันว่าน่าจะใช้โรงเรียนวัดสามัคคิยาราม เป็นที่ตั้งของเขตชั่วคราว เพราะเดินทางสะดวกทั้งเจ้าหน้าที่และครู แต่ต้องปรับปรุงห้องเรียนเป็นห้องทำงานต้องใช้เงินพอสมควร เรามีเงินเหลือจ่ายอยู่จำนวนหนึ่งคงไม่พอ ต้องขอสนับสนุนจาก สพฐ. ที่สำคัญต้องฟังคณะกรรมการสถานศึกษาว่าคิดเห็นอย่างไรหากลังเลก็จะหาที่ใหม่ต่อไป จะอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้เร่งด่วนมากนัก เพราะยังสามารถอยู่ที่เดิมต่อไปได้จนกว่าจะพร้อม เจ้าของอาคารเขาก็ไม่ได้ทวงคืนในตอนนี้  แต่เป็นมารยาทเป็นความรู้สึกว่าต้องนับหนึ่งให้กับคนรุ่นหน้าได้นับสองนับสามต่อไป  กลับเข้าเขตทำงานเอกสารจนเย็น

 วันอังคารที่ ๓๑  สิงหาคม  ๒๕๕๓   ออกจากสำนักงานเดินทางไปโรงเรียนวัดนาวง เพื่อประชุมคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ผมไม่เคยไปโรงเรียนนี้ แต่คุ้นเคยกับผู้บริหารโรงเรียน เวลาอ่านชื่อโรงเรียนในจังหวัดปทุมธานี จะจินตนาการตามชื่อไปอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเห็นของจริงกลับกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนในจังหวัดที่เคยอยู่มา ซึ่งไม่ผิดไปมากนัก   การเดินทางไปโรงเรียนนี้ค่อนข้างซับซ้อน หากให้ไปคนเดียวอีกครั้ง เป็นต้องหลงทางแน่นอน  จำได้ว่าต้องผ่านด้านหน้ามหาวิทยาลัยรังสิต  บริเวณโรงเรียนไม่มีผืนนาให้พบเห็น มีแต่บ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ และหน่วยงาน บริษัท  บริเวณโรงเรียนร่มรื่นเป็นสวนป่า  มีศาลาไม้หลายหลัง ออกแบบสวยงาม ผู้อำนวยการโรงเรียน นายสุทัศน์ ตุรงค์เรือง บอกว่าได้รื้ออาคารเรียนเพื่อใช้ไม้ทำศาลาโดยจ้างนายช่างมาจากทางเหนือ  วันนี้โรงเรียนจัดกิจกรรมให้นักเรียนแสดงตามซุ้มต่าง ๆ กรรมการเขตเดินชมและชิมไปทุกกิจกรรม เขามีเวทีใหญ่สำหรับแสดงดนตรีโปงลาง เสียงไพเราะกังวาน มีอาคารไม้รุ่นเก่าอยู่ ๑ หลัง เป็นอาคารไม้รุ่นเดียวกับที่ผมเรียน ป.๕ ดูเตี้ยไปมาก อาจเป็นเพราะถมดินรอบอาคารให้สูงขึ้น  คงต้องตัดสินใจระหว่างอนุรักษ์หรือรื้อสร้างอาคารใหม่  โรงเรียนจัดสถานที่ประชุมให้อย่างดี มีการบรรยายสรุปก่อนการประชุม  การประชุมวันนี้มีเรื่องให้พิจารณาเพียง ๒ เรื่อง คือ เห็นชอบในการขยายชั้นเรียนของโรงเรียนวัดนาวง ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  คณะกรรมการประเมินความพร้อมของเขตได้ประเมินให้ผ่านเกณฑ์ที่จะขยายชั้นเรียนได้  กรรมการพิจารณาแล้วให้ความเห็นชอบ อีกเรื่องหนึ่งคือขออนุมัติเปลี่ยนแปลงงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อสร้างห้องน้ำและซ่อมแซมอาคารเรียนในโรงเรียนเพื่อรองรับการย้ายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑  หลังเลิกประชุมรับประทานอาหารร่วมกัน มีนักเรียนแสดงนาฏศิลป์ให้ชม ๕ ชุด สวยงามทั้งการแต่งกายและการร่ายรำ ก่อนลาได้ถ่ายภาพร่วมกันกับครูนาฏศิลป์  ในภาพรวมต้องยอมรับว่าโรงเรียนวัดนาวง มีความพร้อมทั้งปริมาณและคุณภาพในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สมกับที่ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล  บ่ายเดินทางกลับสำนักงาน ให้เจ้าหน้าที่ปรับที่นั่งในสโมสรใหม่เพื่อรองรับคณะหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดปทุมธานี ประมาณ ๓๐ คน ที่ขอใช้สโมสรเขตพบปะสังสรรค์กันเย็นวันนี้ ภายใต้การนำของปลัดจังหวัด ให้หน้าห้องขนแฟ้มลงมาให้ลงชื่อที่สโมสร มีผู้ปกครองโทรศัพท์มาร้องเรียนว่าครูพูดจาไม่สุภาพกับเขา เลยปลอบโยนว่า บางครั้งหน้าที่ครูก็เหนื่อยจึงอาจหงุดหงิดบ้าง ถ้าไม่หนักหนาสาหัสก็จงอภัยให้เถิด ฟังเสียงอาการดีขึ้น เลยบอกว่าจะตักเตือนให้เขาขอบคุณและวางหูไป  คงไม่มีโอกาสได้ตักเตือนกันแล้วเพราะเป็นโรงเรียนนอกสังกัด แต่จะเรียนผู้บริหารโรงเรียนให้  ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. – ๒๓.๐๐ น. สโมสรเขตเนืองแน่นไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอที่สังสรรค์กันใครเสียงดีก็ร้อง ใครท่าดีก็ลีลาศ ใครหิวก็กิน เป็นที่สนุกสนาน เขาบอกว่าปกติจัดที่ร้านอาหารเวลา ๓ ทุ่มก็กลับแล้ว มาวันนี้อยู่กันเหนียวแน่นมาก เพราะสถานที่ไม่ไกล อาหารดี ดนตรีเพราะ ได้บรรยากาศ   ส่งแขกคนสุดท้ายเกือบเที่ยงคืน กลับที่พักนั่งเตรียมการบรรยายจนถึงตีสอง

 

 วันพุธที่ ๑  กันยายน ๒๕๕๓  ถึงสำนักงานเขต ขึ้นรถไปโรงแรมปทุมธานีเพรส สถานที่อบรมบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงาน เป็นการพัฒนาบุคลากรประจำปี เป็นการทบทวนความรู้ ๑ วัน เดินทางศึกษาดูงานอีก ๒ วัน  เนื้อหาสาระเป็นการเน้นให้พัฒนาตนเอง ยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างอิงให้ผู้ฟังคล้อยตาม หวังว่าคงจะได้นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน  บ่ายกลับที่พักไปเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเดินทาง ๔ คืน ๓ วัน ให้รถไปรับที่บ้านมาขึ้นรถใหญ่ที่หน้าสำนักงาน เขานัดกัน ๑๗ นาฬิกา ล้อหมุน ๑๘ นาฬิกา โครงการได้ว่าจ้างบริการของทัวร์จึงไม่เป็นภาระของเจ้าหน้าที่โครงการมากเหมือนดำเนินการเอง  รถปรับอากาศสองชั้นบ้านเรานั่งไม่สบายเหมือนรถชั้นเดียวของมาเลเซีย จึงปวดเมื่อยหลังและขา เขามีคาราโอเกะให้ร้องเพลงพวกเราก็ใช้บริการกันตลอดเส้นทาง พอเป็นเครื่องผ่อนคลายความเครียด แวะทานอาหารเย็นที่ร้านนิวรสทิพย์ มหาชัย เป็นแหล่งกินที่คนทั่วไปคุ้นเคย อาหารทะเลปรุงตำหรับอาหารจีนเป็นแบบฉบับของร้านนี้อิ่มแล้วก็เดินทางลงใต้มีแวะให้เข้าห้องน้ำที่สถานีบริการน้ำมันบ้างเป็นระยะ ๆ ผมเป็นคนนอนไม่หลับเวลานั่งรถกลางคืน จึงนั่งตาแข็งไปตลอดเส้นทาง ประสานทัวร์ว่าจะนำพวกเราเข้าตัวเมืองเพื่อเข้าโรงแรมที่พักก่อนได้หรือไม่  เขาบอกว่าประสานกับโรงแรมไม่ทัน ต้องไปแวะอาบน้ำที่รีสอร์ทท้ายเขื่อน  เอาไงก็เอากัน 

 

วันพฤหัสบดีที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๓   รถถึงทางแยกเข้าอำเภอบ้านตาขุนประมาณตี ๔ กว่า ๆ แล้ววกเข้าเขื่อนรัชชประภา ถึงรีสอร์ทริมเขื่อนประมาณตี ๕ พวกเราแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เขานัดหมายพร้อมกันที่รถเวลา ๐๗.๐๐ น. รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ริมน้ำท้ายเขื่อน น้ำในคลองมีน้อย เห็นโขดหินโด่เด่ไปทั่ว  บริเวณรีสอร์ทเป็นสวนผลไม้นานาชนิด ที่กำลังออกผลเหลืองเต็มต้นคือลองกอง สามารถเอื้อมมือจับได้ สะตอก็กำลังหย่อนฝักเป็นพวง ๆ ดูแล้วทำให้คิดถึงบ้านและวิถีชีวิตตอนเป็นเด็ก  กล้วยป่าขึ้นแซมช่วยให้รู้สึกเป็นป่าธรรมชาติยิ่งขึ้น ขาดแต่ยอดหวาย  ออกมารวมพลกับคณะ ขึ้นรถไปทานข้าวเช้าที่ครัวกุ้ยหลินบนเนินเขาเหนือสันเขื่อน ทางวกไปวนมาเพื่อไต่ระดับสูงไปเรื่อย ๆเป็นรูปตัว S  สองข้างทางเป็นป่าไผ่ที่อุดมสมบูรณ์สลับกล้วยป่าและไม้เบญจพรรณ ขวามือเป็นสนามกอล์ฟที่เคยมาใช้บริการนานมาแล้ว ของเขาสวยและได้มาตรฐานปราบเซียน  ๑๘ หลุม หากมาตีกอล์ฟสนามนี้ขอแนะนำให้ใช้รถเพราะเดินไกล ขึ้นเขาลงเนินแสนเหน็ดเหนื่อย  ครัวกุ้ยหลินอยู่บนเนินเขาสูงสันเขื่อน มองเห็นแผ่นน้ำที่คดเคี้ยวไปตามแนวภูเขา  อีกด้านหนึ่งเป็นสนามกอล์ฟที่อยู่ลึกลงไปเป็นร้อยเมตร มีทะเลหมอกปกคลุมยามสายไม่แพ้ภูเรือ  ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันจนรู้สึกหิว เข้าครัวทานข้าว และน้ำชากาแฟตามความสนใจ ดูสภาพอากาศเช้านี้จัดว่าดีมาก แดดจ้าฟ้าโปร่ง  อิ่มแล้วขึ้นรถกลับลงไปที่อาคารรับรองของเขื่อนเพื่อรับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ไปฟังบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและไฟฟ้าของเขื่อนรัชชประภา  เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”   เขื่อนรัชชประภา สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยพื้นที่ส่วนใหญ่ติดอุทยานแห่งชาติเขาสกเกือบทั้งหมด เป็น เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง มีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เขื่อนรัชชประภา เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530 แต่เดิมนั้นสามารถเดินทางได้โดยจาก อำเภอพนม แต่เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีความสลับซับซ้อนประกอบด้วยเหวจำนวนมากเส้นทางดังกล่าวจึงต้องปิดตัวลงโดยปัจจุบันสามารถเดินทางโดยผ่านอำเภอบ้านตาขุน เขื่อนรัชชประภา เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้า และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศชาติ นอกจากนี้ยังเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในปี พ.ศ. 2531   ฟังบรรยายพิเศษแล้ว พวกเราลงเรือชมความงามในตัวเขื่อนที่ได้สมญาว่า “กุ้ยหลิน” เมืองไทย อากาศสดชื่น แต่ออกมาสายไปหน่อยจึงรู้สึกว่าร้อน  พอเข้าไปด้านในอากาศอบอ้าวเพราะฝนกำลังจะตก เรือไปไม่ไกลมากวกกลับมาส่งถึงท่าฝนก็เทลงมาทันที   ทัวร์พาพวกเรามาทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารท้ายเขื่อน เป็นอาหารปักษ์ใต้รสชาติเผ็ดร้อน แต่ก็อร่อย  มีคาราโอเกะให้ร้องเพลง บรรยากาศดี  รถพาพวกเรามาแวะ Co=Op ก่อนถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี มีร้านค้าจำหน่ายสินค้า OTOP แต่ไม่น่าสนใจ ได้แต่ซื้อไอศกรีมทานกัน กลับเข้าเมืองพักที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า ตอนเย็นไม่ได้ไปทานข้าวกับคณะที่ห้องอาหารร้อยเกาะ  อยู่ทานที่โรงแรม  หัวค่ำเพื่อนร่วมรุ่น นปส.๕๓ คุณมลิวัลย์ วรรณอาภา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานสุราษฎร์ธานี มาเยี่ยมพร้อมของฝาก ตอนที่เรียนท่านเป็นผู้อำนวยการกองแผนงาน ในส่วนกลาง ออกมาเพื่อเลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ ๙ ที่นี่ แม้จะไกลบ้านแต่ก็สนุกดีทำงานมีความสุข  คืนนี้ไม่ได้ออกไปไหนพักผ่อนเพราะเมื่อคืนนั่งเป็นยามในรถมาทั้งคืน

  

วันศุกร์ที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๓  ตื่นเช้าลงมาทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม  มีขนมจีนปักษ์ใต้และข้าวยำให้เลือกทาน ตามด้วยกาแฟ เคยมาบ่อย ๆ ตอนรับราชการที่ชุมพร เพราะส่วนราชการมักจัดประชุมที่โรงแรมนี้ อาหารเช้าดีที่สุดเขาจะมีอาหารพื้นบ้านแปลก ๆ มาให้กินเสมอ ๆ เช่น แกงกล้วยดิบกับหมู แกงหอยแครงใบชะพลู เป็นต้น อิ่มแล้วขึ้นรถเดินทางออกจากสุราษฎร์ธานี ผ่านสวนโมกขพลารามแต่ไม่ได้แวะยกมือไหว้ รำลึกถึงท่านพุทธทาส ก่อนไปสวรรค์ท่านสั่งให้นำขี้เถ้าไปลอยทะเล นำกระดูกธาตุมาไว้ที่เขาหลวง ซึ่งมองเห็นด้านขวามือของถนนเอเชียหากขึ้นกรุงเทพฯ ท่านบอกว่าเวลาคนเห็นภูเขาจะได้คิดถึงท่าน คิดถึงท่านจะได้คิดถึงธรรมะ  รถไปเลี้ยวขวาเข้าบ้านพุมเรียง  อำเภอไชยา  ระยะทางจากถนนใหญ่ประมาณ ๒๐ กม. เป็นย่านทอผ้าไหมชื่อดังตามชื่อบ้านคือผ้าไหมพุมเรียง มีเสื้อผ้าสำเร็จรูปจำหน่ายหลายร้าน เป็นชุมชนเล็ก ๆ สะอาด น่าเที่ยว มีขนมพื้นบ้านหลายชนิดจำหน่าย เช่น ขนมขี้มอด  กล้วยทอด กะละแม ข้าวต้มมัด ซื้อผ้าขาวม้า ๑๕ ผืน ๆ ละ ๑๐๐ บาท ไปฝากนักการภารโรงที่ชุมพร เขต ๑ เพราะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน ตอนอยู่ใช้งานเขาหนัก แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ความผูกพันยังแน่น เข้ากรุงเทพฯครั้งใดต้องไปเยี่ยมไปหาผมทุกครั้ง ต้องการให้ช่วยเรื่องใดเขาจะเต็มใจช่วยแบบกระตือรือร้น ไม่เคยทำให้ผิดหวัง  ออกจากพุมเรียงมาถึงสวนนายดำ อำเภอทุ่งตะโก เที่ยงพอดี จึงทานอาหารที่นี่ในบรรยากาศสวนไม้ประดับและไม้ผล  ได้พบหัวหน้าส่วนราชการจากเมืองพัทลุงกลับจากศึกษาดูงานที่ระนอง มีนายอำเภอสมหวัง  เรืองเพ็ง เพื่อนร่วมรุ่น นปส.๕๓ ร่วมคณะมาด้วย  คุณพงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ ผู้จัดการสวนนายดำ ไม่อยู่เนื่องจากไปเป็นวิทยากรที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมอบให้ภริยาทำหน้าที่ต้อนรับและบรรยายพิเศษแก่พวกเรา  ชมสวนชมส้วมกันจุใจ เดินทางเข้าชุมพร มาแวะศึกษาดูงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต ๑ ก่อนถึงแยกปฐมพร  ได้กลับถิ่นเก่าที่เคยทำงานมา ๖ ปี ตื่นเต้นเหมือนกัน ตื่นเต้นที่จะได้พบคนที่เคยรู้จัก ตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสบรรยากาศเก่า ๆ ตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานในอดีตว่างอกงามหรือล้มหายตายจากไปแล้ว นายนิยม  วัฒนกุล ลูกจ้างประจำเป็นคนแรกที่มาต้อนรับ ตามด้วยท่านรองฯพนอ ทิพย์พิมลรัตน์  และเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน ทักทายปราศรัยกันถ้วนหน้า ได้เดินเยี่ยมห้องทำงานตั้งแต่ชั้นล่าง  ชั้น ๒ และขึ้นไปห้องประชุมชั้น ๓ นายชิต  นาสัก ผอ.สพป.ชุมพร เขต ๑ ให้การต้อนรับและพบปะกับพวกเรา ท่านจะเกษียณอายุราชการในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓  ผมมอบของที่ระลึก รวมทั้งขนมเปี๊ยบางเลนไว้ให้แบ่งกันทานในกลุ่มงานต่าง ๆ   เขาจัดอาหารว่างไว้ต้อนรับที่อาคารสโมสร บรรยากาศและกลิ่นไอได้หวนคืนมาสู่ความจงจำอีกครั้ง นักการภารโรงมารวมกลุ่มกันอยู่ด้านข้างอาคาร ผมเดินไปหา มอบของที่ตั้งใจมาฝากให้ทุกคนสำหรับคนที่ไม่อยู่ก็ฝากไว้  ห้องคาราโอเกะยังอบอุ่นเหมือนเดิม ห้องครัว ห้องประชุม ที่พัฒนาขึ้นคือห้องน้ำ เพิ่มของคนพิการเข้ามา  ต้นไผ่งอกงามขึ้นลำสวย ๆ หลายต้น  ใบไม้สีทองจากนราธิวาสเริ่มเลื้อยออกใบให้ได้ชมกันบ้างแล้ว  ต้นปาล์มคิงส์หน้าสำนักงานยอดด้วนไปเสียต้นหนึ่ง มีศาลพระภูมิมาเพิ่มที่ด้านหน้าตามนโยบายของ ผอ.เขต ปัจจุบัน  ร้านกาแฟหน้าห้อง ผอ.เขต ถูกดัดแปลงมาประดับห้องน้ำชั้นล่าง สรุปแล้วทุกอย่างอยู่ครบถ้วนบริบูรณ์เพียงแต่สลับที่ใช้สอยบ้างตามที่เขาจะเห็นสมควร  เข้าไปในตัวเมืองชุมพรพักค้างที่โรงแรมนานาบุรี เห็นพอมีเวลาให้ท่านรองฯ พนอ ทิพย์พิมลรัตน์ พาไปเยี่ยมป้าเขียว หรือ ศน.รัตนา ที่โรงพยาบาลชุมพร เนื่องจากป่วยมานาน พบกันก็ร้องไห้ร้องห่มบอกว่าหากวันไหนรู้สึกว่าปกติดีแล้วจะไปหาที่ปทุมธานี  เย็นมีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ห้องอาหารของโรงแรม ขอแรงครูวิโรจน์ โรงเรียนบ้านปากน้ำมาเป็นดีเจบริการเพลงให้ มีคณะผู้บริหารและเพื่อนฝูงที่ทราบข่าวมาเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารหลายท่าน ทั้งที่กำลังมีงานชุมนุมลูกเสือ ผู้กล้าทั้งหลายก็ปลีกเวลามาเยี่ยมเยือน พี่วันเพ็ญจากโรงเรียนบ้านปากน้ำทำปลาทูต้มหวานมาร่วมงานด้วย สพป.ชุมพร เขต ๑ นำเครื่องดื่มมาสมทบ ๑ โหล โรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยานำขนมที่อร่อยมามอบให้ ท่าน ผอ.สนอง ดาวตุ่น นำผลไม้มาให้ ๒ – ๓ กล่อง และอีกมากมายต้องขอขอบคุณในไมตรีจิต สนุกกันถึงห้าทุ่มจึงแยกย้ายกันพักผ่อน

วันเสาร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๓  ตื่นเช้าไปทานติ่มซำหน้าโรงแรมจันทร์สมชุมพร ท่าน ผอ.สมใจ สันติยานนท์ โรงเรียนสอาดเผิมวิทยา นัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน  ท่านบอกว่าปีหน้าก็เกษียณแล้ว ดูช่างรวดเร็วจริง ๆ เหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านไปทำไมเวลาถึงเร็วเหมือนติดปีกบิน  ออกเดินทางไปไหว้กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่หาดทรายรี เลยแวะอุดหนุนเสื้อผ้าบาติกคุณครูอนงค์ โรงเรียนวัดพิชัยยาราม เพราะเป็นทางผ่านพอดี  ถึงศาลเสด็จในกรม  คุณสุชาดา และคุณจินดา จาก สพป.ชุมพร เขต ๑ มาคอยต้อนรับและส่งกันตรงนี้  คณะเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร หัวหน้าอุทยานฯบรรยายสรุปให้ฟังถึงพื้นที่และข้อมูล พวกเราได้เดินชมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ คุณประยูร มิตรเมธ เพื่อเรียนครู ป.กศ.เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชม สาย ๆ พวกเราเดินทางกลับมาแวะทานอาหารกลางวันที่คุณสาหร่าย  มาแวะวัดห้วยมงคล เย็นมากแล้ว มาทานข้าวเย็นที่ร้านปลาทูเรสเทอรอง ชะอำ กลับถึงปทุมธานีเกือบ ๕ ทุ่ม 

                การเดินทางศึกษาดูงานทำให้ได้เรียนรู้งาน เรียนรู้คน และรู้จักตนเองยิ่งขึ้น จุดมุ่งหมายหลักเพื่อกลับมาพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือ ความสุขของผู้รับบริการ

 กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑