วันที่ ๑  กันยายน  ๒๕๕๓ ผ่านมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน  อันเป็นวันแรกของเดือนสิ้นสุดงบประมาณปี ๒๕๕๓  และเป็นเดือนสุดท้ายของผู้เกษียณอายุราชการ  รวมทั้งฉันคนหนึ่งที่สมัครใจเป็นผู้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด และสามารถผ่านไฟเขียวให้ออก(ไป)ได้แล้ว

        เมื่อวานที่ผ่านมาฉันได้แต่คิดว่า "วันนี้ยังมาโรงเรียน มาทำงาน พบพูดและคุยกับนักเรียน  เป็นวันเริ่มต้นของเดือน และสถานการณ์ก็คงดำเนินไปอย่างเป็นปกติ  จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของการรับราชการ  วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ก็ไม่ต้องมาโรงเรียน"  ได้คิดอยู่คนเดียว  เกือบจะพลั้งเผลอพูดกับนักเรียนเหมือนที่คิดไว้  แต่เมื่อได้สติก็ยับยั้ง  อาจเป็นความรู้สึกที่สะเทือนใจ 

        "จะบอกกล่าวนักเรียนอย่างไร และจะลานักเรียนด้วยวิธีไหน" รวมทั้งได้ขอความกรุณาจากเพื่อนครูไม่ให้ตอกย้ำความรู้สึกของนักเรียน  เหมือนที่ผ่านมาว่า "อีกไม่นานคุณครูคิมก็จะลาออกแล้ว"  เพราะอารมณ์ของเด็กวัยรุ่นแม้จะรับรู้ได้เร็วแต่ก็เปลี่ยนแปลงง่าย  ได้แต่เก็บความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นทุกข์และสะเทือนใจไว้เงียบ ๆ

         เหตุการณ์ของเมื่อวานที่ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงบ้าง "นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ร่วมมือร่วมใจกันทำส้มตำสูตรครูคิม" คือมีเพียงมะละกอ น้ำปลา มะนาว พริก และน้ำตาล เท่านั้น และกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล 

         นักเรียนบอกว่า "พวกเราทำส้มตำเลี้ยงส่งคุณครูค่ะ" เป็นเสียงของนักเรียนหญิงที่ถือจานส้มตำเดินนำหน้า  ตามมาด้วยนักเรียนทั้งชั้นชายและหญิง มีน้ำสมุนไพร  มาโถใหญ่ มะละกอสุก ฝรั่งและพริกเกลือ ติดตามมาคนละไม้ละมือ

         นักเรียนแต่ละคนต่างแสดงฝีมือมาคนละจาน "คุณครูครับนี่ฝีมือผมนะครับ/ คุณครูขานี่ฝีมือหนูนะคะ"  อีกเสียงหนึ่งบอกว่า "คุณครูครับ  ผมอยากจะบอกคุณครูว่าพวกผมพยายามใส่หัวใจลงไปในครกด้วยนะครับ"

         นับเป็นสถานการณ์ที่เราทั้งสองฝ่ายคือฉันกับนักเรียน "ต้องพยายามทำใจยอมรับ  เมื่อวันหนึ่งเราต้องจากกัน" ความทุกข์ในกังวลใจของฉันที่มีอยู่  ได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว  เมื่อถึงวันนั้นเราคงไม่ลำบากใจที่ต้องจากกัน

        วันนี้พบว่ามีเครื่องปรุง ภาชนะ หม้อข้าว หม้อแกง ผัก หมู วางอยู่หน้าระเบียงมากมาย  ทำให้เป็นที่สงสัยว่านักเรียนจะทำอะไร  เนื่องจากไม่มีครูท่านไหนอยู่สอนเพราะพานักเรียนไปเข้าค่าย ฯ "คุณครูครับวันนี้พวกเราจะทำอาหารจานโปรดเลี้ยงส่งคุณครูครับ" เสียงน้องกายบอกเมื่อพบกันที่หน้าบันได

        อาหารจานโปรดของฉันคือ "แกงป่า"  นักเรียนได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มทำ "แกงป่าหมูและแกงป่าขาหมู"  และเป็นอาหารมื้อกลางสำหรับวันนี้ด้วย  นักเรียนได้ไปเชิญคุณครูที่เหลือทำการสอนอยู่ในโรงเรียนเพียง ๖ คน มาร่วมทานอาหารด้วย 

       เนื่องจากแกงป่า ๒ สูตรและ ๒ หม้อใหญ่ ๆ  ทานไม่หมด  นักเรียนได้ไปซื้อถุงใส่แกง  และตักแบ่งแกงไปฝากคุณครูท่านละ ๑ ถุง และฝากไปให้คุณครูที่ไปเข้าค่าย ฯ อีกท่านละ ๑ ถุง  เป็นอันว่าคุณครูทุกท่านได้ทานแกงป่ากันทั่วหน้า

       ก่อนกลับบ้าน  ได้มีเสียงกระซิบตามมาว่า  พรุ่งนี้ก็เป็นขนมหวานที่ฉันโปรดอีกแล้ว "คุณครูขา  พรุ่งนี้มีขนมหวานบวชฟักทองและกล้วยบวชชีค่ะ

       "ส้มตำสูตรง่าย  แกงป่า บวชฟักทองและกล้วยบวชชี"  ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ฉันชอบทานเป็นเป็นพิเศษ  นักเรียนได้แสดงเป็นผู้รู้ใจ  มีน้ำใจจัดหามาทำให้เพื่อเป็นการเลี้ยงส่ง  ที่มีคุณค่ามากด้วยน้ำใจ อิ่มด้วยน้ำใจ และเป็นสุข  จึงขอแบ่งปันความสุขมาไว้ในบันทึกนี้  ยังไม่อยากคิดถึงวันที่  "เราต้องจากกัน"