มีผู้บริหารระดับสูงหลายบริษัทที่ภูมิใจ กับการที่พนักงานของเขาไม่มีใครลาออกจากบริษัทเลยสักคนเดียว ตั้งแต่เปิดบริษัทมาหลายปี แต่พอถามถึงผลงานที่ผ่านมา ก็อ้ำอึ้งอยู่พอสมควร ก่อนที่จะพูดออกมาว่า ผลงานก็ต้องยอมรับว่าไม่เข้าตาเท่าที่ควร

ผู้บริหารหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า การที่พนักงานไม่ลาออกเลยนั้นก็คือพนักงานมีความรู้สึกผูกพันต่อองค์ หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Engagement จริงๆ แล้ว คำว่า Engagement นั้นมีความหมายที่ลึกมาก ไม่ใช่แค่เพียงไม่ลาออกเท่านั้น แต่จะต้องทุ่มเทในการสร้างผลงานให้กับบริษัทอีกด้วย

ถ้าพนักงานอยู่ทำงานแบบไปวันๆ และไม่ลาออก ผลงานไม่ดีเท่าไรนัก แบบนี้ไม่ได้เรียกว่า Engagement ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านจะต้องเคยเห็นพนักงานที่ทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จัก เหน็ดจักเหนื่อย และพยายามที่จะทำผลงานให้ดีขึ้นทุกๆ ปี เพื่อให้องค์กรที่เขาทำงานอยู่นั้นมีผลงานที่ดีขึ้นไปด้วย พนักงานแบบนี้แหละครับ ที่เรียกว่ามีความผูกพันต่อองค์กรอย่างเต็มที่

และที่สำคัญก็คือ องค์กรจะต้องรักษาพนักงานกลุ่มนี้ไว้ให้ได้ เพราะนี่คือกลุ่มที่สามารถผลักดันองค์กรให้ไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

บางองค์กรพยายามตั้งเป้าในเรื่องของการลดอัตราการลาออกของพนักงานลงให้ มากที่สุด แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า ถ้าเรารักษาพนักงานผิดคน องค์กรก็ไปแบบผิดทางได้เหมือนกัน

ในความเห็นของผม เราจะต้องมีอัตราการลาออกของพนักงานไว้ในอัตราที่เหมาะสม เพื่อที่จะเปลี่ยนถ่ายเลือดเก่าออกไป และรับเลือดใหม่เข้ามาบ้าง อัตราที่เหมาะสมเป็นเท่าไรนั้น ก็จะต้องทำการ Benchmark กับกลุ่มธุรกิจที่ใกล้เคียงกับเรา และต้องดูความเหมาะสมภายในองค์กรของเราด้วย มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดีเหมือนกัน

อีกเรื่องก็คือ พนักงานที่มีผลงานดี และทุ่มเทให้องค์กร ก็มักจะเป็นพนักงานที่มีแนวโน้มจะลาออกมากกว่าพนักงานที่ผลงานไม่ดีซึ่งไม่ มีความต้องการจะลาออกเลย ผลก็คือ ผลงานของบริษัทก็จะต้องไปฝากไว้กับพนักงานที่ผลงานไม่ค่อยดี ดังนั้นการที่เราจะสร้างแรงจูงใจ หรือสร้าง Engagement ให้เกิดกับพนักงานก็ต้องเลือกพนักงานที่จะสร้างให้ถูกคนถูกกลุ่มด้วยครับ