การเดินทางจากออสเตรียสู่ประเทศอิตาลี เมืองที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดแห่งยุคโบราณ ใช้เวลาบนรถยาวนานกว่าสี่ชั่วโมง
สู่เมืองโบราณ-1
โสภณ เปียสนิท
...............................................
การเดินทางจากออสเตรียสู่ประเทศอิตาลี เมืองที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดแห่งยุคโบราณ ใช้เวลาบนรถยาวนานกว่าสี่ชั่วโมง มัคคุเทศก์ยังคงทำหน้าที่เล่าเรื่องออสเตรีย และความรุ่งเรืองของประเทศอิตาลีในยุคเก่าอย่างไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด ตาผมมองความสวยงามแปลกตาสองข้างทางอย่างสนใจ หูผมฟังเรื่องเล่าเพื่อเก็บเป็นข้อมูล มือขวาจดบันทึกสิ่งที่เห็น เรื่องที่ได้ฟังไว้เท่าที่จะจดได้
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่มัคคุเทศก์นำมาเล่าไว้อย่างน่าสนใจว่า คนออสเตรียเป็นคนเคร่งศาสนามาก บูชาไม้กางเขนแทนองค์พระเยซู และพระแม่มาเรีย ตายายคู่หนึ่งครองชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในหมู่บ้านชนบทห่างไกล ทั้งสองเดินทางไปโบสถ์เพื่อปฏิบัติศาสนกิจทุกวันอาทิตย์ ต่อมายายตัดช่องน้อยแต่พอตัวด่วนลาตายไปก่อน ปล่อยให้ตาเผชิญชีวิตอย่างเดียวดาย ด้วยความเศร้าโศกที่รุมล้อมทำให้ตาหงอยเหงา ชาวบ้านที่รู้จักต่างเห็นอกเห็นใจ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ไม่นานต่อมาตาป่วยอาการค่อนข้างรุนแรง แกหอบสังขารไปหาหมอจึงทราบว่าเป็นมะเร็ง และจะมีอายุอยู่ต่อไปได้อีก 6 เดือนเท่านั้น
ตาเศร้าสร้อยอยู่กับบ้านคิดน้อยใจในพระเจ้าว่าปล่อยให้แก่โชคร้ายอย่างนี้ ทั้งที่ได้ทำความดีด้วยความจงรักภักดีในพระเจ้าอย่างมั่นคงมาตลอด จึงเริ่มเขียนจดหมายถึงพระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าเคร่งครัดศรัทธาในพระองค์มาตั้งแต่ต้น มาวันนี้เหตุใดจึงได้มีชีวิตอยู่อย่างเดียวดายเศร้าโศก แถมยังมีโรคร้ายขนาดนี้ หากพระเจ้ามีอยู่จริงโปรดแสดงอานุภาพให้เห็นด้วยเถิด” เสร็จแล้วจ่าหน้าซองถึงพระเจ้า ที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ด้วยศรัทธาแน่วแน่ว่าพระเจ้ามีอยู่จริง
จดหมายนั้นไปถึงสำนักงานไปรษณีย์ เมื่อทุกคนได้อ่านคำรำพึงรำพันของตาแล้วต่างรู้สึกเห็นใจมาก แต่ไม่รู้จะช่วยตาได้อย่างไร จึงรวมเงินคนละเล็กละน้อยรวมได้ 90 เหรียญแล้วส่งไปที่บ้านตา โดยลงท้ายว่า “จากพระเจ้า” ตาได้อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งในพระเจ้าอย่างยิ่ง แต่ไม่มั่นใจว่าเหตุใดพระเจ้าจึงส่งเงินมาเป็นเศษ คือควรที่จะเป็นร้อยเหรียญมากกว่า จึงได้เขียนขอบคุณพระเจ้าอีกครั้ง และลงท้ายว่า คราวหน้าถ้าจะส่งเงินมาให้อีก ขอให้ส่งมาโดยตรงที่บ้านเลย ลูกไม่ค่อยจะไว้ใจคนที่ไปรษณีย์นัก คราวที่แล้วน่าจะหักไปเสียสิบเหรียญแล้ว
เรื่องคุณตาผู้เดียวดายนี้มีคติให้คิดเหมือนเดิม หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะได้สาระประเทืองปัญญาบ้าง เรื่องของตาจึงเป็นเรื่องของคนที่นับถือศาสนาประเภท “อ้อนวอนแล้วนอนคอย” โดยแท้
ภาพวีนัสยืนบนเปลือกหอยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง "ให้อ่านว่ายืนบนเปลือกหอย"ครับ
ผลงานของไมเคิล เอกอัครอภิมหาศิลปินของอิตาลีเขาละครับ