การที่ได้สอนและเผยแพร่ เรื่องน้ำมันมะพร้าวนี้ ผุ้เขียนถือว่าเป็นสิ่งที่ทำเพื่อคุณเตี่ยอย่างตั้งใจ

          ผมได้รับหนังสือจากคุณกานดา น้ำมันมะพร้าว จำนวนหนึ่ง ผมแยกออกเป็นสามส่วน ส่วนที่ 1 มอบให้คนใกล้ๆตัว ส่วนที่ 2 มอบให้ผู้ฟังรายการ ส่วนที่ 3 มอบให้พี่ๆน้องๆในบล็อกของเรา หนังสือผมมีไม่มากนักผมเลยต้องขอให้ท่านร่วมสนุกกับผม ทายปัญหาในช่วงท้ายๆนะครับใครทายถูกผมจะมอบหนังสือให้ท่านละ 1 เล่ม ในส่วนที่ผมแบ่งไว้ แต่ถ้าท่านทายถูกมากกว่าจำนวนผมจะจับสลากเลือกนะครับ

          เรื่องเล่าส่วนตัวของคุณกานดา

          ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบกินน้ำตาลสดจากมะพร้าวมาก ดังนั้นเมื่อตอนเด็กๆก็ได้ทำกินเอง ที่บ้านสุพรรบุรี โดยมีคุณเตี่ยสงวน(ไม่บอกนามสกุลนะครับ) เป็นคนสอน ให้ขึ้นต้นมะพร้าวโดยใช้บันได และเลือกต้นที่ไม่สูงนัก สอนว่าให้โน้มจั่นดอกที่ยังอ่อนด้วยเชือกหรือดึงเส้นผิวของทางมะพร้าว มาใช้แทนเชือกก็ได้ ใช้มัดจั่นดอกที่เลือกไว้นั้น จากนั้นใช้มีดที่คมปาดปลายจั่นดอกพอประมาณแล้วใช้กระบอกไม้ไผ่รองไว้ใต้ตรงที่ปาดจะมีน้ำตาลมะพร้าวหยดลงมา หลังจากนั้นก็หมั่นปีนขึ้นไปปาดหน้าผิวรอยปาดทิ้งทีละนิด ทุกเช้า-เย็นทุกวัน น้ำตาลสดที่ได้ รสชาติหอมหวานอร่อย ชื่นใจ อีกอย่างหนึ่งที่คุณเตี่ยสอนและเราก็ไม่ลืมคือว่าให้ปาดทุกวัน แต่พอใกล้ถึงลูกมะพร้าวแล้ว ก็ปล่อยให้มีลูกต่อไปตามปกติ น้ำตาลสดหากดื่มไม่หมด ก็นำไปต้มให้เดือดสะสมไว้เพื่อเคี่ยวให้เป็นน้ำตาลปึกไว้ทำขนมในวันหน้าได้อีก คำสอนของคุณเตี่ย เรื่องน้ำตาลมะพร้าว ผู้เขียนจำได้ขึ้นใจจนทุกวันนี้

          ก่อนที่คุณเตี่ยจะเสียชีวิต เมื่อ 5 มีนาคม 2552 โดยกระทันหันนั้นได้คุยกับผู้เขียนไว้ว่า จะมาสอนเกษตรกรที่มีมะพร้าวที่เชียงใหม่ ทำน้ำตาลสดและยังได้สอนทางโทรศัพท์ให้กับผู้เขียนอีกครั้ง และนั้นเป็นการคุยทางโทรศัพท์ครั้งสุดท้าย ถึงวันนี้ยังไม่ได้มีโอกาสบอกท่านว่า ทำน้ำมันมะพร้าวได้แล้วและยังไม่ได้ให้ท่านใช้ ดังนั้นการที่ได้สอนและเผยแพร่ เรื่องน้ำมันมะพร้าวนี้ ผุ้เขียนถือว่าเป็นสิ่งที่ทำเพื่อคุณเตี่ยอย่างตั้งใจ เหมือนท่านที่ได้สอนให้ลูกๆทำทุกอย่างได้เหมือนท่าน

          ท่านเก่งและเชี่ยวชาญมากหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องภูมิปัญญาไทย เสียดายมากที่ยังไม่ได้รวบรวมเขียนเป็นตำราในความรู้ของท่านไว้ ท่านเป็นคนไทยที่พูดภาษาจีนเก่ง เก่งกว่าคุณแมฮวงที่มากจากจีน แต่คุณแม่มาโตที่เมืองไทย ส่วนคุณแม่ก็เก่งหลายอย่างเช่นกัน ผู้เขียนขอกล่าวถึงบุพการี เพื่อระลึกถึงท่านเพียงเท่านี้....

          คุณกานดาครับผมชื่นชมคุณด้วยใจจริง มิใช่เพราะคุณส่งหนังสือมาให้ผม แต่สิ่งที่ผมชื่นชมนั้นคือการกตัญญูต่อบุพการี คุณยกย่องเชิดชูพ่อแม่ เป็นแบบอย่างที่ดีของลูกๆ เด็กสมัยนี้อายที่จะพูดถึงพ่อแม่ ยิ่งพ่อแม่จนๆเป็นตาสีตาสายายมียายมาด้วยแล้วไม่กล้าที่จะยอมรับว่านี่คือพ่อแม่เรา

          ทำไมละครับ การที่พ่อแม่เราไม่ว่าจะมีฐานะเช่นไร แต่ท่านเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ นี่แหละคือความสุดยอดของพ่อแม่เรา

          ผมขอมอบตำแหน่ง "ลูกกตัญญู" ประจำใจผมให้แก่คุณครับ คุณกานดา ผมสัญญาว่าเรื่องเล่าส่วนตัวของคุณที่เหลือ ผมจะนำมาเป็นส่วนประกอบของ "วันแม่" ของผมในเดือนนี้แหละครับ

          ผมเคารพรักคนที่กตัญญูรู้คุณกับพ่อแม่ ผมเข้าใจเจตนาคุณที่ต้องการจะเผยแพร่ความรู้นี้เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณ ผมขอร่วมด้วยคนด้วยการแจกหนังสือที่คุณส่งมาให้ผม ผมจะแจกต่อท่านที่เข้ามาที่บล็อกผม แต่มีข้อแม้ว่าต้องร่วมสนุกตอบคำถามนี้ เพราะหนังสือมีจำนวนจำกัดครับ

          ขอถามว่าเตี่ยคุณกานดา นามสกุลอะไร (ใบ้นิดหนึ่งเหมือนกับลูก-ไปอ่านประวัติได้ที่บล็อกคุณกานดา น้ำมันมะพร้าว) ร่วมสนุกกับความกตัญญูกันนะครับ

 

หนังสือเล่มนี้ครับ