ธรรมชาติในโลกกว้าง และโลกแคบ

ในโลกแคบๆของยายธีคือ จอสี่เหลี่ยม..(มันแคบจริงๆก็กว้างยาวพอดูได้ประมาณสามสิบเซ็นต์..แอบคิด)....แต่เจ้าโลกแคบสี่เหลี่ยมที่ว่ากลับทำให้ยายธีได้มุมมองกว้างไกล..ได้มองเห็นถึงความสามารถของมนุษย์ที่ได้ใช้เทคนิคและความรู้ผลิตสิ่งที่เขาได้เห็นมาแบ่งปันกันในรูปแบบต่างๆกัน....และอย่างหนึ่งที่ยายธีได้เห็น (ในจอสี่เหลี่ยม)..ก็คือ...ควายขบเสือ...และเสือกัดกัน...

(เกิดมีคำถามขึ้นมาว่า...มันเป็นภาพจริงๆ..หรือภาพลวงตา..เพราะไม่เคยคิดหรือเห็นการกระทำเช่นนี้มาก่อนหรือคิดว่า....ควายคิดจะ ขบ เสือ..เพราะเคยเห็นแต่..เสือไล่ล่า..ตะบบควาย..เป็นเหยื่อเพื่อกิน...อิอิ..อะๆ ..)

...ภาพที่เห็น..ควายทั้งฝูง..ตีวงล้อม..เสือตัวหนึ่ง..ซึ่งผอมโซ..เรี่ยวแรงก็คงจักไม่มีเท่าไรนักแลอาจจะเป็นเสือแก่ๆตัวหนึ่ง..ฝูงควายนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบแน่ๆตีวงโอบเจ้าเสือน่าสงสารตัวนั้น..รุมขวิด..รุมขบ..รุมกระทืบอย่างเมามัน...ขวิดเสยเจ้าเสือ(แก่)..ตัวนั้น..กระดอนขึ้นกระดอนลง..ให้เห็นท่ามกลางฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย..(...เหอๆ..)

...อีกภาพหนึ่ง..ที่เห็น..เสือสองตัวกัดกัน..เจ้าตัวหนึ่งคือ เสือแก่..เจ้าถิ่นเดิม..อีกตัวหนึ่งเสือหนุ่ม...(ต้องการแย่งความเป็นเจ้าถิ่นเพื่อจะหากินได้คล่องอย่าง..เจ้าถิ่นเก่าบ้าง..ไหนๆก็หนุ่มขึ้นมาแล้วเรี่ยวแรงก็คงจะดีกว่าเสือแก่..อิอิ )...ที่นี้..ก็..เจ้าสองตัวฟัดกันอยู่หลาย ชม. (กัดแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย.เป็นธรรมชาติ..เขาบรรยายไว้อย่างนั้นกัดกันแบบไม่ให้ถึงตาย..โดยสัญชาติญาณสัตว์..กัดกันแบบไม่ให้สาหัสสากันจนทำมาหากินไม่ได้)ผลของการกัดกันจบลงด้วย เจ้าเสือหนุ่มเป็นผู้แพ้เพราะด้อยประสพการณ์กว่า...และตาบอดไปข้างหนึ่งนอนหายใจระรัว..เจ้าเสือแก่เดินวนเวียนไปรอบๆเสือหนุ่ม..ทั้งๆที่เลือดท่วมตัวเหมือนกัน....(หายใจหอบแห้กกระรวยเหมือนกันแต่ยังเดินได้  ๕๕๕)

ยายธีอยากจะจบข้อความนี้ตรงที่ว่าไปอ่านพบในหน้าหลังของหนังสือธรรมะ หนังสือดีร้อยปีท่านพุทธทาส คู่มือมนุษย์..บนปกหลังของหนังสือเล่มนี้..ท่านพุทธทาสเขียนเป็น อุจทาหรณ์ไว้ว่า..." ความแก่นี้ดี ...ทำให้ไม่มีแรง ด่า ใคร ตี ใคร ".........