วันที่ เดือนเวลา  ที่ตั้งไว้ในรูปไม่ใช่ตามที่แจ้งในรูป   ลืมตั้งไป  วันที่เริ่มเดินทางไปส่งลูกชาย นายแบงค์ไปเรียนหนังสือที่มอบูรพานั้น  เลือกเอาวันที่ 23  พฤษภาคม 53  เพราะวันเสาร์ที่  22 พฤษภาคม 53  แม่ยังร่วมเดินแห่บุญบั้งไฟที่ชุมชนตนเองทั้งวันถ้าวันนี้ไม่ติดบุญแห่บั้งไฟกับชุมชน ก็จะเริ่มเดินทาง ตั้งแต่วันเสาร์เลย จะได้อยู่ที่ชลบุรีหลายวัน  นี่ไปวันอาทิตย์ กลับวันจันทร์ เพราะสามีลาครู วันจันทร์วันเดียว หลังจากเหนื่อยแห่บุญบั้งไฟแล้ว ตอนค่ำก็มาเตรียมข้าวของว่าจะเอาอะไรบ้าง เครื่องอำนวยความสะดวก  พัดลม TV ตู้เย็นเครื่องจิ๋ว  กะทะไฟฟ้า เตารีดผ้า เครื่องครัว จานถ้วย ช้อน กระติกน้ำแข็ง  

 สามีเป็นผู้ขับรถ  รถที่เอาไป เอาคันกระบะ สีขาว เพราะมีหลังคาเกิดฝนตก  และเหมาะสำหรับขนของที่สุด  เต็มเอียด จนมอร์เตอร์ไซค์ได้ฝากส่งทางไปรษณีย์ไปให้  ราคาส่งมอร์เตอร์ไซค์ กระนวน ชลบุรี 1,800บาท

ระยะทาง ไม่แวะบ่อย ไปเรื่อยๆๆ นับชั่วโมงได้ 7 ชั่วโมงในการเดินทาง ที่ไม่คุ้นเคย  ชมวิวทิวทัศน์  โดยเฉพาะขึ้นเขาปัก มองไปข้างหน้า มีภูเขากั้นหน้า 3 ลูก ต้องผ่านภูเขาเหล่านี้ไป  ถึงจะถึงชลบุรี  ทางเส้นเดียว ไม่มีใครวิ่งเร็ว  เพราะทางโค้งมากมาย  ถ่ายรูปแต่ละโค้งไว้ ว่าจะนับ มันเยอะ เลยเลิกล้มความตั้งใจ 

 โฉมหน้ารถกระบะ คันขาวนี่แหละคะ เยี่ยมเลย ใส่ของกันฝนได้ด้วย

 เส้นทางที่เริ่มต้นเดินทางออกจากกระนวน ไปตามถนนมิตรภาพ เข้าโคราช  ไปทางเขาปัก  ที่กำลังมีกรณีพิพาทเรื่องทำถนนตัดต้นไม้ ที่มีอายุทิ้งไม่บอกกล่าว

 ตลอดเส้นทาง มีแต่เดินทางตลอด ถ้าไม่หิวข้าวก้ไม่จอดกัน เพราะไม่เคยขับรถมาเองซักที เลยไม่รู้ว่า จะถึงชลบุรียามใด เพราะถ้าไปถึงค่ำ  ไม่รู้เส้นทาง จะไปจุดไหน จะลำบาก  กลางวันยังพออ่านหนังสือ ตามทางได้ ว่าถึงไหน ถึงไหน ถ่ายภาพ วิว ยามดวงอาทิตย์ตก   ถ่ายเมฆ ถ่ายหมอก ถ่ายในรถ เก็บภาพมากมาย เลือกมาให้ชม เพราะบางภาพติดสายไฟตามทาง ติดต้นไม้

ยามเย็น โพล้เพล้ แสงอัสดง ยามสนธยา  ที่ไหน ๆๆ ก็คงสวย ไปตามๆกัน  

 รูปเมฆหมอก แล้วให้จินตนาการตั้งชื่อ ก็จะตั้งว่า มิกกี้เม่าท์

เข้าเขตชลบุรีแล้วแต่ผู้เขียนไม่สามารถบรรยายได้มากเพราะไม่รู้ว่าที่ไหนเป็นที่ไหน พอมาถึง ก็ไปหาหอพัก ที่ลูกชายมาติดต่อจองไว้ล่วงหน้าแล้ว วนกลับไปกลับมาหลายๆๆรอบกว่าจะเจอหอพัก  เพราะลูกชายก็จำไม่ได้ วนไปวนมา เพื่อให้ลูกจำได้  เพราะครั้งหนึ่งเคยให้เขาขึ้นรถทัวร์มาเอง เพื่อมาสัมภาษณ์ ที่เขาสอบติด มานอนค้างคืนที่นี่ 2 วัน เพื่อทำความคุ้นเคยกับเส้นทาง  แต่ก็จำไม่ได้ เลยโทรศัพท์ถาม เพื่อนที่อยู่ที่นี่ ว่าเริ่มต้นตรงนี้ ไปไหนต่อ

 สำหรับหอพักนี้  เป็นหอพักใหม่ สะอาด  แต่ต้องจ่ายล่วงหน้า 6 เดือน ๆละ 2,500 บาทค่าไฟ ชำระเอง  เพราะเจ้าของหอพัก จะไม่มาบ่อย จ้างคนเฝ้าคนดูแลให้ หมด  มีแต่มารับเงิน เขาก็สบายเลย เพราะได้เงินล่วงหน้าไปแล้ว จะออก ไม่อยากพักที่นี่ในเดือนต่อไป ก็คงติดหนัก

แต่ลูกชาย บอกไม่ย้ายหอหรอก  เพราะของเยอะมาก  และมีมอร์เตอร์ไซค์ ไปมาได้สะดวก  และอยู่ใกล้โรงเรียนแล้ว และเขาจ้างคนมาเฝ้า ดูแลอย่างเข้มงวด มอร์เตอร์จอดไว้ด้านล่างหอ  มีโซ่ผูกไว้  มีตนเฝ้าทางเข้าออก คนแปลกหน้าไม่อนุญาต ให้เข้าไป ในห้องห้ามเอาเพื่อน ขึ้นไปจนเกิดเสียงรบกวนห้องข้างเคียง ญาติมาเยี่ยม ถ้าจะนอนค้าง ก็ต้องขออนุญาติก่อน บอกกล่าวคนเฝ้า

 และวันนี้มาก่อนล่วงหน้า หารเงินนับตั้งแต่วันนี้เข้าไปอีกด้วยเป็นรายวัน   หอพักลูกชาย ชื่อหอพักอะไรน้อ....รู้แต่ว่าไม่ไกลจากโรงเรียน  และหลังหอพักเดินลงไป จะเป็นชายหาดทะเลบางแสน  ยามเย็นเดินไปเล่นชายหาดได้  ใกล้นิดเดียว

ที่เห็นอยู่นี่เป็นบรรยากาศชายหาดพัทยา  สวยกว่าหาดบางแสน และมีอะไร น่าดู  ฝรั่งเยอะมาก ใส่ชุดบีกินนี่อาบแดด ไม่อายคนไทย มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย  เราคนไทยนั่งอยู่ในร่มยังร้อน  เขานอนอาบแดด ไม่รู้สึกร้อนเลย ไม่กล้าถ่ายรูปเขา เพราะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล  จะถ่ายต้องไปขออนุญาตเขา ไม่ถ่ายดีกว่า ไม่รู้ว่าจะถ่ายมาทำไม  คุณตา(สามี) พาน้องบรีม เดินชมทั่ว ส่วนน้องแบงค์ ก็นั่งโขดหิน  ดูบรรยากาศรอบๆๆ คงจะนึกซินะ  ต่อไป จะต้องดูแลตนเองแล้ว

อยากไปพัทยากัน  ต้องออกมาจากบางแสน เดินทางไปพัทยา อีกประมาณ 40 กิโล เท่ากับระยะน้ำพอง -กระนวน ไปก็ยังหลงอยู่ดี เพราะพัทยา มีทั้งเหนือทั้งใต้ พอดีมีน้องชายแท้ๆๆ เล่นดนตรีอยู่ที่พัทยา เลยนัดพบกัน กว่าจะได้พบ ได้จ้างวินมอร์เตอร์ไซค์ขับนำหน้าพาไป  ที่ไป อยากไปเที่ยวพัทยา ไปหาน้องชาย ปรึกษา หลานแบงค์ อยากได้กีตาร์ดีดีซักตัว 

พัทยาเมืองเล็กๆๆ แต่ทำไม ดูเหมือนใหญ่และแออัด  เหมือนไปต่างประเทศเลย ชาวต่างชาติเยอะมาก  มาโซนนี้ มีแต่อินโดนีเซีย หรือลังกาน้า หน้าเหมือนแขก ไปอีกโชนหนึ่งก็มีแต่ฝรั่ง  ร้านอาหารมีทุกประเทศ แล้วแต่ใครอยากทาน

น้องแบงค์ พาน้องบรีม วิ่งตามชายฝั่งที่หาดพัทยา เมื่อพบน้องชายแล้ว เขาพามาทานอาหารทะเลที่นี่  จะมีน้ำกระทบเข้ามาเป็ยระยะ ระยะ  น้องบรีมชอบน้ำเซาะเข้ามาฝั่ง ดูใหญ่เลย  ยังไม่ปล่อยให้ลงเล่นน้ำ  เพราะยังไม่ถนัด ที่จะไปหาที่อาบน้ำจืด  และมีเวลาไม่มาก  

 สามีผู้เขียน เปลี่ยนกันอุ้มบรีมๆๆ ผู้เขียนเตรียมสั่งอาหาร  อย่าคิดว่ามาถึงที่แล้ว อาหารจะถูก แต่ได้ทานของสดๆๆ จากทะเล  ที่ว่าแพง หรือเขามีบวกค่านายหน้า เพราะ เต้นท์ที่นั่งอยู่นี่ ไม่ได้มีการทำอาหาร เขาคิดค่านั่ง 150 บาท มีเก้าอี้เอน 5 ที่ จะนั่งอยู่ทั้งวัน ก็ไม่คิดเพิ่ม  ส่วนอาหารไม่รู้เขาไปเอามาจากไหน  แว็บเดียว  ที่เห็นปูตัวใหญ่ๆ ทางขวามือ จานละ 350 บาท ไม่ได้นับมีปูกี่ตัว แต่ก็เยอะอยู่  แล้วก็มีปูตัวเล็กๆๆ ทอด มีตำมะละกอ 2 แบบ แบบอีสาน และแบบไทย  แพงกว่าอีสานแน่นอน  มีอาหารทะเลมากมาย เห็นเยอะๆแล้ว กินไม่ได้มาก กินไม่ลง มันไม่ใช่ข้าว  มีหอยขาวๆๆ ทางขวามือ เขาแกะมาให้แล้ว รู้สึกจานละ 100 บาท กินดิบๆๆ โดยใส่กับแกล้ม กับน้ำพริกเผา แล้วมียอดผักขะเฉด  ยอดผักกระถิน กลับแกล้มด้วย มันๆๆดี  กินไม่เป็น เลยอาหารทะเล สำหรับหอยนี่  ขาวๆๆ ยอมรับอร่อยดี หวาน ถ้าไม่เสียท้องก่อน  จะต้องมีคนเคยกินนะนี่ หอยสดขาวๆ  ผู้เขียนคนอีสานเด้อ  กินบ่อเป็น  แต่ก็ได้ลองดูแล้ว หวานมันดี 

 แซบแต่ตำมะละกอ  แต่รสชาติก็ยังสู้คนอีสานไม่ได้อยู่ดี

 มาดูบรีม ดีใจได้มาเที่ยวทะเล  คุณตา(สามีผู้เขียน)อุ้มเดินเที่ยว ตาแป๋วเชียว

 

  อุ้มเหนื่อยแล้ว ก็วางที่เบาะ ให้เล่นของเล่นแทน แต่ดูแล้วเริ่มง่วงแล้ว  ซักครู่ก็เอนเบาะ ให้นอน สลบไสลเลยคะ

น้องบรีมหลับแล้ว ภาษา น๊อคเอ้าท์ เพราะเหนื่อยเหลือเกิน ตื่นตาตื่นใจ ไม่ยอมนอน แต่พอได้นอน ก็หลับเลย  ดูน่าสงสารเชียว อากาศไม่ได้เย็นดั่งคิด นะคะ ทั้งที่นั่งริมทะเลลมที่พัดเข้ามา หอบเอาไอร้อนเข้ามาด้วย

เห็นห้องน้ำไหมคะ มีในห้องเลย เป็นส่วนตัว ลูกก็ชอบแบบนี้คะ ของที่ขนมาวางไว้ทางฝั่งนี้ก็เต็ม ยังไม่ได้จัด เครื่องครัว เครื่องคอมพิวเตอร์ แบบไม่ใช่โน๊ตบุ๊ค ที่หอนี่มีสายเน็ท ให้ด้วย  ทุกวันคุยกับลูก ทางแมสเสิท เห็นหน้ากันได้ด้วย ลูกซื้อกล้องติดใส่คอมด้วยพอมองเห็นหน้ากัน กลัวลูกเหงา เพราะมาใหม่ ไม่มีคนรู้จัก  กลัวอย่างเดียว รับน้องใหม่ ขอได้อย่าทำอะไรรุนแรง ตามที่เป็นข่าวเลย มีลูกชายคนเดียวด้วย ส่วนมากข่าวเด็กที่ได้รับเหตุการณ์ไม่ดีที่มักเกิดขึ้น  มีแต่บอกว่า พ่อแม่มีลูกคนเดียว ลูกเป็นเด็กดี  นิสัยดี นั่นคือ ความเสียใจ อย่างที่สุด ถ้าหากว่าลูกต้องโดนแบบนั้น ขอให้พระคุ้มครองลูกด้วย

ห้องนอนแบงค์ เดือนละ 2,500 บาท ค่าไฟจ่ายเอง  พัดลมข้างฝาให้ตัวหนึ่ง  พอดีก็นำมาจากบ้านอีกตัวหนึ่ง  ทีวี พัดลมตั้งพื้น ตู้เย็นเล็กๆ  เหมือนอยู่ในโรงแรม  สีขาว ตั้งวางไว้ใกล้พัดลม ตรงหัวเตียง  ของขนมาวางไว้ กองๆๆไว้ก่อน  อยู่ชั้นที่ 4 คะ ขนของกันน่าดู ยังก็ออกเรือนใหม่คะ หายเหนื่อยแล้ว  ผู้เขียนคงต้องจัดห้องให้ลูก ใหม่เพราะเครื่องอำนวยสะดวกขนมาจากบ้านเยอะมากๆๆๆ  ดีที่เขามีตู้เสื้อผ้าให้  มีห้องน้ำในห้องส่วนตัว มีเตียงนอนได้คนเดียว ถ้าสองคนก็ต้องนอนติดกัน  อากาศร้อนมาก แม้ว่าจะติดชายฝั่งทะเลบานแสน แต่ลมหอบเอาเกลือ ทำให้ตัวเหนียว และเอาอากาศร้อนในทะเล เข้ามาให้ มีห้องออกไปตากผ้าเป็นระเบียง หรือจะทำเป็นห้องครัว แต่ถ้าฝนตก สาดแน่ๆๆ ห้องนี้เขาทำ มุ้งลวดให้ด้วย  เผื่ออยากให้อากาศเข้ามาถ่ายเทในห้องได้

 ห้องกะทัดรัดดี เท่ากับห้องส่วนตัวของเขาที่กระนวน ติแต่ว่า ร้อน ใช้พัดลม ไม่มีแอร์เหมือนอยู่บ้าน แต่แบงค์ก็ยอมรับสภาพ เพราะ ถ้ามีแอร์ห้องแพงขึ้น แล้วก็ต้องจ่ายค่าไฟแพงขี้น  ให้เขาคิดและพยายามปรับสภาพ การที่เคยอยู่ที่บ้านมีแม่คอยดูแลและอำนวยความสะดวก  อยู่ที่นี่ ต้องทำเอง คิดเอง 

เตียงนอนอยู่กลางห้อง ของที่นำมาจากบ้าน วางไว้อ้อมเตียงไปหมด

พอมาถึงพักเหนื่อยซักหน่อยก็จัดห้องให้ นอนค้างที่หอพักนี้คืนหนึ่ง แล้วพรุงนี้ไปพัทยา เพื่อจะหาซื้อกีตาร์  เขาอยากได้ ของนอกราคาพอฟัง และเสียงดี  ที่เห็นรูปข้างล่างนี้  คือร้านเจียรไนพงศ์ เป็นร้านที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องเสียง  และมีอุปกรณ์ เครื่องดนตรีทุกชนิด ผู้ชายหัวขาวๆๆ คือเจ้าของบ้านและนายช่างใหญ่มีความสามารถ ซ่อมเครื่องคนตรีได้ทุกชนิด  รอบจัด โดยเฉพาะกีตาร์  อยากได้ของดีแบบไหน  มาหาเขาจะไม่ผิดหวัง  มีแต่นักดนตรีมืออาชีพที่เข้ามาหาเขา เพราะในพัทยา จะมีห้องคาราโอเกะ  หรือห้องอาหารที่มีนักดนตรีเยอะ กระจายอยู่ทั่วไป  มันจึงเป็นอาชีพที่เข้าถึง ความต้องการของนักดนตรีทั้งหลายได้ดี   กำลังนำเสนอราคากีตาร์  พร้อมจูนเสียง แล้วดีดให้ฟัง ที่เห็นครอบหัวเขาอยู่นั้น เป็นแว่นตาขยาย เวลาทำงานซ่อม อะไหล่มันเล็ก  เขาไม่ได้เปิดเป็นร้านเหมือนร้านซ่อมทั่วไปนะคะ  บ้านเป็นหลัง มีรั้วกั้นก่อนเข้าบ้าน ผู้ที่มาหาเขาประจำ ก็คือนักดนตรี เอาเครื่องดนตรีมาให้เขาดูให้  เขายังบอกเลย กีตาร์ตัวนี้  มาซ่อมที่เขาได้เลย กีตาร์มีการซ่อมได้ด้วย ราคาแพงก็คงต้องมีการซ่อม ได้แน่นอน  

เห็นลูกชายอยู่ด้านหลัง กำลังก้มๆเงยๆ เพราะมีกีตาร์มากมาย และเครื่องดนตรีอื่นๆๆ  จะเห็นชั้นเครื่องมือ  สำหรับซ่อม ตั้งอยู่ ลูกชายสนใจมากๆๆเลย

และในที่สุด ก็เลือกเอา ตัวนี้แหละ  ที่กำลังจูนเสียงอยู่  เป็นน้องชายผู้เขียนเอง เขาก็เป็นนักดนตรี ทำงานเล่นดนตรี อยู่ในพัทยานี่เหมือนกัน เขาชำนาญรู้เรื่องกีตาร์  เป็นอย่างดี  เขากำลังลองเสียงให้ จูนให้ ราคาเขาก็รู้ดี จะได้ไม่ได้ราคาแพง จนเกินไป พร้อมได้ของมีคุณภาพ สมเงินด้วย

กีตาร์ไฟ ยี่ห้อ ต่างประเทศ นักกีตาร์มืออาชีพ เขาจะรู้ดี เห็นภาษาอังกฤษ ตัว F ขึ้นหน้า  ถ้าเป็นนักกีตาร์มืออาชีพเขาจะรู้ทันที ของแท้  และเมื่อได้ดีดลองดู เขาจะรู้ความแตกต่าง   ตกลงซื้อตัวนี้แหละ 3 หมื่นบาท

ถามลูกอยู่ เราแค่เป็นนักศึกษา ไปซื้อเท่ามืออาชีพได้ไง  เขาบอกว่า ในเมื่อจะสนับสนุนเขา  มันก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือ ที่จะต้องมี ไว้ศึกษา ทางที่ดี เอาตัวดีๆๆ  จะได้ มีทักษะ ดียิ่งขึ้น  เพลงไหนมาเขาดีดตาม ตอนลองกีคาร์  เขาก็รู้ว่ามันดีมาก ต่างกว่าตัวเดิมที่เขามีอยู่  กีตาร์ไฟตัวสีแดง  ที่สมัยมัธยม  เขาก็ว่าเขาแน่อยู่แล้ว แต่เขาต้องการพัฒนา ให้มากกว่านี้อีก

ตามจริงเขามีกีตาร์ไฟตัวหนึ่ง ที่เห็นเขาดีดเล่น  ใส่ชุดนักเรียนนั้น ตัวนั้นก็ซื้อให้ตัวละ  7  พันบาทแล้วนะ  ในสมัยเรียน มัธยม ก็ว่าดีแล้ว ยังอยากได้ดีกว่าอีก

ภาพพักผ่อน หยอกกัน ยังไม่ง่วง ตื่นเต้นได้เที่ยวเด็กหญิงอาคิรา (บรีม)ชอบมากๆๆๆๆๆ คะ  ตอนนี้อายุหนูได้ เกือบ 8 เดือนแล้วนะคะ เดี๋ยวเข้าโรงเรียนเนิสเซอรี่แล้วคะ ยายเร่งสีเร่งโตเหมือนเลี้ยงปลาตู้เลยคะ  ตอนนี้หนูกำลังคลานแล้วนะคะ  อีกหน่อยก็เดินคะ  

-

 นี่ก็คือกีตาร์ไฟ ราคาตัวละ 7 พัน ที่ซื้อให้ก่อนแล้วสมัยมัธยม  เบื่อแล้ว ยังอยากได้ดีกว่าเดิม  ถ้าต่อไปอยากได้ใหม่อีก  คงต้องให้เขาหาเงินซื้อเอง

นี่แหละ  นายพงศ์เทวัญ มุงคุณคำชาว   (น้องแบงค์) ลูกคนเดียว

ตัดสินใจเรียน เอกการแสดงและการดนตรี

 ใครร้องเพลงอะไร เขาสามารถกระโดดขึ้นเวที ดีดได้เลย  นี่คงซ้อมเพื่อที่จะไปแข่งขันที่ไหน หรือไปงานที่ไหน ซักแห่งหนึ่ง ซ้อมไว้ หรืองานโชว์อยู่โรงเรียน

เวลามีงานของโรงเรียน ของอำเภอ ของส่วนราชการ  ต้อนรับคนสำคัญ  จะดีด สี ตี เป่า เพลงมาชร   แบงค์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องออกไปมีส่วนร่วมทุกงาน เดินเป่าแทรมเป็ดวงดุริยางให้ เกือบทุกงาน แบงค์ไม่ได้เป็นแต่กีตาร์อย่างเดียว ดนตรีอย่างอื่นเขาก็เป็น เพียงแต่ว่าเขาชอบกีตาร์เป็นพิเศษ เท่านั้นเอง

และแข่งวงดนตรี โรงเรียน แข่งขันตามภูมิภาคต่างๆๆ เขาก็เป็นคนหนึ่ง จะขาดเขาไม่ได้ และการแข่งขันแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้  มันก็เป็นประสบการณ์ ได้เห็นวงอื่น  แล้วเขาก็นำมาแก้ไข พัฒนาตนเอง   นอกจากนี้ เวลามีงานศพของคน ในเขตอำเภอกระนวน  ก็ต้องแห่หน้าศพ  ใส่ชุดเต็มยศแบบนี้แหละ เพราะ  ที่นี่ มีความพร้อมเพียง และความสวยงามประจำอำเภอกระนวนอยู่แล้ว

และชุดที่ใส่เดิน ที่เห็นมีสีม่วง  สีเหลือง  ยังมีชุดอลังกา กว่านี้ แต่ไม่มีโอกาส ถ่ายภาพ นอกจากนี้ เวลาใครแต่งงาน ส่วนมากครูแต่งงาน  ก็จะมีวงของเขานี่แหละคะ  ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน  ขึ้นเล่นดนตรีขับกล่อมในงานก่อน เพื่อสร้างสีสรรค์  ผู้เขียนรู้หลายครั้ง  เคยถามว่า แม่ไปถ่ายรูปได้ไหม แม่ไม่ได้ถูกเชิญจะไปทำไม  อือ ก็เลยไม่ได้ภาพที่ลูกเล่น แม่แอบไปดูได้ไหม แต่ก็ไม่ไปซักที  

ในงานกีฬา แปรขบวน หรือเกี่ยวกับดนตรี ก็เขาอีกแหละคะ ผู้เขียนเคยถามลูกว่า  อยากเป็นนักดนตรีหรือ  ลูกบอกว่า ไม่อยากเป็น  แต่ชอบดีดกีตาร์ คงเหมือนพวกเราที่ชอบเล่นคอม แล้วก็พัฒนาการเรียนรู้ การตกแต่งบล็อค คงเหมือนกัน ด้วยมีใจรัก  หรือบางคนชอบร้องเพลง  ว่างมาก็คาราโอเกะ คงทำนองนี้แหละคะ   ผู้เขียน ถามอยู่เรียนจบแล้ว ทำอะไรได้บ้าง แบงค์ว่า เป็นอาจารย์สอนการดนตรี  เวลาว่าง ก็สอนดนตรีให้ลูกคนรวย มีห้องดนตรีตนเองและบอกว่า ทุกวันนี้ ครูสอนดนตรีก็มีบทบาทมาก โรงเรียนไหนก็ต้องการ หางานง่าย จะเป็นอาจารย์  หรือจะตั้งห้องดนตรี สอนวันเสาร์อาทิตย์

สงสัยอนาคต คงต้องมีห้องซ้อมดนตรี ให้ 

ผู้เขียนฟังแล้ว มองไม่เห็นหนทางทำมาหากิน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร  เพราะมีความคิดว่า ของอะไรที่ชอบย่อมจะทำได้ดีกว่า  และทางบ้านไม่มีปัญหา ถ้าเขา จะจบออกมาทำอะไร  ถ้าไม่มีอะไรทำ  ธุรกิจที่บ้าน เขาก็ต้องสานต่ออยู่แล้ว  จึงไม่ว่าอะไร ตอนนี้เขาเด็กอยู่  ตามจริงย่าง 19 ปีแล้วนะ ยังเด็กสำหรับแม่เสมอ 

และรู้ว่าคนที่เล่นดนตรี จะเป็นคนมีเมตตากรุณา  อ่อนไหวง่าย  อ่อนโยนดี ไม่ใจร้าย  ใจดี  ถ้าเป็นคนดีก็จะดีมาก  และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

นี่แหละละครตลกของ นักเรียน ที่โรงเรียนศรีกระนวน  ที่เขาเป็นผู้กำกับ และมีความสามารถ กำกับการแสดงได้ดีมาก เขาอยู่เบื้องหลัง

เสื้อสีเทาอยู่ตรงกลาง ผู้กำกับถ่ายรูปร่วมกับผู้แสดงละคร  ผู้เขียนเคยนำเสนอการแสดงละครนี้มาแล้ว  ถ้าใครสนใจ ก็คงจะเป็นเรื่อง"เมื่อลูกเป็นผู้กำกับ"

หมอลำนักเรียนคณะนกหวีดทอง เลียนแบบ นกน้อยเสียงอิสาน ที่เขาเป็นผู้กำกับ  เรียกเสียงฮา ได้อย่างท่วมท้น และลงทุนแต่งตัวเหมือนมืออาชีพ 

http://gotoknow.org/blog/lelaxy/301271  เมื่อลูกชายได้เป็นผู้กำกับตอนหนึ่ง

http://gotoknow.org/blog/lelaxy/301277  เมื่อลูกชายได้เป็นผู้กำกับตอนสอง

http://gotoknow.org/blog/lelaxy/301696เมื่อลูกชายกำกับบทตอน สาม เผาหลวงพ่อ

 

ความหวัง ของผู้เขียน ที่เขียนเรื่องราวนี้ ขึ้นมาเพื่อเก็บไว้ในความทรงจำที่ดี  และอยากให้ลูกได้คิดเสียบ้าง เมื่อไกลแม่แล้ว พอจะมองเห็นความดีของแม่ไหม

 ลูกกว่าจะเจริญเติบโต มา จนอายุได้ถึงขนาดนี้ พ่อแม่ เป็นห่วง ดูแลยากลำบากแค่ไหน  อยากให้ลูกได้ทุกสิ่ง ที่ลูกอยากได้ แม่รู้สึกว่าทุกอย่างที่ลูกอยากได้ ที่ลูกขอมา  อยากเรียน อยากเป็น แม่ก็ให้หมดแล้ว  แม่ก็ทำให้ได้ขนาดนี้ ก็สุดความสามารถ ของพ่อแม่แล้ว แม่ให้ทุกอย่างด้วยความรัก นอกจากการกระทำแล้ว สิ่งของที่ลูกอยากได้  ถ้าลูกคิดได้  ลองคิดดูซิ  ลูกอยากได้อะไร แม่ให้หมดแล้วนะ  แม่จะรอ ลูกเรียน อีก 4 ปี ก็จบ  แม่หวังว่า ลูกคงไม่ทำให้แม่เสียใจ และเอาปริญญา มาอวดแม่ด้วยนะ

 ลูกอยากใด้อะไร  จะเห็นได้ว่า ไม่มีที่แม่จะปฏิเสธ โทรศัพท์มือถือก็ซื้อรุ่นใหม่ให้ เครื่องรุ่นอินเทรนโฆษณาในคอมพิวเตอร์ ที่วัยรุ่นเขาชอบกัน เป็นคอมก็ได้ เปิดเพลงฟังก็ได้ รุ่นนี้มีโปรโมชั่นเยอะ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูก แม้ราคาแพงกว่าที่แม้ใช้เสียอีก เครื่อง ละ 5 พันกว่าบาท  แม่ก็ยอม  เพื่อไม่ให้น้อยหน้าเพื่อน เพราะอยู่ไกล กลัวจะน้อยใจ อะไรก็ไม่มีเท่าเพื่อน  แถมเพื่อนก็จะเยาะ ว่าเป็นคนอีสาน เผาโรงเรียนไปเสียอีก  ลูกจะไม่ต้องน้อยหน้าและน้อยเนื้อต่ำใจ  ขอแต่ให้ลูกเป็นคนดีให้แม่ก็พอแล้ว  แม่ขอเท่านี้แหละ เป็นคนดี นะลูก เอาปริญามาฝากแม่นะ อย่าทำให้แม่เสียใจ

แค่ลูกไปเรียนไกล ใจแม่ก็จะขาดอยู่แล้ว ด้วยความห่วงใย แต่ก็ต้องทน เพื่อนาคตของลูก เมื่อลูกรักสิ่งไหน  แม่ก็รักเหมือนกัน ต้องทนได้เหมือนกัน

 ดึกแล้วคุณขา  หมดเวลา ขอลาก่อน จำใจจำจร อย่าห่วงอาวรณ์นอนหลับฝันดี

ขอขอบพระคุณพี่ครูคิม ตั้งชื่อเรื่องให้ใหม่ ว่า

 "แบงค์เข้ามหาวิทยาลัยใยแม่ป่วน"