การสุ่มตรวจประเมินร้านและแผงลอยจำหน่ายอาหารที่ได้รับป้ายรับรองมาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย(Clean Food Good Taste)

           ศูนย์อนามัยที่ 8  นครสวรรค์  ได้สุ่มตรวจประเมินเชิงคุณภาพของร้านและแผงลอยจำหน่ายอาหารที่ได้ป้ายรับรองมาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย  จากกรมอนามัย  โดยดำเนินการทุกปี

           ช่วงนี้ดำเนินการสุ่มเสร็จแล้วทั้ง 4 จังหวัดคือกำแพงเพชร  นครสวรรค์  พิจิตร  และอุทัยธานี    ผู้เขียนจึงเก็บภาพและเรื่องราวที่ได้พบมาเล่าสู่กันฟัง  

              วิธีการไปสุ่ม   จะมีการประสานขอความร่วมมือจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อให้ประสานตามลำดับไปยังสาธารณสุขระดับอำเภอ  รพ. อำเภอ   สถานีอนามัยและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

               

              

เจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่จะนำทีมงานศูนย์ฯ  ไปยังร้านอาหารที่มีป้าย  สังเกตป้ายสีเขียวที่แขวนนี้นะคะ  ถ้าป้ายใหญ่หน่อยจะเป็นร้านอาหาร  ถ้าเป็นป้ายเล็กจะเป็นแผงลอย   ซึ่งการประเมินจะมีกฎเกณฑ์ที่ต่างกัน  โดยร้านอาหารมีเกณฑ์ 15 ข้อ  ส่วนแผงฯ มีเกณฑ์ 12 ข้อ     

             การสุ่มประเมิน  ประกอบด้วยการตรวจทางด้านกายภาพคือการตรวจดูสภาพโครงสร้างของร้านและการตรวจทางด้านแบคทีเรียคือการเก็บตัวอย่างอาหารพร้อมบริโภค (พร้อมที่จะกินโดยไม่ต้องปรุงอีก)  ภาชนะ  และมือผู้ปรุงและผู้เสริฟอาหาร

   

           กำลังตรวจ..แนะนำเจ้าของร้านค่ะ..               

                                  

จากนั้น  เก็บอาหารแล้วตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในขวดน้ำยาสีม่วง SI-2  ส่วนภาชนะเช่นจาน ช้อน แก้ว  ก็จะมีการใช้ไม้พันสำลีป้ายบางส่วนของภาชนะ ตามหลักการที่กำหนด   พูดง่ายๆ คือเก็บเชื้อโรคมาเลี้ยงในขวดน้ำยาเป็นเวลา17-24 ชั่วโมงจึงอ่านผล    เป็นการทดสอบความสะอาดนั่นเอง 

บางร้าน  ที่เป็นร้านอาหารตามสั่ง  มักไม่มีอาหารปรุงสุกให้ตรวจ  เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวแกง  เราจึงมักขอผักที่เตรียมไว้ใส่ในอาหารพวกยำ  สลัด  ผักทานดิบต่าง ๆ  เช่นผักชี ต้นหอม ผักกาดหอม  คื่นช่าย  ผักชีฝรั่ง  ใบโหระพา  ถั่วฝักยาว  เป็นต้น

                                

บางร้านเขาจัดทำอาหารเตรียมให้แบบนี้ค่ะ....หิวหรือยังล่ะคะ

และบางร้านผัดจานใหญ่ ๆมาให้  เขาบอกตรวจไปเถอะ  ไม่เป็นไร

  

เห็นแล้วหิวข้าวมั๊ยคะ ?

               เสร็จจากการวุ่น ๆ เรื่องอาหารแล้ว

                   

               สุดท้ายก็ขอตรวจมือ  ว่าขณะปรุงอาหารหรือเสริฟก็ตาม  มือมีสภาพเช่นไร?   สุ่มตรวจเพียง 1 ข้าง  เป็นอันว่าเสร็จกิจกรรมต่อการเข้าร้านอาหาร 1 ร้าน  วันหนึ่ง ๆ ไปสุ่ม 12-14 ร้าน

  ถ้ามีทีมงานหลายคนก็เสร็จไวหน่อยค่ะ  ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

หลาย ๆ อย่างที่พบจากร้านอาหาร  มีทั้งดีและไม่ดี  ซึ่งผู้บริโภคไม่อาจรู้ว่า  เบื้องหลังของชามอร่อยตรงหน้าเราเป็นอย่างไร ? 

                        

                        

                ชามอร่อยทั้งหลายเหล่านี้  ซ่อนพิษสงไว้เยอะแยะ   

พิษสงอะไรบ้าง...สิ่งเหล่านี้  ทีมงานจะต้องตรวจดูทั้งหมดค่ะ...

- หม้อก๋วยเตี๋ยวรุ่นเก่าๆจะเชื่อมด้วยตะกั่ว  บางร้านเก่าจนรั่วปะด้วยแผ่นตะกั่ว  ซึ่งไม่ถูกต้อง   ต้องเปลี่ยนหม้อใหม่ 

ที่ถูก  จะต้องไม่เชื่อมด้วยตะกั่ว  ไม่งั้นน้ำซุปจะมีตะกั่วปนเปื้อน   สังเกตดูหม้อที่ถูกต้องนี้นะคะ

                    

                    

          จะร้านอาหารในเมืองหรือบ้าน ๆ จะดูความสะอาดเป็นหลัก

- ความไม่สะอาด  ไม่ถูกสุขลักษณะในการจัดร้าน  จัดครัว  จัดตู้ก๋วยเตี๋ยว 

- พฤติกรรมการหยิบจับอาหารพวกหมูแดง ลูกชิ้น ผัก  มักใช้มือหยิบ  ข้อนี้แก้ไขยากมากที่สุด   บางร้านผ่านเกณฑ์ทุกเรื่อง  แต่ตกเกณฑ์เรื่องนี้เรื่องเดียว

- ใช้ภาชนะพลาสติกที่ไม่ได้ผลิตเพื่อใส่อาหาร  มาใช้ใส่อาหารร้อน

                        

- การใช้กรดอะซีติกที่ใช้ในอุตสาหกรรม แทนน้ำส้มสายชูที่มีเครื่องหมาย  อย.รับรอง   ผู้ขายชอบใช้เพราะเปรี้ยวจัด ถูกใจผู้ซื้อและลดต้นทุน  โดยไม่ได้ตระหนักถึงผลเสียที่เกิดกับสุขภาพของผู้กิน

          สังเกตเห็นกรดกัดภาชนะจนกร่อน  บางร้านใส่น้ำส้มในภาชนะพลาสติกซึ่งไม่ถูกต้อง   ที่ถูกต้องใช้ภาชนะแก้วหรือกระเบื้องเคลือบ

                        

                       

- ความไม่ตระหนัก/ใส่ใจของผู้ขาย  สังเกตเห็นยางวงอยู่ในถุงพริกน้ำส้ม

-เครื่องปรุงพวกพริกป่น/ถั่วลิสงป่น  บางครั้งมีเชื้อราอะฟลาท็อกซิน

                 

- การเตรียมล้าง หั่นอาหารสด  ปรุงอาหารบนพื้น  เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง     ที่ถูกจะต้องมีโต๊ะสูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตร

  ไม่ปรุงอาหารหน้าห้องส้วม  เพราะป้องกันสิ่งสกปรกมาปนเปื้อนอาหาร

- การแต่งกายของผู้ขายต้องสวมหมวกคลุมผม  ผูกผ้ากันเปื้อน  ไม่ไว้เล็บยาว  ไม่ทาเล็บ  ไม่สวมแหวนขณะทำอาหาร  แต่ที่มักตรวจ  พบเสมอคือผูกผ้ากันเปื้อนเพียงอย่างเดียว  เพราะง่ายที่สุด

- เขียงก็ต้องแยกระหว่างเขียงหั่นของสดและของสุก  บ่อยครั้งที่พบว่าใช้รวมกัน 

- การแช่อาหารสด  ต้องแยกถังแช่ระหว่างเนื้อสัตว์และผักสด       พบบ่อยว่าแช่รวมกัน

- น้ำแข็งบริโภค  ต้องไม่มีของอย่างอื่นมาแช่รวม  ห้ามเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ขวดเบียร์ น้ำอัดลม  นมกล่อง  ที่ห้ามเพราะป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก/เชื้อโรคที่อาจติดมาจากของเหล่านี้สู่น้ำแข็ง 

  ที่ตักน้ำแข็งต้องเป็นที่ตักด้ามยาว  บ่อยครั้งที่พบใช้ถ้วย /จาน /     ถังเสริฟน้ำแข็งตัก

- การปกปิดอาหาร   อาจเป็นตู้ครอบกันแมลงวัน  ฝุ่นละออง  และจะห้ามใส่เครื่องรางของขลังในตู้  เพราะเป็นที่เก็บหยากไย่ ฝุ่นละออง เชื้อรา  จะปลิวตกใส่อาหารได้   ถ้าอยากวางให้ไว้นอกตู้

                 

- การวางช้อน ตะเกียบ  ต้องให้ด้ามอยู่ด้านเดียวกัน  หรือด้ามช้อนตั้งขึ้น  กรณีภาชนะทรงสูง

                       

หากไม่จัดให้เป็นระเบียบ  สลับหัวสลับหางจะทำให้ช้อนส้อมส่วนที่จะต้องตักอาหารเข้าปาก  ปนเปื้อนเชื้อโรคจากมือทุก ๆ คนที่หยิบจับ

- อาหารที่ซื้อกลับบ้าน  พบว่าส่วนใหญ่ใช้โฟม  โดยไม่มีการใช้พลาสติกหรือใบตอง  รองก่อนที่จะวางอาหาร 

                       

มีคำแนะนำว่าอาหารร้อน ๆ ควรรองด้วยพลาสติกแบบนี้ก็จะป้องกันอันตรายจากสารสไตรีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่อยู่ในโฟม

                      

   เมื่อใส่กับข้าวแล้วควรใช้พลาสติกปิดอีกครั้ง ก่อนปิดกล่อง

                      

               ข้าวผัดกะเพรากล่องนี้อร่อยขึ้นทันทีเลยล่ะ...ค่ะ

     จริง ๆ แล้วไม่อยากให้ร้านเขาใช้โฟม  แต่ยังหาวิธีที่ดีกว่านี้โดยต้องใช้ต้นทุนต่ำ   ยังหาไม่ได้   ท่านใดมีคำแนะนำดี ๆ ขอเชิญเสนอแนะเพื่อการพัฒนา  และช่วยลดโลกร้อน

    ยังมีเรื่องละเอียดอ่อนในครัวอีกมากมาย      ซึ่งงานด้านสุขาภิบาลอาหารนี้  กรมอนามัยจัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนผู้บริโภค  ให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยในระดับหนึ่ง  ซึ่งผู้บริโภคก็สามารถมีส่วนสนับสนุนได้   โดยการเลือกใช้บริการในร้าน/แผงลอยจำหน่ายอาหารที่มีป้ายรับรองอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste)

....................