ผู้เขียนขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ ที่หมู่บ้านน้ำทรัพย์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภูมิธรรม และภูมิสังคม จากข้อมูลเดิมของชุมชนพบว่า

-ในปี  2530  เข้าไปประสานเรื่องไฟฟ้า    ปี  2532  ได้ใช้ไฟฟ้าและได้ถนนลูกรัง  2  เส้น

-สมัยก่อนมีวัดอยู่  5  แห่ง

  1. โบสถ์ทางน้ำ
  2. เขาเขียว
  3. ชายท่าน้ำ
  4. ทางเข้าหมู่บ้านด้านบน
  5. ที่ป่าชุมชน

  ต่อมาหลวงพ่อมาจากวัดกรุ  ได้ช่วยเหลือการศึกษาเน้นเรื่องการช่วยเหลือชาวบ้าน  ปัจจุบันไม่มีวัดแต่ไปทำบุญที่วัดลำตะเคียน  ในปัจจุบันได้ดำเนินการสร้างวัดโดยเป็นวัดสาขาของวัดอรุณราชวรารามจากกรุงเทพมหานคร

จุดเปลี่ยนเมื่อมีไฟฟ้าเข้ามาในหมู่บ้าน

 
- เริ่มขยายพื้นที่ในเชิงปริมาณ  ทำการเกษตรมากขึ้นจากการปลูกข้าวโพด  20  กระสอบ  เพิ่มเป็น  50  กระสอบ  เพิ่มมากขึ้น  ในปี  พ.ศ.  2535  เริ่มปลูกเต็มพื้นที่ 

-เป็นหนี้สินเรื่องค่ายา  ค่าสินเชื่อ  โดยการนำยามาใช้ก่อน  ได้ผลผลิตมากแต่ก็ไม่คุ้มค่ากัน  มีบางคนที่ไม่ใช้ยาก็มีเงินเหลือ

-ขาดการทำบัญชี

จากการวิเคราะห์ของชาวบ้านพบวิธีการทำให้เหลือไม่ขาดทุนคือ

 

-ทำด้วยกำลังตนเอง  เหลือให้คนอื่นยืมบ้างบางครั้งก็ไม่ได้คืน  ปลูกทั้งไม้ดอก  ไม้ประแดกได้(สำนวนชาวบ้านหมายถึงไม้ที่นำมาเป็นอาหารได้)  ปลูกมะนาว  ช่วงแรกปลูกมะม่วง  ทำทุกอย่างที่มี  ต่อมาก็ปลูกยางพารา  50  ไร่

-ในหมู่บ้านน้ำทรัพย์มีไม้มหาพรหมมากที่สุด  หนาแน่นที่สุด  เป็นไม้มงคล  ปลูกเป็นไม้ประดับ  ประโยชน์ใช้ทำไม้คาน

 

ผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ: ได้เห็นจุดเปลี่ยน วิกฤติเสียหายนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาคิดวางแผนในการเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ

1.การออม  แหล่งเงินทุน  จนปัจจุบันเป็นสหกรณ์ที่จดทะเบียนเมื่อปี  พ.ศ.  2547

บันทึกข้อความขอบคุณจากจังหวัดในการแก้ปัญหายาเสพติด

2.ยาเสพติด  มองเรื่องการพัฒนาคนโดยการถามชาวบ้านว่าจะแก้อย่างไร  โดยการเปิดอกคุยกัน  ได้มีการตั้งกฎระเบียบของหมู่บ้าน  มีการประชาคม  ในปี  พ.ศ.  2541  ได้เป็นหมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติ  มีกระบวนการสร้างจิตสำนึก  ติดธงทุกครัวเรือนหลังจากการทำกิจกรรม (คำว่า หมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติปลอดยาเสพติด)  หมายความว่าไม่มียาเสพติดใช่ไหม   ตอบ  มี  ถ้ารู้ว่าคนในหมู่บ้านเสพยาก็จะหาวิธีการแก้ไข   ผู้ใหญ่มีการตรวจตราตลอดเวลา  (ตาสับปะรด)  และให้ความสำคัญในเรื่องปลอดยาเสพติอย่างต่อเนื่อง  เมื่อปี  พ.ศ.  2541  พาชาวบ้านไปอบรมสาอาสมัครราษฎรพิทักษ์ป่า 

 

1. มีอาชีพเสริมของศูนย์ศิลปะอาชีพ (โครงการปลูกหม่อนเลี้ยงใหม่อันเนื่องมาพระราชดำริของบ้านน้ำทรัพย์)  ในปี  พ.ศ.  2544  ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมราชินีนาถ  ณ  เขาเต่า   เป็นหมู่บ้าเดียวในการถวายพระพร   การดูแลรักษาป่า ไม่มีไฟไหม้ตั้งแต่ปี  พ.ศ.  2541  เป็นต้นมา

 

2.เศรษฐกิจพอเพียง  มีการทำตั้งแต่การทำบัญชีครัวเรือน ใครทำบัญชีครบ  100  %  มีรางวัลให้และสามารถเก็บหลักฐาน   

               

ดร.ปาน  กิมปี: ตั้งคำถามกับผู้ใหญ่ว่าให้ กศน.ทำอะไรต่อ  (การทำบัญชีครัวเรือน)   แนวการวิเคราะห์รายรับ – รายจ่าย  ด้านไหนควรตัดเมื่อมีเงินเหลือทำอะไรต่อ

ผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ :  บอกชาวบ้านว่า  ถ้าเปลี่ยนชีวิตให้เปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน  ถ้าใครทำบัญชีครอบครัวจะลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้  มีการตรวจเครดิต  ตรวจคุณภาพการเงิน  โดยนำบัญชีครอบเรือน  โดยให้ปัจจัยการผลิต  เช่น  การเลี้ยงหมู ซื้อหมูให้และซื้ออาหารให้

 

-การเป็นหนี้เกิดจากการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์  คือเป็นประโยชน์ของตนเอง  และของสหกรณ์ด้วย

-ถ้าใครคิดนอกกรอบก็จะได้เพิ่มแต่ต้องผ่านคณะกรรมการเห็นชอบ

-โครงการปลูกหม่อนเลี้ยงหยุดเนื่องจากไม่มีน้ำ

 

ดร.ปาน  กิมปี: ถามถึงฐานการเรียนรู้   9  ฐาน  มีความเป็นมาอย่างไร

 

ผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ: เป็นฐานเรียนรู้ที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน  คุยกับคนที่ทำจริง ๆ  หันมาดูที่ต้นทุน  ผลผลิต  กำไรอยู่ที่ตัว

  การแก้ปัญหายาเสพติด  ผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ  ไม่ได้ทำคนเดียวแก้โดยการเฝ้าระวัง  ถ้ากลัวจะไม่ทำ  ทำก็จะไม่กลัว  โดยชาวบ้านมีส่วนร่วม  ผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ   ดำเนินการเอง  หรือจะให้ตำรวจดำเนินการ  (ให้ลูกบ้านเลือก)  ใช้วิธีภายในก่อน  ถ้าตำรวจเข้าผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ   จะพาไปเอง

 

นายวรวิทย์   กิตติคุณศิริ : 1.คนภายนอกมีส่วนเสริมอย่างไร   เริ่มจากการมีวินัยของตนเอง  เลือกโครงการ  ส่วนราชการจะมีเรื่องด่วนเด่นมา  เช่น  กศน.  มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง  ประสบความสำเร็จ  เรื่องเงื่อนไข เรื่องมีของแจกมาที่หลัง เงินก็มาที่หลังใช้โครงการเป็นตัวตั้งไม่ใช่เงินเป็นตัวตั้ง  เงินมาที่หลัง

-หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่  เข้ามาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็สามารถมาตามได้ที่บ้านน้ำทรัพย์  จึงเป็นที่เดียวเข้ามาทำได้

-เป็นการสร้างจิตสำนึก  สร้างค่านิยมไปด้วย  และเอาใจมาก่อน

 

ดร.ปาน  กิมปี : ได้ให้ผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ  สะท้อนถึงเรื่องต่าง ๆ ว่ากำไรอยู่ที่ตัวว่าทำแล้ว ยิ่งฟังผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ  พูด ซาบซึ้งว่า แก่งกระจาน  สิ่งสำคัญ  เกียรติยศ  คนรากหญ้า  อยากจะเขียนหนังสือว่า “ยอดคนรากหญ้าเมืองเพชร”  ชื่นชมผู้ใหญ่ชูชาติ  วรรณขำ  เป็นอย่างมาก  ฐานเรียนรู้ที่คน  กศน.ทำไม่ใช่ตั้งฐานแล้วอยู่กับที่

-บัญชีครัวเรือน  ในสำนักงานมีการทำบัญชีครัวเรียนไหม  ถ้าเราดูละคร  แล้วก็ย้อนหลับมาดูตัวเอง

วันนี้ผู้อ่านจะเห็นประเด็นการพูดคุยกับผู้ใหญ่ชูชาติ เรื่องปัญหาของชาวบ้าน การแก้ปัญหาของชาวบ้านที่แก้ปัญหาโดยใช้คณะกรรมการหมู่บ้าน หน่วยราชการมีส่วนสนับสนุนโดยไม่ใช่เป็นการสั่งให้ชาวบ้านทำแต่เป็นการทำร่วมกับชาวบ้าน หน่วยงานราชการต้องทำงานเชิงลุก(ลุกออกจากที่ทำงาน)  ผู้เขียนเองมีความคิดว่า คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน(อย่าเพิ่งเชื่อผู้เขียนนะครับ อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง)

  ผู้ที่จะรู้ปัญหาได้ดีที่สุดของหมู่บ้านคือ ชาวบ้านเอง  แต่การที่จะให้ชาวบ้านช่วยกันระดมความคิด การแก้ปัญหา เอาปัญหามาเป็นบทเรียนเพื่อจะได้แก้ปัญหาที่ใกล้เคียงกันต่อไปในอนาคตต้องมีหน่วยงานราชการไปชวนให้ชาวบ้านคิด ชาวบ้านจะได้เรียนรู้ ได้ใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาของชุมชนของตนเอง ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…