ใจของเราหากเราเองไม่คิดที่จะล้างความทุกข์ที่ทับถมอยู่ออกไป เราก็จะจมอยู่กับความทุกข์ตลอดไปเช่นกัน ในทางตรงข้ามล่ะถ้าเราสามารถที่ล้างใจเราให้สะอาด สลัดความทุกข์ออกไปซะ ให้อภัยตัวเอง ตั้งใจทำสิ่งดีใหม่ ขัดล้างใจด้วยธรรมะ คราบความทุกข์ที่อยู่ในใจก็จะสลายไปได้สิ้น

 

 

 

 

 

วันนี้ขณะที่ดิฉันล้างจานอยู่ดิฉันก็นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องความขัดแย้งในขณะทำงานของเจ้าหน้าที่ของดิฉัน 2 คน คนหนึ่งซึ่งพูดต่อว่าแล้วก็จบไปไม่ได้คิดถึงใจคนที่เราว่า แต่คนที่ถูกกระทบนั้นกลับคิดหนักและเกิดความเครียด และทุกข์ใจอย่างมาก จนดิฉันคิดว่าเราคงต้องช่วยน้องให้คิดได้ซะบ้าง

ดิฉันคิดที่จะช่วยผู้ที่ทุกข์ใจก่อน จำเรื่องที่เคยอ่านได้ว่า

"เขาว่านอกจากเราจะล้างจานเพื่อให้จานสะอาดแล้ว เรายังล้างจานเพียงเพื่อมีชีวิตเต็มเปี่ยมอยู่ในแต่ละขณะที่ล้างจานด้วย เราจะมีชีวิตเต็มเปี่ยมในทุกขณะและมีความสุขด้วย "

"คนที่ชอบเก็บอะไร ๆ มาคิด จนเครียดต้องล้างใจ เอาสติขัดถูล้างให้สะอาดเหมือนจานด้วยแล้วถึงจะมีความสุขได้ "

ดิฉันหาโอกาสพูดคุยกับน้องในค่ำวันหนึ่ง พระธรรมท่านสอนว่าอย่าไปยึดอะไรไว้ในใจ ให้ใจสะอาด สบาย ปล่อยวาง ไม่อย่างนั้นจะเป็นทุกข์ คนเราผิดพลาดกันได้ แต่เราก็ต้องให้อภัยตัวเราเองและหาทางใหม่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก หากใจเรามัวจมอยู่กับความคิด เราผิด เราแย่ จิตใจเราก็จะขุ่นมัวเป็นทุกข์ตลอด 

อย่างจานก็เช่นเดียวกันหากเราไม่ล้างก็จะยังมีคราบความสกปรกของอาหารค้างอยู่ เมื่อเราล้างให้สะอาดมันก็น่าใช้ เปรียบดังเช่นใจของเราหากเราเองไม่คิดที่จะล้างความทุกข์ที่ทับถมอยู่ออกไป เราก็จะจมอยู่กับความทุกข์ตลอดไปเช่นกัน ในทางตรงข้ามล่ะถ้าเราสามารถที่ล้างใจเราให้สะอาด สลัดความทุกข์ออกไปซะ ให้อภัยตัวเอง ตั้งใจทำสิ่งดีใหม่ ขัดล้างใจด้วยธรรมะ คราบความทุกข์ที่อยู่ในใจก็จะสลายไปได้สิ้น

ใช้เวลาในการสนทนาหัวข้อ "ล้างจาน..ล้างใจ...ให้อภัยตัวเอง" นานประมาณเกือบชั่วโมง ผลที่ได้.. ดิฉันดีใจมากค่ะ 2-3 วันถัดมาน้องที่ดิฉันพูดคุยด้วยกลับมาเป็นคนที่มีชีวิตชีวาดังเดิม