เช้านี้อากาศสดชื่นแจ่มใสอย่างไร้ที่ติ 

ใจจึงก่อร่างสร้างสุขน้อยๆขึ้นอย่างงดงาม

ทุกรูปนามบนพื้นพิภพนี้ย่อมจะปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งนั้น(รึท่านว่าไม่ใช่)

แต่ทว่า...หลายคราครั้งสินะที่ดูเหมือนว่าความสุขมันอยู่ห่างไกลมากนัก 

แม้นจะพยายามที่จะไขว่คว้ามันไว้อย่างมุ่งมั่น 

แต่บางครั้งคราความสุขนั้นกลับหหนีถอยห่างออกไปทุกขณะ  

แม้ว่าหลายครั้งคราอาจจะจับฉวยมันไว้ได้อย่างมั่นแล้ว 

แต่ไม่นานนักมันก็หลุดลอยไปจนได้ 

จึงต้องเริ่มไล่ล่าไขว่คว้าใหม่อีกตามเคย

และทุกคราครั้งก็มักจะลงเอยทำนองนี้เรื่อยไป 

มาดแม้นว่าเจอมันแล้วแต่ก็หาได้จับไว้ให้มั่นได้ไม่

ความเป็นจริงแล้วเจ้าความสุขที่เราท่านกำลังไล่ล่าไขว่คว้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนะ

มันไม่ได้อยู่ไกลสุดกู่สุดเอื้อมดังที่คิด 

หากอยู่ ณ  ท่ามกลางใจเราท่านนี้เอง 

และคนฉลาดด้วยสติปัญญาไม่จำต้องไล่ล่าไขว่คว้ามันให้เหนื่อยแรง   

แต่กระนั้นที่เราท่านจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

ปล่อยให้หลุดมือครั้งแล้วครั้งเล่าภพแล้วภพเล่า 

เหตุเพราะว่า..เราท่านหลงคิดว่าเจ้าความสุขนั้นอยู่ที่ปัจจัยภายนอก อาทิ

เกียรติยศชื่อเสียง  ทรัพย์สินเงินทอง

หรือแม้กระทั่งการได้รับความยอมรับนับถืออันจอมปลอม

จากการใส่หน้ากากหัวโขน

..ทั้งหมดนี้ถึงจะทำให้ผู้ได้ครอบครองมีสุขก็จริงอยู่ 

แต่ก็เพียงฉาบฉวยช่วงครั้งช่วงคราวเท่านั้น 

และในทันทีทันใดเมื่อผู้ครอบครองคุ้นชินกับมันอยากได้เพิ่มมากว่าเดิม 

เจ้าความสุขนั้นกลับพลันหายไปในพริบตา 

เพราะอะไรละ  เพราะว่า...เจ้าใจ..ของผู้ครอบครองนั่นเอง

ที่ไม่ยอมทำความรู้จักเท่าทันกับคำว่า..พอ...(รึท่านว่าไม่จริง)

ดังนั้นในชีวิตนี้จะประสบพบเจออะไรไม่สำคัญเท่ากับว่า

เราจะทำใจวางท่าทีอย่างไรกับมัน

มาดแม้นว่าพบเจอสิ่งดีๆแต่ทว่าเราทำใจวางใจไว้ไม่ถูกทีถูกทาง

ก็ต้องพบกับความทุกข์อย่างคาดไม่ถึง...

กลับกันหากพบเจอสิ่งเลวร้ายแต่ทว่าเรากลับวางใจไว้ในท่าทีที่ถูกต้อง

เราจะพบกับความสุขได้ในบัดเดี๋ยวนั้นอย่างงดงาม..

ท่านหละวางใจไว้ในท่าทีอย่างไรกับปรากฏการณ์ที่กำลังสัมผัสมันอยู่..

ไม่แน่เมื่อวางใจถูกต้องท่านอาจหัวเราะกับสิ่งที่กำลังทุกข์อยู่ก็เป็นได้..

บุรุษที่ชาวโลกขนานนามว่า..พุทธะ..เอื้อนเอ่ยไว้ว่า

ไม่มีอะไรทำร้ายเราได้มากเท่ากับ

..จิตที่เราตั้งไว้ไม่ถูกที่ถูกทาง..

และก็ไม่มีอะไรมาทำดีกับเราได้มากมากมายเท่ากับ

..จิตที่เราตั้งไว้อย่างเหมาะสมถูกที่ถูกทาง..

ธรรมะสวัสดีขอรับ..