KM เกิดยากในสังคมอำนาจ สังคมควบคุม-สั่งการ ทำงานตามคำสั่งดิ่งเดี่ยว
ผมสังเกตว่าวงการในกระทรวงศึกษาธิการมีจุดอ่อนด้านนี้มาก
- เมื่อวันที่ 7 ก.ค.49 ผมไปร่วมทำ KM Workshop แก่ สพท. & โรงเรียนที่อุดร ผู้บริหารโรงเรียนจำนวนหนึ่งต้องไปรับผู้ช่วยรัฐมนตรี ต้องขาดการประชุมไปช่วงหนึ่ง
- วันที่ 2 ก.ค.49 เรามีกำหนดจัดเวที ลปรร. นวัตกรรมโรงเรียนวิถีพุทธที่เชียงใหม่ เมื่อวานได้รับแจ้งขอเลื่อนออกไปเพราะ ผอ.โรงเรียนผู้เป็นคนจัดการประชุมถูก "นาย" เรียกตัวไปประชุมด่วน
ผมคิดว่าสาเหตุสำคัญที่วงการศึกษาของเราตกต่ำเพราะเราขาดอิสระที่เรียกว่า autonomy ในการทำงาน ไม่สามารถใช้พลังทุ่มเทต่องานได้เต็มที่ เพราะมี "นาย" ให้ต้องไปพินอบพิเทาเอาใจ
เสียทั้งเวลา พลังสมอง และเงินภาษีราษฎร
วิจารณ์ พานิช
13 ก.ค.49
เห็นด้วยค่ะ เพราะได้รับข้อมูลจากพี่สาวที่เป็นครู ฟังดูรู้สึกว่าวัฒนธรรมอำจรุนแรงมาก ขนาดผู้บริหารเรียกให้ไปพบว่าให้ระวังตัวไว้และถูกเพื่อนครูด้วยกันเตือนว่าให้ยอมๆไปเถอะจะได้ไม่มีเรื่อง จนหมดกำลังใจไม่อยากทำงานเลยค่ะ
จริงที่สุดครับอาจารย์หมอ อุปสรรคที่สำคัญที่สุดของ KM อยู่ตรงที่ผู้บริหารนี่เอง วัฒนธรรมอำนาจนิยม แก้ยากมาก ทำอะไรก็ถูกไปหมด คำว่า “นาย”ใช้กันติดปากทุกคน เขาพิสูจน์กันจนได้ข้อสรุปมานานแล้วครับ(สิ่งที่เห็นจริงแล้ว/สัจจพจน์)ว่าการทำงานให้ราบรื่นในองค์กรไม่ต้องมีองค์ความรู้อะไรก็ได้ ขอให้ทำตามที่นายสั่งอย่างเคร่งครัด รวดเร็วทันใจ เป็นท่อนๆ และรองรับอารมณ์นายให้เป็น ก็อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างดี และก็มีนายเป็นทอดๆไป คนที่มีองค์ความรู้มาก จะถูกมองอย่างตัวตลก ไม่น่าไว้วางใจ คำพูดที่ว่า “ความรู้คืออำนาจ” ใช้ไม่ได้ในวงการศึกษา น่าตลกไหม วงการศึกษาแท้ๆ แต่เรื่องอำนาจนิยมหนักกว่ามหาดไทย แต่ก็ไม่เคร่งครัดวินัยเหมือนทหาร …แล้วจะเหลืออะไรเป็นความหวังในการเป็นผู้นำพัฒนา”คุณลักษณะของผู้เรียน” มีแต่วางฟอร์มและความยิ่งใหญ่ ผมเชื่อที่อาจารย์หมอเคยพูดก่อนอบรมว่าไม่หวังกับระบบราชการแล้วครับ…แต่ผมก็ยังพยายามคลุกคลีกับคุณกิจที่ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าข้างล่างจะช่วยกระตุ้นข้างบนได้บ้าง(ซึ่งหวังยาก)และเขียนบล็อกแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนใน-นอกวงการไม่ให้รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า แต่พอมาวันนี้ผมได้ไปร่วมงานกับที่ม KM CoPs เรื่อง “ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน” ของเครือข่ายโรงเรียนศรีบุณยานนท์ แล้วก็มีความสุขขึ้นมากที่เห็นพวกเขาทำกันด้วยใจ ทำเพื่อเด็ก และทำกันอย่างต่อเนื่องมีชีวิตชีวา ผมได้เขียนลงบล็อกไว้ หากอาจารย์หมอพอมีเวลาลองแวะไปอ่านที่บล็อกผมบ้าง เผื่อจะมีวิธีสร้างกำลังใจให้แก่พวกเขา ผมคาดว่าเขาจะเหนียวแน่นกันอีกนาน ถ้าไม่มีอะไรมาครอบงำเสียก่อน ซึ่งผมก็จะอยู่กับเขาอย่างใกล้ชิดครับ..www.gotoknow.org/blog/tanes
ที่ในอาณาจักรนี้เขานิยมทำอะไรตามกระแส จุดพลุสว่างวาบแล้วดับมืดเหมือนเดิมในพริบตา มีอะไรมาเขาเอามา “เล่น” ได้หมด ชินชากับการได้ทำอะไรพอให้มีหลักฐานอวดได้ว่าทำแล้ว เอกสาร Make ได้ก็จะทำเสริมให้ดูดี ผมพูดเช่นนี้ไม่ได้เลื่อนลอย มีตัวอย่างจริงมากมาย แต่ไม่อาจกล่าวได้ที่ตรงนี้ การเปลี่ยนแปลง เป็นอะไรบางอย่างที่เขากลัวกันมาก จะทำอะไรก็มีหลักการดีๆให้อ่าน แต่บ่อยครั้งผู้ปฏิบัติ,ydถามตัวเองในใจ และบางทีก็ดังออกมาข้างนอกว่า งานนี้ทำแล้ว “ตัวฉัน” ได้อะไร?
อยากให้ผู้บริหารและคุณครูทุกท่านได้มีโอกาสอ่านบันทึกนี้ด้วยครับ