เพลงพื้นบ้านผสมผสาน ตอนที่ 2 เสภา แหล่ เพลงอีแซว เพลงฉ่อย

ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ให้กำลังใจนักแสดงอย่างอบอุ่นกันทั่วหน้า

เพลงพื้นบ้านแบบผสมผสาน

ตอนที่ 2 เสภา เพลงแหล่

เพลงอีแซว เพลงฉ่อย

ในงาน “คืนวันวานในรั้วบ้าน ธ.ก.ส. ที่คุ้มหม่อมไฉไล

20 สิงหาคม 2553

          ในตอนที่ 2 นี้ ผมขอนำท่านเข้าสู่ห้วงเวลาของการจัดงานเลี้ยงอำลาซึ่ง ธ.ก.ส. จังหวัดนครปฐมได้จัดงาน “คืนวันวานในรั้วบ้าน ธ.ก.ส. ขึ้น ที่ห้องจัดเลี้ยง คุ้มแม่น้ำท่าจีนหม่อมไฉไล อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ในตอนค่ำ เริ่มเวลา 19.00 น. สำหรับที่คุ้มหม่อมไฉไล วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ได้มีโอกาสไปแสดง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แต่ก็ต่างเวลา ต่างงาน ต่างบทบาทหน้าที่กันไปคนละแบบ ในวันนี้เด็ก ๆ จะต้องทำการแสดงต่อหน้าข่าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับสูงสุดของกระทรวง และต่อหน้าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ธ.ก.ส. (สำนักงานใหญ่) ด้วย

          วันนี้ฝนโปรยลงมาตลอดทั้งวัน ในช่วงบ่าย ๆ คิดว่า การแสดงในตอนเย็นที่จะต้องลงเรือไปต้อนรับคณะที่ล่องแพมาจะไม่สามารถเล่นได้เสียแล้ว แต่ก็พอดีฝนฟ้าเป็นใจให้นักแสดงลงเรือได้ แต่ก็ยังตกพรำ ๆ ไปตลอด ไม่หนักมากนักจนถึงเวลาค่ำ คณะนักแสดงเคลื่อนที่จากบริเวณที่รับรองไปยังเวทีการแสดงในห้องจัดเลี้ยง โดยขึ้นรถไฟฟ้า (รถกอล์ฟ) นำคณะของเราไปยังอาคารจัดเลี้ยง เด็ก ๆ จัดแจงแต่ตัว แต่งหน้าทาปาก เขียนคิ้วกันเรียบร้อย เหลือแต่ผมเองยังไม่ได้จัดแจงแต่งตัวเลย

          

         

         

          ทีมงานของพวกเราไปถึงสถานที่แสดงก็จะมีห้องพักที่อยู่รวมกับห้องแสดงงานแบบงานวัด มีของเล่น เช่น ปาเป้า โยนของ หน้ากากสวย ๆ ก็มีขาย สอยดาวรับของรางวัลก็มี (แต่ว่ายุงชุมมาก โดนกัดจนระบม) ใกล้เวลาผมเปลี่ยนชุดเป็นนักแสดงเพื่อที่จะขึ้นไปด้นกลอนสดเพลงพื้นบ้านบนเวทีในช่วงสุดท้ายของการแสดง พวกเราย้ายที่ไปด้านข้างอาคารจัดเลี้ยง ตรงนี้ยุงชุมมากกว่าที่เดิมเสียอีก ยืนนิ่งไม่ได้ ต้องเดินไปเดินมาจนถึงเวลา 19.30 น. เด็ก ๆ เดินแถวขึ้นเวที โดยมีผมอยู่ในวงเพลงด้วย

          พิธีกรชายหญิงประกาศคิวการแสดงหลังจากที่จบการร้องเพลงโชว์ของนักร้องบนเวทีก็เป็นหน้าที่ของวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ทำการแสดงต่อเนื่องกันไปรวดเดียวจนจบ โดยแบ่งออกเป็น 4 ชุด

          ชุดที่ 1 เป็นชุดการแสดงรำประกอบการขับร้อง “วอนเทวามาคุ้มครอง”

          ชุดที่ 2 เป็นการแสดงเพลงอีแซวกล่าวถึงประวัติของผู้ที่จะเกษียณอายุ 6 ท่าน โดย 1 ใน 6 ท่านนี้ มีท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรรวมอยู่ด้วย ในระหว่างที่นักแสดงร้องเพลงอีแซว ที่จอภาพหน้าเวทีก็จะฉายเรื่องราวของบุคคลทั้ง 6 ท่าน ขึ้นมาผสมผสานไปด้วยโดยไม่มีเสียงบรรยาย ฟังเสียงจากบนเวทีการแสดงและดูภาพไปด้วย

          ชุดที่ 3 เป็นการด้นกลอนสด เพลงอีแซว “คืนวันวานในรั้ว ธ.ก.ส. โดย อ.ชำเลือง มณีวงษ์ (เป็นผู้ร้อง) ได้รับกำลังใจจากท่านปลัดกระทรวง ท่านรองผู้จัดการ และผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. (ผู้ที่จะเกษียณอายุ) ให้ความเมตตา

          ชุดที่ 4 เป็นการแสดงเพลงฉ่อย ว่าด้วยบทสรุปขอบพระคุณคณะกรรมการ จัดงาน โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. จังหวัดนครปฐม และปิดท้ายด้วยเพลงลา สนุก ๆ จนท่านที่นั่งชมต้องปรบมือไปพร้อม ๆ กับพวกเราจนจบบทเพลง

          ตลอดเวลาการแสดงประมาณ 50 นาที และตลอดเวลาที่พวกเราทำหน้าที่อยู่ในงานคืนวันวานในรั้วบ้าน ธ.ก.ส. มีเจ้าหน้าที่ประสานงานดูแลนักแสดงโดยตลอด สลับผลัดเปลี่ยนกันมาประสานงาน เชื่อมต่ออย่างไม่ขาดระยะ ทำให้การดำเนินงานของชุดนักแสดงมีความพร้อมและเลื่อนไหลได้ตรงเวลา เด็กได้ทำหน้าที่จนครบกระบวนการสมบูรณ์ทุกเวที ได้รับประทานอาหาร ของหวาน น้ำดื่มที่ได้มีการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า อิ่มแล้ว อาหารยังไม่หมดเลย ขอบขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแล เป็นห่วงเด็ก ๆ กลัวว่าจะหิว เด็ก ๆ เขากำลังอยู่ในวัยใช้พลังงานด้วย   

         

          

         

          การแสดงที่จะต้องเดินเนื้อร้องให้ตรงกับงาน เป็นจุดสำคัญที่แสดงถึงการบูรณาการ ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ความหนักมาตกอยู่ที่คนเขียนบทที่จะต้องเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าและที่สำคัญเวลาที่จะทำการฝึกซ้อม หากมีน้อยความมั่นใจของนักแสดงก็ลดลงไป เล่นได้ไม่เต็มที่ แต่สำหรับงานนี้ต้องขอแสดงความชื่นชมเด็ก ๆ ในทีมงานทุกคน ทำได้ดี-ดีมาก ดูแล้วมีความตั้งใจอย่างเต็มที่จริง ๆ

บทร้องเพลงอีแซว (บางส่วน) ในงานคืนวันวานในรั้วบ้าน ธ.ก.ส.

               เอ๊ย..วันนี้มีคนเก่ง  หลายท่าน จะต้องลา

          รายละเอียด ของ 6 ท่าน ที่มาของงาน  ในวันนี้

          ด้วยความ  ผูกพันที่มี           เนิ่น  นานมา

          อีกทั้งยังได้  ร่วมงาน           จนมีฐาน  ที่เข้มแข็ง

          ขยายสาขา  ไปทุกแห่ง        ช่วยเหลือ  ชาวนา

         ท่ามกลางความ  ห่วงใย       ในหัวใจ ของพี่น้อง

         เมื่อท่านปลัดยุคล  ลิ้มแหลมทอง  จะต้องเกษียณแล้วหนา

         ในฐานะปลัดกระทรวง          และฐานะรองประธาน

         ท่านยุคล ได้ทำงาน             กับ ธ.ก.ส. นานมา

         ขอเปิดบันทึกชีวิต ของท่านสักนิด ขออนุญาต เอิง เงอ เอ๊ย) อนุญาต

         นำเอาความดี  มาประกาศ     บอกญาติกา (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ญาติกา

            เอ๊ย..ท่านนายสัตวแพทย์  ยุคล ลิ้มแหลมทอง

         ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้อง  ใช้คำว่า

         ประสบการณ์ ของท่าน         มีความชำนาญ ด้านปศุสัตว์

         เป็นหมอใหญ่ ที่เขาจัด         ว่าใจดี  หนักหนา

         ผ่านมาหลาย ตำแหน่ง         ขอชี้แจง  บางหน้าที่

         ได้แก่ ตำแหน่งอธิบดี           กรมปศุสัตว์ ผ่านมา

         เป็นรองปลัด กระทรวง         จนถึงปลัด กระทรวง

         ท่านมีความ  เป็นห่วง           ในชีวิต  ชีวา

         มือปราบ ไข้หวัดนก             คือผลงาน ที่โดดเด่น (เอิ้ง เงอ เอ๊ย) ที่โดเด่น

         กีฬาที่ท่าน  ชอบเล่น           คือฟันดาบชักออกมา (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ชักออกมา

             เอ๊ย..ท่านที่ 2 ทำหน้าที่ รองผู้จัดการ   ธนาคาร ธ.ก.ส.

         ท่านเอ็นนู  ซื่อสุวรรณ       ก็มากับ ภริยา (ขออภัยนะค่ะท่าน)

         คู่ชีวิตของท่าน นั้นชื่อ          แม่บูชาศรี

         ส่วนว่าบุตร  ของท่านมี        2 คนเก่ง การศึกษา

         ได้เป็นนายแพทย์                เป็นทันตแพทย์หญิง

         หนูอยากจะเห็นหน้า 2 พี่หมอ เสียจริง ๆ ท่านเอ็นนูขา

         ตลอดชีวิต การทำงาน         ก็นับว่านาน เต็มที่

         อายุการทำงาน  เกือบจะสามสิบแปดปี   ที่ผ่านมา

         จากตำแหน่งพนักงานสินเชื่อตรี  เมื่อปี หนึ่งห้าต้อง

         เลื่อนขึ้นไป จนเป็นผู้จัดการ เป็นผู้อำนวยการกอง ต่อ ๆ มา

         จนถึงตำแหน่ง สุดท้าย         รองผู้จัดการ 

         ท่านได้สร้าง ผลงาน            ที่มี คุณค่า

         ใช้ชีวิตอย่าง สมรรถถะ         ลดละ แสงสีเสียง

         ยึดแนวเศรษฐกิจ  พอเพียง    พอหาเลี้ยง  ชีวา

         ท่านคือหนึ่ง ในคณะกรรมการ สมานฉันท์ของชาติ

         ที่ภาครัฐ ได้ประกาศ            แต่งตั้ง ท่านมา

         ต้องทำหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่        ให้กับ บ้านเมือง

         ขจัดความแค้น โกรธเคือง     เสียงตะโกนด่า

         ช่วงท้ายชีวิต ของท่าน         ขอเป็นอาจารย์ สอนพิเศษ

         ให้ลูกศิษย์ประสบ ความสำเร็จ มีหน้ามีตา

         สิ่งที่อยู่ ในความทรงจำ        จะขอนำมากล่าวไว้ (เอิง เงอ เอ๊ย)มากล่าวไว้

         คือวันที่มอเตอร์ไซด์เก่าๆหาย ต้องชดใช้ตามราคา (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ตามราคา

             เอ๊ย...ท่านที่ 3 ต่อมา       ท่านจะต้องลา  ธ.ก.ส.

         ด้วยสาเหตุเดียวกันหนอ        ครบกาลเวลา

         ท่านปราโมทย์  นนทโคตร เป็นชาว อีสาน

         การศึกษา ของท่าน             ปริญญาโท จากนิด้า

         คู่สมรส  ของท่าน               ขอแนะนำกัน  ให้รู้จัก

         ขอเรียนเชิญคุณแม่ อุดมลักษณ์  โชว์ตัวหน่อยค่า

         ท่านมีบุตรเพียง 2 คน          ขออนุญาตประกาศ

         คือพี่เอกราช                      กับพี่พัทธ์ธิดา

         ช่วงเวลา  การทำงาน           ก็นับว่านาน  เต็มที่

         เกือบจะ สามสิบห้าปี            จากพนักงาน  เลื่อนชั้นมา

         จนเป็นผู้อำนวยการ             เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ

         จนถึงตำแหน่งรองผู้จัดการ    ธ.ก.ส. ดังว่า

         ความภาคภูมิใจ  ของท่าน    ไม่มีวัน สิ้นสุด

         ได้มีโอกาส ถวายงาน          มูลนิธิ อาสา

         เพื่อนพึ่งพา  ยามยาก  ช่วยเหลือผู้ประสบ  อุทกภัย

         เป็นโครงการใน   พระดำริ     พระองค์ภา

         แนวคิด ในการทำงาน          ท่านฝากเป็น  อุทาหรณ์

         เป็นตัวอย่างที่ดี  มีค่ากว่าคำสอน  มากหนักหนา

         ถึงท่านจะเกษียณอายุ การทำงานไป แต่ด้วยนิสัยกว้างขวาง

         ท่านก็ยัง  เป็นคนดัง            โด่ง  เทียมฟ้า

         แดงอุบล  คนนี้                  ช่างมี  วาทะ (เอิ้ง เงอ เอ๊ย) มีวาทะ

         ไม่ผิดกับ พลตรีขัตติยะ         เสธ.แดง เลยนา (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ว่าเลยนา

             เอ๊ย..ท่านที่ 4 ท่านสมชัย  อ่ำพันธ์

         ตำแหน่งรองผู้จัดการ           ธ.ก.ส. คนกล้า

         ท่านเป็นนัก  กฎหมาย          ที่ตรงฉิน

         เคยเป็นผู้นำ สหภาพแรงงาน  มีขั่วโมงบิน อยู่แถวหน้า

         การศึกษา ปริญญาโท          รัฐประศาสนศาสตร์

         จากมหาวิทยาลัย  ธรรมศาสตร์  มากด้วยคุณค่า

         คู่สมรส  ของท่าน               ประกาศผ่าน  ให้ได้ยิน

         คือคุณแม่  วัชรินทร์             แม่อยู่ตรงไหน แม่ขา

         หนูขออนุญาต                    ใช้สรรพนาม 

         เรียกชื่อเพื่อแนะนำ              ก่อนที่ท่านรองจะลา

         เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี           สองห้าหนึ่งสอง

         สีสิบกว่าปี  ที่ต้อง               ทำ หน้าที่มา

         ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบ  จนถึงตำแหน่งรองผู้จัดการ

         60 ปี แล้วหรือท่าน              ท่านเจ้าขา

         ชีวิตหลังเกษียณ                 จะขออยู่อย่างเรียบง่าย

         จะปลูกผัก  ออกกำลังกาย     แบ่งเวลา

         จะแลกเปลี่ยน เรียนรู้            เข้าไปสู่ โลกกว้าง

         จะสืบค้น ทุกช่องทาง           การ ศึกษา

         ในอดีต ที่พ้นผ่าน               เคยร่วมงาน เรียกร้อง

         พอมารับตำแหน่ง  ท่านรอง   โดนเรียกร้อง กลับมา

         จะเรียกว่ากรรม ตามทัน        หรือกรรมนั้น หมุนเวียน (เอิง เงอ เอ๊ย) ว่าหมุนเวียน

         ชีวิตก็เหมือน กงเกวียน         ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนเวลา (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) เปลี่ยนเวลา

             เอ๊ย..ชีวิตก็เหมือนกงเกวียน ต้องหมุนเวียน เปลี่ยนเวลา

         ช่อมะกอก                         ดอกจำปา (เอิง เงอ เอ๊ย) ดอกจำปา

         จะขอเปลี่ยน กลอนลา         มาเป็น กลอนไล (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) เป็นกลอนไล

         จากรอง 3 ท่าน                  มาถึงผู้ช่วย ผู้จัดการตรงเผง

         ขอเรียกว่า ท่านผู้ช่วยขงเบ้ง  คนตรงจาก ปักษ์ใต้

         ท่านประยงค์  ตันบี้           บุคคลท่านนี้ แหละหนา

         คู่สมรส ท่านก็มา                ขออนุญาต แนะนำให้

         เรียนเชิญคุณแม่จินรัตน์        ปรากฏตัว ณ ที่นี้ (เอิง เงอ เอ๊ย) ณ ที่นี้

         หนูขอกราบคุณแม่ สักร้อยที  เผื่อว่าจะมี   อะไร (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) มีอะไร

         ท่านมีบุตร 3 คน                 ที่เข้มแข็ง

         เป็นกำลังที่แข็งแรง             ทั้ง 3 นาย

         ท่านผู้ช่วย ประยงค์             ทำงาน มานาน       

         เกือบสามสิบเก้า ปีผ่าน        การงาน เลื่อนไหล

         จากผู้ช่วย พนักงาน             จนถึงผู้ช่วย ผู้จัดการ ธ.ก.ส.

         ในหน้าที่ แล้วหนอ              ถือว่า ตำแหน่งใหญ่

         อร..แกกราบคุณแม่จินรัตน์    ไปแล้วกี่ที

         ขอโทษ..ฉันยังไม่ได้กราบ    ท่านประยงค์ ตันบี้ เผื่อจะมีอะไร

         ในบันทึก  ของท่าน             ประทับใจในงาน  มิเคยคลาด

         เมื่อได้มี  โอกาส                ได้ทำงานกับ องค์กรใหญ่

         มีคติประจำใจ  ทำงานต้องหวัง  ให้ได้   ระยะยาว

         ต้องก้าวให้สูง  ให้ยาว          เท่าที่จะ  ก้าวไหว

         ชีวิตหลัง เกษียณ                ท่านได้เก็บออม (เอิง เงอ เอ๊ย) ได้เก็บออม

         ท่านเป็นคนเตรียมพร้อม       บั้นปลายย่อมที่จะสบาย (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) จะสบาย

             เอ๊ย..ท่านที่ 6 ท่านอิศร    เอกพิศาลกิจ

         คู่สมรสของท่านชื่อ คุณแม่สมจิตร  นั่งอยู่โต๊ะไหน

         หนูแป้ง ภาธิณี                   มีเรื่อง จะบอก

         ท่านอิศรขา  หนูคายไม่ออก           กลืนอะไร  ก็ไม่ได้

         ซุ่มเสียง  หนูก็แห้ง              เรี่ยวแรง  ก็ไม่มี

         ร้องเพลง  อยู่ดี ๆ                ดูซิ หู ตาลาย

         หากว่าหนู เป็นลม               ล้มลง  กลางงาน (เอิง เงอ เอ๊ย) ลงกลางงาน

         คุณแม่ช่วยหา  แบงก์พัน       มาแก้อาการตาลาย (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ว่าตาลาย

         หากจะร้องเศร้า ๆ                ไม่มี ใส่สี

         เพลงอีแซว ก็ไม่มี               สนุกสนาน หวั่นไหว

         ในอดีต ที่ผ่านมา                ว่ากัน เรื่องจริง ๆ

         นับร้อยครั้งที่ถูกยิง              ยังไม่เป็นไร

         ถามว่าท่านคล้องพระดี         มีกี่องค์ที่คอ

         เปล่าเลยไม่มีหลวงพ่อ         คล้องคอไว้

         ถามว่าท่านได้ลงสักยันต์       ที่บั้นท้ายหรือเปล่า

         เห็นมีแต่หัวเข่า                   ด้านแข็งเป็นไต

         แล้วทำไม จึงยิงไม่เข้า         เล่าแม่ อีหนู (เอิง เงอ เอ๊ย) แม่อีหนู

         ก็ท่านเป็นผู้ รักษาประตู        ถูกยิงเข้า ก็แพ้ตาย (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ก็แพ้ตาย

         ชีวิตจริง ของท่าน               ทำงานมา 34 ปี

         เติบโตใน หน้าที่                 นำประสบการณ์ มาปรับใช้

         หนูอ่านบันทึก ของท่าน        เพื่อนำมา ขานรับ

         เอาไว้เป็น แบบฉบับ            ให้กับคนรุ่นใหม่

         ประทับใจ ในคำว่า              จะกลับบ้านป่า เมืองตรัง

         ไปดูแล สวนยาง                 แบบเรียบง่าย

         พึงพอใจ ในชีวิต                 ไม่คิด ที่จะฝืน

         ขอใช้ชีวิต กลับคืน              แค่พอกิน พอใช้

         พอใจ ในสิ่งที่มี                  ย่อมจะดี กว่าดิ้นรน (เอิง เงอ เอ๊ย) กว่าดิ้นรน

         ชีวิตบั้นปลาย บนถนน          สายที่ 61 สุขใจ (เอ่อ เฮ้อ เอ๊ย) ว่าสุขใจ

        

        

        

         สิ่งสำคัญที่สุดในการไปร่วมงานในครั้งนี้ คือ ผู้ใหญ่ทุกท่านให้ความเมตตาเด็ก ๆ นักแสดงมาก ท่านให้ความใกล้ชิด ให้รางวัลน้ำใจ ให้ความอบอุ่นจนหาที่เปรียบได้ยาก ไม่บ่อยนักที่เยาวชนคนรักเพลงพื้นบ้านจะได้เห็นคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่มีความเอื้ออาทรอย่างนี้ เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันลืม เด็ก ๆ ได้รับกำลังใจจากท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างมาก แค่ได้ยินท่านกล่าวกับเด็ก ๆ ก็เป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้มีพลังในการผลักดันตนเองขึ้นมาอีกมาก (กราบขอบพระคุณท่านจากใจจริง)

         

           

          

         คณะของพวกเราเดินทางกลับบ้าน โดยออกจากคุ้มหม่อมไฉไลเวลาประมาณ 21.15 น. กลับถึงบ้านกันก็ประมาณ 2 ยาม เป็นอันว่าคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ชื่อว่าเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ได้ไปทำหน้าที่สืบสานตำนานเพลงพื้นบ้านสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง ครับ.

ชำเลือง มณีวงษ์  รางวัลชนะเลิศ ประกวดเพลงอีแซว (ด้นสด) จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2525

                       ศิลปินดีเด่น รางวัลราชมงคลสรรเสริญ สาขาเพลงพื้นบ้าน ปี 2547

                       โล่รางวัล ความดีคู่แผ่นดิน รายการโทรทัศน์ ช่อง 5 ปี 2549

                       โล่รางวัลชนะเลิศประกวดเพลงพื้นบ้าน ระดับประเทศ ปี 2552

                       ประธานกลุ่มกิจกรรมนันทนาการเพลงอีแซว ต้นแบบประเทศไทย รุ่นที่ 1 ปี 2553

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพลงพื้นบ้าน



ความเห็น (4)

เพลงฉ่อย อีแซว หาฟังยากขึ้นทุกวัน ขอบคุณมากครับที่ช่วยอนุรักษ์และเผยแพร่ ผมเพิ่งไปหาซื้อเพลงเจรียงจากถิ่นสุรินทร์มาฟังครับ น่าฟังมาก

เขียนเมื่อ 

สวัสดี ครับครูหยุย

  • ขอบคุณมากครับคุณครู ที่ท่านให้ความห่วงใยในศิลปะพื้นบ้าน ที่กำลังจางลงไปทุกที
  • ที่สุพรรณบุรี ยังมีเยาวชนกลุ่มหนึ่ง อนุรักษ์เพลงพื้นบ้านอย่างเหนียวแน่นมายาวนาน

ผมต้องหาโอกาสไปเยี่ยม ไปเยือน ไปชมแล้วครับ

เขียนเมื่อ 
  • ยินดีมากครับครูหยุย เป็นเกียรติอย่างยิ่ง
  • หากครูผ่านไปทางดอนเจดีย์ แวะเยี่ยมเยือนกันก่อนนะครับ