ฉันหาความสุขได้จากการปั่นจักรยาน
น่าเสียดายที่เราได้ปฎิเสธพลังแห่งชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง ปฎิเสธด้วยการพยายามที่จะไขว่คว้าพลังงานมาเป็นของตนเอง ด้วยการยึดครองให้เกิดขึ้นกับตนเอง ด้วยการเข้าหาพลังงานแห่งชีวิตตนด้วยทฤษฎี ด้วยคำบอกเล่า เพราะทั้งหมดนั้น กำลังเป็นดั่งหลุมพลางที่ทำให้เราตกลงไปในรูปแบบเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานเนื่องมาเป็นกองดินที่ก่อตัวเป็นภูเขาสูงมหึมา ก่อตัวเป็นภูเขาของการจำได้หมายรู้ ก่อรูปมาเป็น ฉัน ชายผู้ต้องการค้นหาพลัง....
.
.
หรือว่า เส้นทางของพลังงานในชีวิตของเรา จะอยู่นอกเหนือจากกระบวนการแบกภาระหนักอึ้งในระหว่างทาง ความหนักดังกล่าว ทำให้เกิดความท้อถอยลง ทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทางเข้าสู่สายลมแห่งจักรวาล ด้วยสองขาที่วาดวง
รอบ ด้วยความรู้สึกตัวถึงเรื่องภาระที่เราแบกตามติดไปด้วยตลอด กองขยะก้อนมหึมาเริ่มถูกปลดระวางลงตรงสองข้างทางไปเรื่อย ๆ ปลดไปเรื่อย ๆ จนการเดินทางหมดสิ้นไปจากภูเขาหนักทีติดตัวเราไปตลอดเวลา
.
.
ความรู้สึกใหม่ย่อมเกิดขึ้น จากการที่เราเริ่มทิ้งภูเขาแห่งผลึกตะกอนก้อนหินหนักที่เราแบกเดินทางไป....
.
.
หรือว่า เส้นทางของพลังงานในชีวิตของเรา จะอยู่นอกเหนือจากกระบวนการแบกภาระหนักอึ้งในระหว่างทาง ความหนักดังกล่าว ทำให้เกิดความท้อถอยลง ทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทางเข้าสู่สายลมแห่งจักรวาล ด้วยสองขาที่วาดวง
รอบ ด้วยความรู้สึกตัวถึงเรื่องภาระที่เราแบกตามติดไปด้วยตลอด กองขยะก้อนมหึมาเริ่มถูกปลดระวางลงตรงสองข้างทางไปเรื่อย ๆ ปลดไปเรื่อย ๆ จนการเดินทางหมดสิ้นไปจากภูเขาหนักทีติดตัวเราไปตลอดเวลา
.
.
ความรู้สึกใหม่ย่อมเกิดขึ้น จากการที่เราเริ่มทิ้งภูเขาแห่งผลึกตะกอนก้อนหินหนักที่เราแบกเดินทางไป....
ให้กำลังใจในการปั่นจักรยานอย่างมีความสุขนะคะ...ชอบปั่นเหมือนกันค่ะ..
ขอขอบพระคุณมากครับ คุณนงนาท สนธิสุวรรณ ไม่ทราบว่าส ปั่นจักรยานอยู่ที่ไหนหรือครับ กระผมอยู่เมืองพิษณุโลก ตอนเย็นจะปั่นอยู่ในกลุ่มสนามบิน และพาเด็กออกซ้อม ขอเรียนเขิญเข้ามาเยี่ยมกันอีกนะครับ ดีใจมากครับ ที่ท่านส่งข้อความให้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ความสุขนี้ ...
.
เป็นเรื่องราวการมาเยือนดั่งพรพิเศษที่ได้รับมอบมาจากจักรวาล และเป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่สติสัมปชัญญะไมสมบูรณ์ตามแบบฉบับของเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นททางที่ฉันได้เดินทางเข้าไปสู่มิติหนึ่ง ที่ล้ำลึก มิติหนึ่ง ที่เข้าใจได้ว่า กระบวนการค้นหาข้อพิสูจน์พยายามจะค้นหาคำตอบ พยายามจะทำให้เป็นทฤษฎีและข้อสรุป แล้วนำไปเป็นต้นแบบในการถ่ายทอด
.
หากแต่ว่ายิ่งค้นหายิ่งห่างหาย ยิ่งค้นพบยิ่งหลีกหนี เส้นทางแห่งจิตวิญญาณเช่นนี้ คือเส้นทางของพลังที่เป็นพรพิเศษอันติดตัวมากับมนุษย์ แต่การเจริญด้วยสั่งถั่งโถมอย่างมากมายมหาศาล ทำให้เหมือนกับข้าพเจ้าที่ปั่นจักรยานแล้วแบกของหนักอึ้งไปด้วยทุกเส้นทางที่เคลื่อนย้าย ทุกเส้นทางการฝึกซ้อม
.
หนักอึ้งไปด้วยคำถามต่อตัวเอง เราจะปั่นขึ้นเขาได้ไหมเนี่ยะ..เราจะไหวหรือ ล้าขาจริง ๆ เลย วันนี้ไม่ไหวแน่เลย....
.
ด้วยความหนักอึ้งเช่นนี้ ตีนดอยบนเทือกเขาสูง กลับไม่เคยเลยที่จะได้ขึ้นไปสัมผัส เพราะฉันเรียนรู้มาอย่างดีก่อนหน้านี้แล้ว...
ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยเมื้อยล้าบนเทือกภูสูงตระหง่านยักษ์ยืนทะนง บนสันภูสูงนี้ คือที่ที่หนึ่งที่จิตของข้าพเจ้าได้สัมผัสกับสายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างกายของตน ความเย็นสะท้านจากภายในสื่อประสานรองรับกับสัมผัสจากภายนอก ความรู้สึกอันเกิดจากการเจริญสติภวนา ความรู้สึกอันเกิดจากความใส่ใจอย่างทั่วพร้อม ได้เดินทางมาเยี่ยมเยือนเหมือนกับสายลมหนาวเย็นบนสันภูสูงที่สองขากำลังเหยียบย่ำ ที่ที่นี้ ความเย็นยะเยือกหนาวสะท้านผิวกายนี้ ได้เดินทางมาฉุดรั้งให้จิตแห่งตนเหนือพ้นจากความเป็นฉัน ที่แห่งปิติสุขเช่นนี้ สายลมได้พาข้าพเจ้าออกเดินทางไปไกลแสนไกล ประสาทสัมผัสยังคงรับทราบถึงความเงียบ ความเคลื่อนไหวจากสายลม เสียงนกร้อง เสียงใบไม้ที่ต้องลม เสียงทุกสรรพเสียงดังเสียงเพลงของลำนำสวรรค์ บทเพลงของจักรวาล ที่ ๆ ข้าพเจ้าได้เดินทางไปไกลแสนไกล เพียงลำพัง...
ยินดีที่ได้รู้จักครับ ร่วมเป็นกำลังใจด้วยครับจักรยานแห่งชีวิต
ขอขอบพระคุณมากครับ คุณเลิศฤทธิ์ ศรีหงส์ ดีใจครับ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเส้นทางจากภายใน ขอเรียนเชิญครับ หากมีโอกาส เข้ามาเยี่ยมใหม่
.
.
หากแต่กาลกลับกัน เมื่อฉันส่งยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่ปิติสุข ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่เป็นยิ้มแรกของมิตรภาพบนเทือกเขาสูง ยิ้มของเราคือยิ้มที่ไร้การบงการ ไร้ผลตอบแทน ไร้ที่มา เราสื่อประสานกันทางกายเข้าสู่ใจด้วยความสุขผ่านรอยยิ้ม ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา ท่ามกลางกรุ่นไอร้อนระอุ บนเทือกดอยสูงของบ้านรักไทย.....
..
เรื่องทางกายและทางจิตสำนึก ได้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วนที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พลังเช่นนี้เรียกชื่อว่าจิตวิญญาณ ทางวิทยาศาสตร์ให้ชื่อว่า กำลัง /พลัง ...การแบ่งแยกร่างกายกับจิต เกิดขึ้นจากกระบวนการแยกตัว คิดแบบแยกส่วน ทำให้เรื่องจิตวิญญาณกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน และเป็นเรื่องที่ต้องการคำตอบแบบหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง หรือต้องการคำตอบแบบใส่ผสมสีขาวกับแดงจะเป็นสีชมพู ซึ่งคำตอบของจิตวิญญาณ เป็นคำตอบคนละส่วนกันกับภาพเชิงสัญลักษณ์ คนละเรื่องกันกับโลกทางวัตถุนิยม
...
จิต ในที่นี้ ในความเข้าใจนี้ คือจิตเดียวกันกับความรู้สึกเจ็บปวดต่อบาดแผล ทั้งในวัยเด็ก และสืบเนื่องมาจนถึงการเจริญเติบโตในวัยใกล้สิ้นอายุขัย การแบ่งแยกเรื่องกายกับจิตยังคงอยู่ พัฒนาเจริญเติบโตตนเองอยู่ภายในอย่างไม่รู้ถึงข้อจำกัดในการที่จะทำความเข้าใจ บทความนี้ จะไม่เดินทางไปไกลจากเนื้อเรื่องที่ได้ถูกตั้งวัตถุประสงค์ไว้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการที่จะฝึกซ้อมจักรยานที่จะก้าวข้ามข้อจำกัด ในข้อแก้ตัวต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถเดินทางไปไกลจากจุดเดิม การรเรียนรู้เรื่องการไม่แบ่งแยกเรื่องกายกับจิต จึงเป็นเรื่องที่สำคัญประการแรก ในการค้นหาความหมายของคำว่า ''กำลังที่แท้จริงนั้น เกิดจากจิตใจที่เข้มแข็ง'' มิใช่เกิดจากกระบวนการทางวัตถุจากภายนอก เช่น อุปกรณ์ที่ดีกว่า จักรยานที่ดีกว่า ล้อที่ดีกว่า การฝึกซ้อมที่ดีกว่า การวางแผนที่ดีกว่า ปัจจัยดังกล่าว เป็นเรื่องปลายเหตุ ที่เมื่อถึงการเดินทางมาจนถึงจุดสิ้นสุดของการต้องการสิ่งที่ดีกว่าเดิม การเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดกระบวนการพัฒนา ก็เป็นทางเลือกที่ถูกนำมาใช้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน หากเรามีความสามารถที่จะหามาเสริมได้ และหากเราเข้าใจการฝึกซ้อมที่ก่อให้เกิดกำลัง พลัง จากภายในได้....
แต่ความเข้าใจพลังจากภายในดังกล้าวเบื้องแรก และเป็นการค้นหามาโดยตลอดทั้งชีวิตของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ว่าจะทำอย่างไร จะซ้อมอย่างไร นักกีฬาถึงจะสามารถดึงพลังดังกล่าวออกมาได้ ทั้งเรื่องการศึกษาของตนเอง ทั้งเรื่องการแปลตำราการฝึกซ้อม ทั้งเรื่องการหาอุปกรณ์เสริม ทุก ๆ อย่างจะลงไปจบตรงที่ การเรียนรู้หัวใจอันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการมีชีวิตอยู่อย่างเป็นองค์รวม มีความสัมพันธ์กับความรู้สึก ไม่แยกตัวกายกับจิตออกจากกัน หากเกิดความเข้าใจในเรื่องหัวใจดังกล่าวได้แล้ว การปั่นจักรยานของเราในแต่ละการฝึกซ้อม ในแต่ละวัน จะเต็มไปด้วยการถ่ายแรงสู่ลูกบันใดได้อย่างเต็มสมรรถภาพ เต็มบริบูรณ์ อย่างไม่มีการแบ่งแยกความเจ็บปวดออกจากกล้ามเนื้อ ไม่แยกความรู้สึก จนสามารถรับรู้ได้แบบซึมซับ กลายเป็นร่างกายที่ผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดการเคลื่อนไหว
....
...
กำลังเช่นนี้ เราจะเห็นได้จากการที่มนุษย์เดินทางไปสู่จุดถึงความสุดขีด เช่น อาการตกใจ จะกระโดดข้ามตุ่มได้อย่างไม่รู้ตัว แบกของหนีไฟ กำลังเช่นนี้ หายไปไหนในตัวเรา หรือเราจะรอให้เกิดเหตุการเฉพาะหน้าแต่เพียงอย่างเดียว กำลังเช่นนี้ถึงจะเกิด มีคำถามทิ้งท้ายว่า เราจะไม่มีความสามารถได้เลยหรือ ในการค้นหาพลังจากภายในได้ ด้วยตนเอง
การดึงดูดพลังจากจักรวาลนี้ แหล่งที่มาหลักน่าจะมาธรรมชาติหรือเปล่าคะ ;) อ่านบันทึกนี้ เขียนได้ยอดเยี่ยมมากๆ ค่ะ ขอใช้เวลาอ่านหน่อยนะคะ ชอบๆ ค่ะ
ยังจำภาพอารมณ์เวลาปั่นจักรยานแล้วดิ่งลงจากเนิน ปล่อยมือสองข้าง รับแรงลมปะทะ สายตามองเพ่งไปข้างหน้า หรือวิวสองข้างทาง สัมผัสอารมณ์บางเบา สบายใจ แล้ว
... ก็ถลาหมอบราบคาบ ลงไปนอนกองจับกบกับพื้น ๕ ๕ ก็ได้แผลประทับใจ ;)
ร่างกายมนุษย์คือธรรมชาติ เมื่อมีการแบ่งแยก ธรรมชาติจึงห่างออกจากกายมนุษย์
......................
(ขอขอบพระคุณมากครับ คุณ พลู ที่ติดตามอ่าน)
ข้าพเจ้าแล้ว ส่วนใหญ๋ก่อนทำงานอันใด ยามว่าง ก็เข้ามานั่งอ่านข้อเขียนที่เขียนไว้ เมื่ออ่านจบ บางครั้งทำให้นึกว่า เราเขียนไปได้อย่างไร การเขียนในแต่ละครั้ง คงตอบได้ว่า หนึ่ง เป็นช่วงที่ไร้กาลเวลา ไร้การติดยึด ความคิดที่ได้ถูกสั่งสม ได้มองเห็นเรื่องอันหลากหลายรูปแบบ เกิดขึ้นมาเองอย่างปล่อยให้เคลื่อนไหลไป .... ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจอ่าน ที่เขียนขึ้นมานี้ ทราบอยู่ในใจเพียงคนเดียวว่า ทำแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะทำสิ่งใด กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักเสื้อผ้า ชีวิตเราได้ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องการแบ่งแยก ที่ก่อให้เกิดมวลทุกข์ ข้าพเจ้าไม่ปราถนาที่จะพบทุกข์ เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถวิ่งหนีความจริงอันเกิดขึ้นจากการคิดได้ เมื่อเราไม่วิ่งหนี ความทุกข์ใจได้ปลิดปลิวลอยไป หายไป ด้วยคงอยู่แต่สภาวะอาการอาการหนึ่ง .... อาการนี้ เป็นอาการเดียวกันกับพี่น้องทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะแห่งความโกรธ ความเกลียด ความชิงชัง ความถือดี การยึดครอง การแก่งแย่ง สภาวะอาการนี้ คือสภาวะทางกายภาพของมนุษย์ทั่วทั้งโลก แต่สิ่งที่จะมีไม่เหมือนกัน คือการดำรงอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ อยู่ร่วมกับสภาวะดังกล่าว โดยไม่วิ่งหนีไปฝึกตนเองอยู่ตามถ้ำ ตามป่าเขาลำเนาไพร เราไม่สามารถที่จะวิ่งหนีความจริง ว่าเราเป็นเช่นไร ......ทางเลือกที่ถูกค้นหา คงไม่ใช่ทางออกสำหรับใครบางคน แต่ทางเลือกที่พาให้จิตฉันดำรงอยู่กับปัจจุบันขณะได้ คือการได้ท่องไปบนอานจักรยาน เมื่อได้ที่ได้ทางแล้ว ร่างกายเหมือนเคลื่อนที่ไปเอง ไปตามที่ใจลอยไป รับทราบและพูดคุยได้ สัมผัสได้ กับจิตวิญญาณภายในตน ...