หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ กทม. กับทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กลับมาปัตตานีผมตั้งข้อสังเกตทุกครั้งที่เดินทางกลับมาที่นี่ทุกครั้งต้องมีงานให้ทำเป็นแน่ และแล้วก็เป็นอย่างที่คิดครับได้รับการทาบทามจากทีมงานของสำนักงานแนะแนว วอศ. ม.อ.ปัตตานี ถึงการจัดโครงการติวแกทอย่างมีประสิทธิภาพครั้งที่ ๒ ในวันศุกร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ให้แก่น้องเยาวชนจะบอกว่าเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชาย(แดน)ภาคใต้ก็ไม่ถูก เพราะน้องๆที่มาบางส่วนมาจากหาดใหญ่ครับ จาก ร.ร.หาดใหญ่วิทยาคาร และจากสงขลาบางส่วน ความเป็นจริงผมปฏิเสธโครงการลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้วครับใน ๓ เดือนที่ผ่านมานี้โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ สงขลา ผมปฏิเสธมาสองรอบแล้วครับอันเนื่องจากภารกิจรัดตัวครับ แต่รอบนี้คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆครับ เพราะผู้จัดโทรมาอ้อนวอนครับ อีกอย่างก็มองว่าน้องๆคงสับสนเป็นแน่กับการทำข้อสอบในลักษณะใหม่นี้ เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเห้นใครแนะแนวทางได้ เลยตัดสินใจรับปากเป็นวิทยากรให้ครับ

ภาคีองค์กรร่วมจัดครับ

น้องๆทยอยกันมาจากหลายสารทิศครับ

อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน โดย...ฟุรกอน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

งานนี้ งง เล็กน้อยครับเพราะเจ้าภาพจัดแทนที่จะใช้นักศึกษาของทางเจ้าภาพเอง

แต่กลับกลายเป็นนักศึกษาจากสถาบันข้างเคียงซะงั้น หรือ เป็นความร่วมมือของทีมงาน?

เปิดพิธีโดย ดร.อับดุลรอนิง  สือแต รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษฯ

วิทยาลัยอิสลามศึกษา  ม.อ.ปัตตานี

ฟังจากการบรรยายท่านเข้าใจเยาวชนการทำกิจกรรมและระบบการศึกษาปัจจุบันมาก

มีหลายๆประเด็นพูดคุยอย่างน่าสนใจ

ต่อด้วยนักพูดที่สร้างแรงจูงใจให้แก่น้องๆได้เป็นอย่างดีในเรื่องการศึกษาต่อ

อ.อุสมาน  ราษฎร์นิยม 

จะบอกว่างานนี้อาจารย์ท่านสร้างความกระตือรือร้นในโครงการครั้งนี้ให้แก่น้องๆเป็นอย่างดีครับ มุมมอง วิสัยทัศน์ ทัศนคติ ผมว่าท่านมองอะไรไ้ด้ชัดและไกลกว่าบางคน

ในเรื่องการศึกษาในพื้นที่ของเยาวชน อิอิ

ต่อด้วยวิทยากรท่านนี้ครับ อิอิ...

และวิทยากรช่วงบ่าย(ชุดดำ)ที่ต้องใช้การสื่อสารทางภาษาอังกฤษเป้นหลัก

ในการทำข้อสอบแบบใหม่

มิใช่ใครที่ไหนครับ นักศึกษาวิชาเอกภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

ทราบว่าสร้างแรงจูงใจและเทคนิคให้แก่น้องๆเป็นอย่างดี

ผมไม่มีโอกาสได้อยู่เป็นกำลังใจให้แก่ท่าน

เพราะช่วงบ่ายต้องรีบเดินทางกลับภูมิลำเนา (นครศรีฯ)

เพื่อเยี่ยมเยียนคุณพ่อที่อาการเบาหวานรุมเร้ากว่า ๑๐ ปีนี้แล้ว

คุณพ่อมีกำลังใจทุกครั้งที่ลูกๆกลับไป ขอดุอาอฺให่ท่านมีสุขภาพแข็งแรงไปนานๆครับ

 


     บทสรุป...ชีวิตผมสุขที่ได้ทำ ทำเพราะมีความสุข เหนื่อยหน่อยแม้จะต้องไปๆมาๆช่วงนี้ระหว่างนครศรีฯ กับ ปัตตานี แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่พื้นที่(โดยเฉพาะน้องๆเยาวชน) ที่สำคัญการทำหน้าที่ลูกที่ดี คือ วิถีที่ผมไม่เคยลืมครับ ทุกครั้งที่ผมจะออกจากบ้าน พ่อกับแม่สอนผมเสมอครับว่า "อะไรที่ช่วยคนอื่นได้ทำไปเถอะ...หากเรามีความสุข เหนื่อยบ้างก็ไม่เป็นไร เพื่อความสบายในภายภาคหน้า" นี่คือสิ่งที่ท่านทั้งสองสอนผมเสมอเมื่อพูดคุยกันเรื่องพื้นที่จินตนาการแห่งนี้ (สามจังหวัดชายแดนภาคใต้)