เมื่อรู้จุดหมาย รู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใด เพื่ออะไรแล้ว ย่อมทำให้การดำเนินชีวิตเปี่ยมไปด้วยความหมายแห่งชีวิต
วันแต่ละวันของข้าพเจ้าผ่านไปด้วยกิจวัตรเดิมๆ...ตื่นนอน ดื่มกาแฟ ออกไปทำงานตอนเจ็ดโมงเช้า เลิกงานประมาณหนึ่งทุ่ม...เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ จนบางครั้งเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย บางครั้งการงานรุมเร้าทำให้รู้สึกเคร่งเครียด

 

วันไหนที่ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกแย่ๆ ข้าพเจ้าจะต้องพยายามหาทางแก้ไขความรู้สึกนั้นเสียเพราะข้าพเจ้ายึดคติว่า จะต้องเริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้มและใจที่เบิกบาน ส่วนมากก็จะใช้วิธีสูดลมหายใจลึกๆ แล้วยิ้มให้กับตนเองก่อนเดินออกจากห้องไปทำงาน (^v^) , เดินออกไปมองท้องฟ้าที่หลังห้อง...ส่วนอีกวิธีก็คือ การอ่านข้อความดีๆ หรือหนังสือดีๆ

 

ข้าพเจ้ามีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าซื้อมาจาก 7-11 ในวันที่รู้สึกเบื่อๆ  วันนั้นขาทั้งสองข้างพาเดินไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ไม่รู้จะไปไหนเลยเดินเข้าร้านเซเว่นที่หน้าหอพัก และแล้วสายตาของข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็นหนังสือภาพถ่ายสวยๆ ประกอบข้อความธรรมะดีๆ ของท่านพุทธทาสภิกขุและท่านปัญญานันทภิกขุ  มีเล่มเดียวในร้านซะด้วย ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้หนังสือที่มีคุณค่ามาไว้ในครอบครอง อิอิ

 

กลับถึงห้องพักข้าพเจ้ารีบแกะห่อ เปิดดูหนังสือ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ภายในหนังสือรวบรวมภาพถ่ายระดับมืออาชีพ...ประกอบกับข้อความที่อ่าน ยังช่วยจรรโลงใจได้เป็นอย่างดี สมกับชื่อหนังสือว่า "พิศเจริญ" คือ ยิ่งพิศ ก็ยิ่งเจริญ

 

 

คำว่าพิศเจริญนั้นมาจากเทคนิคการถ่ายภาพแบบ pictorial ท่านอาจารย์เชาว์ จงมั่นคง ที่บัญญัติศัพท์คำนี้ขึ้นมา ที่ว่า "ภาพพิศเจริญ"นั้น "...เป็นภาพถ่ายที่อุดมด้วยคุณค่าทางสุนทรียภาพ ดูแล้วเกิดความเพลิดเพลิน ยิ่งพิศยิ่งเพลิน..." พิศแล้วเจริญตา เจริญใจ และนำไปสู่ความเจริญงอกงามทางปัญญา

 

ในโลกนี้ อะไรจะเป็นของสำคัญหรือไม่สำคัญ อยู่ที่การสมมติของมนุษย์ พุทธทาสภิกขุ

 

 

หูมีไว้สำหรับฟังเสียงที่เขาพูดให้เราฟัง และให้เราทำดีตามเสียงนั้น ถ้าเสียงไม่ดี ฟังแล้วไม่สบายใจ ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา ก็อย่าใช้หูฟัง ปัญญานันทภิกขุ

 

เราทุกคนจะต้องเป็นผู้รุ่งเรืองอยู่ด้วยความสว่างไสวแจ่มแจ้งของแสงสว่าง คือ ปัญญา  พุทธทาสภิกขุ

 

 

 

จงค้นหาสาเหตุของความทุกข์ในตนของตนเอง ปัญญานันทภิกขุ

 

 

 

 

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำลายกัน แต่เราเกิดมาเพื่อช่วยเหลือกัน สร้างสรรค์กัน ให้มีความสุขความเจริญสมปรารถนา ปัญญานันทภิกขุ

 

 

 

 ผู้ใดมีอตัมมยตา ผู้น้นจะมีจิตใจปรกติคงที่ อยู่ในความสงบสุข เยือกเย็น บริสุทธิ์ผ่องใส เป็นอิสระ...เพราะอตัมมยตา หมายถึง ความเป็นผู้มีสติปัญญา สามารถรอบรู้และรู้สึกตัว ไม่เปิดโอกาสให้อารมณ์ใดในภายนอกและกิเลสใดภายใน มาปรุงแต่งจิตให้กระเพื่อม เป็นกิเลสขึ้นในทุกกรณี พุทธทาสภิกขุ

 

 

ตื่นเช้ามานี่เราควรจะคิดว่า วันนี้เราจะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้โดยวิธีใด มีอะไรที่เราจะรับใช้เพื่อนมนุษย์ ที่จะทำให้เพื่อนมนุษย์มีความสุขสบายในฐานะที่เราพอจะช่วยได้ ปัญญานันทภิกขุ

 

 

การเปิดดูภาพสวยๆ ข้อความดี ช่วยเตือนสติ ทำให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้น

 

 

 

 

เมื่อรู้จุดหมาย รู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใด เพื่ออะไรแล้ว ย่อมทำให้การดำเนินชีวิตเปี่ยมไปด้วยความหมายแห่งชีวิต

 

การเดินทางอันยาวไกลย่อมต้องอ่อนล้าบ้าง หมดแรงบ้าง  แต่ถ้ารักที่จะเดินทางแล้ว...เพียงก้าวเล็กๆ ก็เป็นการก้าวไปข้างหน้าที่สำคัญยิ่ง และถ้าจะให้ดีควรจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของนักเดินทางยิ้มด้วยหัวใจอันเบิกบาน