ฉันก็ใช้ความซุกซนของเขาให้เกิดประโยชน์ ถ้าให้ครูนั่งอธิบาย เจ้าลิงพวกนี้มีหรือจะฟัง พูดได้แป๊บเดียว เจ้าประคุณก็คุยแข่งดังลั่นห้องแล้ว
            จากบันทึกที่ผ่านมา   ฉันเล่าถึงวิธีการดูแลปลูกฝังลูกศิษย์ที่เป็นเด็กโต ช่วง ม.3-ม.6 และ ปวช.     “สื่อสารอย่างเปิดใจ” ชนะใจเด็กดื้อ?...   และสัญญาว่าจะเล่าเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับลูกศิษย์รุ่นเล็กค่ะ 
      วันนี้จะเล่าถึงวิธี หรือสไตล์การสอนลูกศิษย์รุ่นเล็ก ม.1-ม.2 ค่ะ   พวกนี้เป็นน้องเล็กในโรงเรียน  พึ่งผ่านช่วงชั้นประถมศึกษามาหมาดๆ   ก็ค่อนข้างซุกซน  ยุกๆ ยิกๆ  อยู่ไม่ค่อยสุข   พวกนี้เขาน่ารักแบบเด็กๆ ค่ะ....  ฉันก็ใช้ความซุกซนของเขาให้เกิดประโยชน์  โดยเฉพาะ  พวกนี้เขามีพลังงานเหลือเฟือ.. กิจกรรมการเรียนต้องให้เขาได้ใช้เรี่ยวแรง  สนุกสนาน    อันนี้เหมาะเลย  วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ   ถ้าให้ครูนั่งอธิบาย  เทคโนโลยีคืออะไร   ข้อมูลคืออะไร   สารสนเทศเกิดขึ้นได้อย่างไร  โอ๊ย!...  เจ้าลิงพวกนี้มีหรือจะฟัง  พูดได้แป๊บเดียว  เจ้าประคุณก็คุยแข่งดังลั่นห้องแล้ว   พวกนี้ต้องให้ออกสำรวจของมูลจริงๆ ไปเลย  ในชั่วโมงมีอะไรให้เขาเล่น ให้เขาเรียนรู้เยอะเลยแหละ  พอเราสอนเขาให้รู้ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยี  ข้อมูล สารสนเทศ  วิธีการได้มาของสารสนเทศ”    แล้วตั้งประเด็นต่างๆ  ให้เขาไปสำรวจจริงๆ  ในบริเวณโรงเรียนนั่นแหละ  ให้เวลา 30-45 นาที  เก็บข้อมูลให้มากที่สุด   เวลาที่เหลืออีก 1 ชั่วโมง  ให้เขานำข้อมูลมาวิเคราะห์  จำแนก  แยกแยะ  จัดกลุ่ม   ให้ข้อมูลกลายเป็นสารสนเทศอย่างง่ายๆ  ใกล้ๆ ตัว   เขาจะได้ความรู้เรื่องการประมวลผลโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว  
   จากนั้น  เราก็ตอกย้ำความรู้  กันไม่ให้เขาลืม  โดยให้การบ้านค่ะ 
        บ้านใครอยู่ใกล้น้ำตกแม่พูลบ้าง?
        บ้านใครอยู่ใกล้วัด.... ใกล้ อบต. บ้าง?  ฯลฯ 
        ไปสำรวจสิ่งต่างๆ  ที่พบเห็นมานะคะ จดบันทึกให้ละเอียด  มีอะไร จำนวนเท่าไหร่?  
 ลองมาดูเป็นขั้นๆ  ดีกว่านะคะ  สัก 1 สถานการณ์  เช่น  สอนเรื่องข้อมูลและสารสนเทศค่ะ  
       1. เด็กๆ คะ กลับไปสำรวจต้นไม้ในบริเวณบ้านของตัวเองและบ้านข้างเคียง ภายในบริเวณ  3 หลังคาเรือน  ว่ามีอะไรบ้าง  จำนวนเท่าไหร่  เขียนมาให้ครบ อย่าให้ตกหล่น  จำได้ไหมคะ ....เน้นย้ำเด็ก  แต่เราก็แจกใบงาน ซึ่งมีคำชี้แจง ภาระงานไว้อย่างละเอียดแล้ว...      
  “คนที่บ้านอยู่ใกล้น้ำตกแม่พูล  ไปสำรวจนะคะว่า ที่น้ำตกมีอะไรบ้าง?  เช่น  ต้นทุเรียน  ลางสาด  ลองกอง  เงาะ  มังคุด  นอกจากผลไม้  มีต้นไม้อื่นๆ  อะไรอีกบ้าง  ที่บริเวณน้ำตกเห็นแมลงอะไรบ้าง  นักท่องเที่ยวเป็นใครบ้าง   มีเพศ/วัยใดบ้าง   ร้านค้า  จำหน่ายอะไรบ้าง   มีกี่ร้าน   รถที่ใช้เดินทางมาเที่ยวน้ำตกเป็นประเภทใดบ้าง  ฯลฯ"     
        2.  นักเรียนจัดกลุ่ม จัดพวกให้มันนะคะ  ว่า ต้นไม้ที่นักเรียนพบเห็นมันจะจัดอยู่ในกลุ่มใดได้บ้าง  บอกเหตุผลให้ครูทราบด้วยว่าจัดให้มันอยู่กลุ่มเดียวกันเพราะอะไร    อ้อ!.. ครูขอถามหน่อยซิ... ต้นไม้บางอย่าง  เราจัดให้มันอยู่หลายกลุ่มได้มั้ยคะ?... ฯลฯ  ฉันก็ตั้งคำถาม ไปเรื่อย ๆ   เป็นการกระตุ้นให้เด็กเขาคิด 
       3. ที่นี้ พอนักเรียนจัดกลุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ลองออกแบบ Mind Mapping   สวยๆ  มาอวดครูด้วยนะคะ  ใครมีฝีมือในการวาดรูประบายสี ก็เอาให้เต็มที่เลย ให้สวยที่สุดนะ  โอเค มั้ยคะ?  เอ... เรามีนัดกันอีกเมื่อไหร่ น๊า!...  
“ถ้ามีคนลืมเอาการบ้านมาอวดครู.... เราจะทำอะไรกันดีล่ะ.....”   เด็กๆ ก็จะแย่งกันเสนอวิธีทางการทำโทษแบบแปลกๆ ขำๆ ฮาๆ  คุณรู้มั้ยค่ะ  เด็กๆ เค้าสนุกสนานกันมาก  เสียงเจี๊ยวจ๊าวเชียว...”   จนอาจารย์อีกห้องโผล่หน้ามาดูทีเดียว  ฮา 
  
      ส่วนพี่ ม.3 – ม.6  ก็ใช้วิธีการอื่นๆ  ที่สอดคล้องกับวัย  พัฒนาการ และธรรมชาติ  ตามความสนใจของเขา  ว่างๆ จะเล่าให้ฟังค่ะ 
       การจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดการเรียนรู้  ฉันเน้นให้เขาลงมือทำ  เขาจะเกิดการเรียนรู้  มีความเข้าใจ  เกิดเป็นองค์ความรู้  ค่อยๆ  สอดแทรก แฝงตัวอยู่ในกิจกรรมที่เขาทำและเล่น   ฉันคิดเสมอว่า  “ทำอย่างไรให้เขาเรียนอย่างมีความสุข  เรียนอย่างมีความหมาย  เรียนแล้วเกิดความคิดที่เป็นองค์รวม”
       อย่าสอนแบบแยกส่วนไม่เกิดประโยชน์หรอก   ที่สำคัญเวลาที่เขาทำกิจกรรม  ครูอย่านั่งอยู่เฉยๆ ที่โต๊ะ คอยดูแลให้คำแนะนำเขาอย่างใกล้ชิด  และต้องไม่ลืมที่จะปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเขา  เช่น  ความรับผิดชอบ  ความซื่อสัตย์  ความมีน้ำใจ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   ความคุ้มค่าคุ้มประโยชน์  ให้เพื่อนช่วยเพื่อน  บางอย่างเด็กจะใช้ภาษาที่สื่อสารกันเข้าใจกว่า 
บางท่านอ่านแล้ว  อาจคิดว่า  “อะไรกัน วิชาคอมพิวเตอร์ สอนอะไรก็ไม่รู้  …เกี่ยวกับวิชาคอมพิวเตอร์ตรงไหนกันเนี่ย...”
        ที่เล่ามาเป็นวิธีการเริ่มแรก  ที่จะช่วยให้เด็กไม่เกิดความเบื่อตั้งแต่เริ่มเรียน  เพราะวิชานี้เป็นวิชาพื้นฐาน เป็นเรื่องแรกๆ  เนื้อหาในตำราของ สสวท. ก็ละเอียดยิบ  ภาพประกอบก็แทบไม่มี  ก่อนที่จะเรียนเรื่องการใช้เทคโนโลยี (ภาคปฏิบัติ)  เด็กๆ ไม่ชอบอ่าน และฉันก็ไม่ให้เด็กซื้อหนังสือ  ครูซื้อคนเดียวพอแล้ว   ฉันชอบทำเป็นสื่อ ประเภท CAI  Webpage   สรุปเป็น PowerPoint   E-Book  ให้เด็กศึกษาเพิ่มเติมในเวลาว่างมากกว่า  เด็กที่มีคอมพ์ที่บ้าน ก็ Copy ไปทบทวนที่บ้าน   
  จัดทำสื่อไว้หลายรูปแบบ ให้นักเรียนเลือกศึกษาค้นคว้า  
 การสอน ฉันให้เขาลงมือทำจริงๆ  เขาจะเรียนรู้และเข้าใจกว่าอ่านในตำราเยอะเลย....  
  
ยังมีวิธีการจัดกิจกรรมอีกเยอะในชั้นเรียนสนุกๆ แค่กิจกรรมการแบ่งกลุ่มก็ลุ๊นระทึกแล้ว... 
  เกมแบ่งกลุ่มนักเรียน  ลุ้นระทึก “เราจะอยู่กลุ่มไหนน๊า!....”    
 

 

   ตัวอย่างเกมฝึกทักษะการคิดวิเคาะห์และแก้ปัญหา และอุปกรณ์สำหรับจัดกลุ่มนักเรียน 
 ฉันนั่งประดิษฐ์เองนะเนี่ย!... อดทนเป็นเลิศ!... 
 
 กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ  บวกความรักและเอาใจใส่นักเรียน   
 ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน รักการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบ  
   

        

       ฉันคิดว่า  การสอนด้วยคำพูด และการสอนด้วยการกระทำ  ความหมายมันไม่เท่ากัน   การสอนว่า ทำอย่างนั้นไม่ดี ต้องอย่างนี้ถึงจะเหมาะสม  ยังไม่เท่ากับการที่เราลุกขึ้นมาทำเป็นแบบอย่างให้เขาเห็นเอง   ยกตัวอย่างง่ายๆ    
       พ่อสอนลูกว่า ยาเสพย์ติดเป็นสิ่งไม่ดี   ทั้งๆ  ที่มือของพ่อยังคีบบุหรี่
       เจ้านายบอกลูกน้องว่า  อย่ามาทำงานสาย   ทั้งๆ  ที่เจ้านายไม่เคยมาทำงานเช้า.....ฮา
       บางครั้ง....   การสอนก็ไม่จำเป็น  เท่ากับ  การทำให้เห็น
       ร้อยคำพูดที่พร่ำบอก   อาจไม่ได้ผล  เท่ากับ  การทำให้เห็นเพียงหนึ่งครั้ง 
                  “ถ้ามือของพ่อไม่คีบบุหรี่”
                  “เจ้านายมาทำงานมาทำงานแต่เช้า”
                 “....ก็อาจไม่ต้องพูดอะไรเลย...... สักคำ.....”
  ไม่ทราบว่าผู้อ่านและกัลยาณมิตร อ่านบันทึกนี้แล้วได้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวบ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ  ครูใจดีเล่าไปเรื่อยๆ  เพราะไม่เคยเขียนเกี่ยวกับวิธีสอนของตัวเองซักที  อายเหมือนกันนะคะ...  
       ตอนนี้  ฉันกำลังคิดการใหญ่ จะทำตำราแบบการ์ตูนให้อ่านง่ายๆ  เด็กจะได้รักการอ่านหนังสือ โดยได้รับความอนุเคราะห์ท่านอาจารยกู้เกียรติ  ท่านกรุณารับเป็นลูกศิษย์  ให้คำแนะนำ  แต่ฉันเองก็มีเวลาให้กับสิ่งที่ตั้งใจไว้น้อยเหลือเกิน... น่าโมโหตัวเองนะ... ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่งานชิ้นนี้จะเป็นรูปเป็นร่างซะที... ฮิ ฮิ  มันยังเป็นวุ้นอยู่เลย.... 
         ลูกศิษย์จะอดทน สู้ๆๆ เหมือนทานตะวัน ที่อาจารย์มอบให้เป็นกำลังใจ ไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน  ทานตะวัน...ก็ยังหันหน้าหาแสงแดดที่แสนร้อนแรงโดยไม่หวั่น.... สัญญาว่าจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังค่ะ
  
 
 ครูใจดี  บันทึก
แรงบันดาลใจจากลูกศิษย์ตัวน้อย