บางครั้งบางคราว หรืออาจจะหลาย ๆ คราวเลยทีเดียว ที่เราแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเราได้เป็นผู้กระทำการใด ๆ (ประมาท เลินเล่อ) หรืออาจจะนิ่งเฉยไม่ยอมกระทำการใด ๆ ลงไป (เฉยเมย) จวบจนเราได้มาล่วงรู้ว่า ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดความรู้สึกที่แย่ ๆ เอากับเพื่อน มิตรสหาย หรือคนที่เรารัก อย่างจัง(แรง) เข้าให้แล้ว จนถึงกับมีคำพูดคล้าย ๆ กับว่า “ถึงทำตอนนี้ก็ไม่สามารถเรียกความรู้สึกที่เสียไปนั้นกลับคืนมาได้แล้ว” มันน่าเศร้าเอามาก ๆ หากไม่เกิดกับใครโดยตรง และจะคงนึกภาพความเสียใจไม่ออกเอาเสียเลย

     มีมากมายเหลือเกินที่ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อลงไปแล้ว หรือนิ่งเฉยไม่ยอมกระทำใด ๆ จนก่อเกินเป็นสนิมใจ ปฏิกิริยาที่มีต่อกันกลับทวีความรุนแรงขึ้น เพียงเพราะไม่ได้เปิดใจบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อกัน ด้วยความจริงใจ หากเพียงได้ปริปากพูดบอกกัน อย่างน้อยก็ทำให้ทราบร่วมกัน จะเจตนาหรือไม่ หรือมีเหตุผลอย่างไร เหมาะสม สมเหตุสมผลหรือไม่ ใช่เรื่องที่จะรีบพิจารณา อาจจะต้องไต่ตรองได้ในภายหลัง โดยใช้ความรู้สึกรัก ผูกพัน เคารพกันและกัน ว่ายังคงเหลืออยู่ไหม สุดท้ายอภัยให้กัน ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด

     เพราะความรู้สึกดี ๆ นั้นได้สูญเสียไปแล้ว แม้จะยังซาบซึ้งในรัก ด้วยความเคารพ หรือยังหวังดี อยู่เช่นเดิม และจะยังไงก็ไม่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นคำกล่าวที่กล่าวออกมาบ่อยแค่ไหนก็แล้วแต่ แต่ด้วยมองว่าความรู้สึกที่เสียไปนั้น เป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ อยากร้องให้ เสียใจในบางอารมณ์ที่นึก ๆ วูบ ๆ เข้ามาในบางห้วงเวลา ก็คงเหมือนเหล็กที่สนิมชอบเกาะกินกัดกร่อนให้ผุพัง หากเพียงแต่เราได้ช่วยกันชโลมน้ำมันเพื่อกันไว้ โดยไม่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรม(ชาติ)จนเกินไป

     ด้วยเพราะเราต้องการความเป็นเหล็กที่แข็ง เหนียว และมั่นคง เราจึงต้องหมั่นดูแลกันและกันในปัจจุบันมากกว่า อย่าได้ปล่อยปละละเลยจนยากที่จะเยียวยา โดยผ่านเวลาไปเรื่อย ๆ หันหน้ากลับมา รักษาระยะห่างให้พอเหมาะ และเยียวยาดูแลกันดี ๆ เสียตอนนี้ในทันทีที่ระลึกได้ดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่เสียไปกว่าที่เสีย เหล็กที่สนิมกินจนกร่อน ไม่สามารถนำมาหลอมเป็นเหล็กใหม่ได้ หากจะงอคดผิดรูปไปบ้าง เพราะผิดพลาด ยังคงหลอมใหม่ ให้เป็นเหล็กได้เช่นเหล็กเดิม หลอมใจก็เช่นนั้น

     บันทึกนี้ไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่บันทึกไว้สอนตนว่าได้เรียนรู้ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ ในสิ่งเล็ก ๆ ที่เฉยเมยไม่ใส่ใจกัน กลับปล่อยให้วันเวลาผันผ่านไป แม้ไม่ได้เร่งให้เกิดสนิมใจ แต่ก็ไม่ได้หวนคิดว่าจะต้องชโลมน้ำมันเพื่อชะลอการกัดกร่อนนั้นเลย จวบจนคิดได้และยิ่งใหญ่เหลือเกินกับสิ่งที่เสียไปคือ “ความรู้สึกดี ๆ” ที่มีต่อกัน บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ เพียงรอการให้อภัยในหวังจะกลับคืน