วันนี้ฉันกับน้องก้อง  และครอบครัวของน้องแหม่มที่มีพี่เฟร์นกับน้องฟร้อง  นัดกันไปดูหนัง  ครอบครัวพวกเราสนิทกัน  พวกเราทำงานที่เดียวกัน  และลูกๆก็เรียนที่โรงเรียนเดียวกัน  วันนี้ตกลงกันว่าหลังน้องก้องกับพี่เฟร์นเลิกเรียนตอนบ่าย  จะไปดูหนังเรื่อง  “ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ”  กัน
            หลังเลิกเรียนตอนบ่าย  น้องก้องกับพี่เฟร์นได้ฝึกขึ้นรถโดยสารจาก  โรงเรียนมายังห้างแห่งหนึ่งที่พวกเราจะไปดูหนังกัน  สำหรับน้องก้องถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ขึ้นรถโดยสารเอง  ส่วนพี่เฟร์นแม้จะมากกว่าหนึ่งครั้งแต่หากขึ้นคนเดียวก็ยังไม่มั่นใจ  ทั้งสองเล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นถึงประสบการณ์การขึ้นรถเมล์....เมื่อหนังเลิกเด็กๆเริ่มหิวและขอเลือกรับประทานอาหารญี่ปุ่นก็เลยตามใจ  นานๆที่จะได้รับประทานอาหารร่วมกัน  และแยกย้ายกันกลับบ้าน

  

 

                “เลือกเลยค่ะ  ลองใส่ได้เลยนะคะ”  เสียงแจ้วๆของเด็กน้อยที่ฉันคาดคะเนว่าไม่น่าจะเกินสิบขวบ  ยืนอยู่หน้าเคาเตอร์นาฬิกา  เมื่อฉันหยุดดูนาฬิกา  ด้วยสะดุดตาว่า  ทุกเรือนราคา 100 บาท
                “ลองได้เลยค่ะ  เรือนไหนก็ได้  สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ”  เสียงของเด็กน้อยเชื้อเชิญให้ฉันลองสวมใส่นาฬิกาของเธอ  เมื่อฉันถามว่าลองใส่ได้หรือเปล่า  สังเกตเห็นแววตาของเธอแล้วเธออยากให้ฉันลองจริงๆ ...  ลูกใครน๊าช่างน่ารักจัง  ขายของอยู่คนเดียว  พ่อแม่ไปไหนนะ  ฉันเลือกชมนาฬิกาของเธออย่างเพลิดเพลินและสบายใจ  ไม่เหมือนบางร้านถ้าเห็นว่าเราเลือกนาน  ก็จะแสดงสีหน้าไม่พอใจ  แต่สำหรับสาวน้อยคนนี้แล้วไม่มีอาการอย่างที่ว่า  เมื่อฉันถามว่าเลือกเยอะๆ  ไม่ซื้อจะเป็นไรมั้ย 
                “ไม่เป็นไรค่ะ”  เสียงเธอตอบอย่างจริงใจ  แถมส่งยิ้มอันไร้เดียงสาให้กับฉันอีก
                “ในตู้ก็มีอีกนะคะ  สวยๆทั้งนั้น  ลองได้ทุกเรือนเลยค่ะ”  แน๊ เทคนิคการขายไม่เบา ฉันคิดในใจ  เธอยังเชื้อเชิญให้ฉันชมนาฬิกาในตู้ถัดไปอีก  คงเห็นว่าฉันคงยังเลือกได้ไม่ถูกใจ  ฉันชักเริ่มตกหลุมรักสาวน้อยคนนี้เสียแล้วสิ...ฉันเลือกนาฬิกาในตู้มาชมหลายเรือน  และพบที่ถูกใจแล้ว  สักพักแม่ของเธอเดินมาหลังพาลูกคนเล็กอายุ 2 ขวบไปเข้าห้องน้ำมา  แม่ของเธอก็มีอัธยาศัยดีไม่แพ้กับสาวน้อยคนนี้เลย  เชื้อเชิญให้เลือกและให้ลองอย่างสบายใจ  สุดท้ายจึงอุดหนุนมาสองเรือน  ด้วยเหตุผลว่าเห็นความตั้งใจอยากขายของสาวน้อยคนนี้แล้ว  คิดว่าเงินสองร้อยของฉันคงสร้างความภูมิใจให้เธอได้ไม่น้อย  และฉันก็ได้ของที่ถูกใจ  เธอรอรับเงินจากฉันเหมือนกับอยากจะให้แม่ของเธอรู้ว่าเธอขายของได้นะ ขายได้ด้วยตัวของเธอเอง ฉันจึงยื่นเงินให้เธอ เธอกล่าวขอบคุณพร้อมยกมือสวัสดีก่อนรับเงินจากฉัน (เธอยังคงใช้ AI=Appreciative Inquiry กับฉันอีกแล้ว) ฉันจึงอดอวยพรให้เธอไม่ได้  อวยพรให้เธอขายดีๆ  เธอกล่าวขอบคุณฉันอีกครั้งพร้อมแม่ของเธอ
                วันนี้สาวน้อยคนนี้ทำให้ฉันตกหลุมรักเธอเสียแล้ว