ไดฟังเรื่องของมหาศิลปินสามคนมี ไมเคิล แองเจลโล่ อีกคนชื่อ ราฟาเอล ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นศิษย์ของไม่เคิล ส่วนอีกคนเป็นที่รู้จักกว้างขวางไม่แพ้กัน คือ ดาวินชี
สู่เมืองโบราณ-2
โสภณ  เปียสนิท
...............................................
 
                ไดฟังเรื่องของมหาศิลปินสามคนมี ไมเคิล แองเจลโล่ อีกคนชื่อ ราฟาเอล ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นศิษย์ของไม่เคิล ส่วนอีกคนเป็นที่รู้จักกว้างขวางไม่แพ้กัน คือ ดาวินชี
                มัคคุเทศก์อธิบายงานศิลป์มากมาย ผมจดทันบ้างไม่ทันบ้าง ประโยคหนึ่งที่ควรบันทึกไว้เพราะมีความคมอยู่พอควร “ความงามของเส้นเป็นจุดเด่นของภาพ” ผมอาจลืมเรื่องราวอื่นๆ ได้ แต่ประโยคทองนี้คงจดจำได้อีกนานเท่านาน
                ตลอดการเดินทางอันยาวนานเราต่างนิ่งเงียบกันเป็นส่วนมาก มีแต่ฟังและมองสิ่งแปลกใหม่ที่ได้รับ ทั้งจากสองข้างทาง รถจอดแวะเข้าห้องน้ำกันอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน มองซ้ายมองขวาไม่รู้ว่าทิศตะวันตกตะวันออกอยู่ทางไหน ห้องน้ำที่จุดพักรถกลางเส้นทางจากออสเตรียมสู่เมืองฟลอเรนส์ประเทศอิตาลีแห่งนี้ค่อนข้างจะลางเลือนในความทรงจำ
                เสร็จภารกิจแล้วกลับขึ้นรถเดินทางกันต่อ คราวนี้มัคคุเทศก์สร้างบรรยากาศให้เกิดความอยากรู้ประวัติศาสตร์ด้วยการการเปิดวีซีดีเรื่อง “โรเมโอกับจูเลียต” ละครรักอมตะของเช็คสเปียร์ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ชาวอังกฤษที่เขียนเล่าเรื่องความรักของสองหนุ่มสาวไว้ด้วยคำกวี บ้านเกิดของพระนางทั้งคู่คือเมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลีนี่เอง และเราจะกำลังจะผ่านเส้นทางแยกไปสู่บ้านของทั้งสองด้วยเช่นกัน ดาราหนุ่มผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่ดาราสาวนั้นจำได้ขึ้นใจ (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุอันใด) เธอคือ โอลิเวียฮัสซี สมัยยังสาวปิ้งวัย 16-17 โน่นกระมัง ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเธออายุเท่าใดแน่ แต่ผมไม่ต้องการเห็นภาพของเธอในปัจจุบันมากนัก เพราะอาจทำให้ความงามในอดีตของเธอลดลง ก็คงคล้าย ๆ กับ “โรส” นางเอกของหนังเรื่องไททานิคในวัยชรานั่นแหละ
                ดูหนังผมก็สนใจที่จะดู แต่สองข้างทางก็สวยงามเสียจนอดใจไม่ไหว สมาธิของผมจึงต้องแบ่งเป็นสองด้านด้วยความตั้งใจ ภูเขาสูงตลอดเส้นทาง สายหมอกคลอเคลียยอดเขา ไร่องุ่นยาวไกลสุดสายตาไม่นานต่อมาเราพ้นจากเขตของขุนเขาเข้าสู่พื้นราบ สายหมอกยังคงปกคลุมปริมณฑลหม่นมัวทั่วไป
                มองกลางทุ่งร้าง เห็นบ้านเก่า ๆ ยืนสลัวกลางไร่ข้าวโพด ดูโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ผู้คน หรือว่าบ้านเหล่านี้เป็นเพียงขนำ เถียงนา ไม่ใช่บ้านในความหมายตามที่เรารู้สึก เจ้าของอาจมาพักบ้างเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น
                กว่าสองชั่วโมงแล้วที่รถแล่น หนังจบลงแล้ว มัคคุเทศก์ชะลอการบรรยาย (คาดว่าคงแสบคอ) เพื่อนร่วมทางบางคนแอบงีบเอาแรง กลางความเงียบ แอบได้ยินเสียงกรนแว่วมาเบา ๆ อย่างเกรงอกเกรงใจ เราผ่านขุนเขา ผ่านบ้านเล็กกลางไร่สู่บ้านหลังใหญ่ขึ้น ชุมชนหนาแน่นขึ้น ทางต่างระดับมีให้เห็นประปราย การขับรถของเขาเป็นระเบียบดีมาก ต่างคนต่างไป เข้าเลนไหนก็เลนนั้นไม่โยกซ้ายย้ายขวาสร้างสีสันให้หวาดเสียวเหมือนในเมืองไทย