สายพิรุณ ฝนพรำพราย ฟ้าร่ำไห้ ฝนฝั่งใต้ บอกความนัย ให้หวนหา หอมกลิ่นดิน ฝนน้ำค้าง บนยอดหญ้า อดีตยัง ติดตรึงตรา ครารำพึง เสียงเม็ดฝน หล่นกระทบ พบหลังคา ดั่งดนตรี แว่วเว้าวอน อ้อนคิดถึง ห้วงเวลา ปัจจุบัน พลันคนึง รฤกจึง พร่ำเพ้อหา พารำพัน สายฝนฝั่ง เมืองเหนือ เพื่อรอรับ กระแสแรง รักประจักษ์ ภักดิ์ภูมิผัน ความรู้สึก ดีดีมี ทุกวี่วัน มนต์เมืองเหนือ เมื่อใดนั้น เกินพรรณา ธรรมชาติ วาดบรรเลง เพลงฝนปรอย ฟ้าหลังฝน งามสุดสอย สิเหน่หา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หลากหลายกาล เทศะมา กะเหตุผล ยินยลเสียง ฝนพร่างพรู รับรู้แล้ว พริ้งเพริศแพร้ว พาเพลิดเพลิน เกินฉงน ฝนอิสาน ประสานใจ ให้จำนน ลดเลิกละ ปล่อยวางตน จนพอเพียง ศิโรราบ ความงดงาม หลังฝนผ่าน ใจสะท้าน หวั่นวาบหวาม ประสานเสียง ซึมแทรกผ่าน จิตวิญญาณ ผ่านสำเนียง ทุกข์สุขเคียง เพียงชั่วคราว แล้วลับลา สิทธิเสรี ที่อาบอิ่ม ปริ่มสายฝน หล่นร่วงลง ตรงเมืองหลวง พ่วงปริศนา แตกต่างตาม ภูมิศาสตร์ ดาษดา หากคุณค่า คงเติบงาม ใช่ทำลาย พิรุณพราว ทุกคราว ราวร้อยเรื่อง ตำนานเมือง เรืองโรจน์รุ่ง ฟุ้งสยาย พิรุณกรุ่น อุ่นทรงจำ อันมากมาย อนาคต จดจารใจ ใฝ่ความดี ยามเย็น ปลายคิมหันต์ ณ อันดามัน เสียงพิรุณพรำพรายอยู่ข้างนอก ในบรรยากาศยามเย็น สายฝนกระหน่ำที่ปักษ์ใต้ โดยมิบอกกล่าวถือเป็นเรื่องธรรมดาๆ หากยามนี้ภาพในอดีตยามฝนพรำผุดพรายในทรงจำ ... ความรู้สึกมีแตกต่างไปในแต่ละสถานที่ล้วนรับรู้ได้ ใช่ไหม .. ใครบางคนอาจจะชอบ หรือไม่ชอบ ก็ล้วนมีเหตุผลหลากหลาย เมื่อหลายปีก่อน มนต์เมืองเหนือเมื่อยามฝนโปรย ตอกย้ำชัดเจนว่า เราหลงใหลได้ปลื้ม กับเสียงฝนหล่นกระทบลงหลังคา ... ยามเย็นเอากะละมังมารับน้ำฝนตรงระเบียงที่พัก หรือนึกครึ้มๆ ก็ออกไปกางจ้อง เก็บผักมาทำกับข้าว ท่ามกลางบรรยากาศเสียงเม็ดฝน ... เป็นดนตรีที่หาฟังยาก จริง ๆ ;) หรือแม้เมื่อช่วงชีวิตอยู่ แดนดินถิ่นอิสาน ยังเบิกบานใจ พื้นที่อันร้อนระอุ กลับชุ่มชื่น เย็นฉ่ำ ยามใดที่สายฝนพรำ เกษตรกรดีอกดีใจ ได้เวลาเมือนา เปิดวิทยุทรานซิสเตอร์ ฟังเพลงลูกทุ่ง บรรเลงกลมกลืนกับเสียง กบ เขียด กลางทุ่ง กล่อมใจมุ่งมั่น สู่ฝันอันรัญจวน ล้วนเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้น หากเมื่อกลับมาใช้ชีวิต ณ ปักษ์ใต้ ฝนพรำพราย แทบจะทุกเย็น ทุกวี่วัน ไม่เป็นใจกันเลย .. แม้ฝนมาผิดกาละ เทศะ ไปนิดนึง ก็สร้างความผิดหวัง ผิดเป้าหมาย แบบต้องทำใจกันทีเดียว แต่กระนั้นก็เริ่มคุ้นชิน ยอมรับได้แล้วนะ กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม จริงๆ นะ นะ ... ยังคิดเลยว่า ปีนึงนี่น้องฟ้าทางใต้ร่ำไห้ไปกี่คราครั้ง .. นายยางพารา คงอยากจะบอกพวกเราว่า “ขอโทษนะ ฉันคงให้น้ำยางไม่ได้อีกแล้ววันนี้ ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ปีนึงฉันทำงานจริงๆ กี่วัน กันแน่หนอ อยากรู้จริง อยากรู้จัง ... แต่อย่าเพิ่งหมางเมินฉัน หรือเปลี่ยนใจไปให้นายปาล์มซะ ฉันคงน้อยใจ ;) กริ่งเกรงจริงๆว่า ต่อไปฉันคงต้องย้ายสำมะโนครัว ไปขยายเผ่าพันธุ์ ทางแดนดินเมืองเหนือ หรือฝั่งอิสานแล้วรึนี่ .. สุดท้ายปักษ์ใต้จะกลายเป็นอดีตไหมหนอ คงไม่หรอกนะ ฉันอาจจะคิดมากไปเอง ก็แหม ดูสิ ฉันก็อยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว มันเป็นความผูกพัน เพราะที่นี่คือบ้าน คือ มาตุภูมิ สำหรับฉัน หากจะหยั่งรากลงที่ใด อยากทำคุณประโยชน์กับพื้นที่แดนดินที่ฉันอยู่ .. ที่ไหนก็ได้ ซึ่งฉันสามารถสรรค์สร้าง คุณค่าแก่มวลมนุษยชาติปราศจากเงื่อนไข .. มิใช่แค่ การสร้างเครือญาติชาติพันธุ์ อาจแต่ยังบ่มเพาะ ความฝัน ความหวัง และความรู้สึกดีๆ ที่ส่งต่อกันได้ ตราบสิ้น ลมหายใจ” ไม่ใช่เราจะไม่ชอบสายฝนหรอกนะ เพราะในบางครั้งครา เวลาเราร่ำไห้คร่ำครวญ ก็จะไม่มีใครได้ยิน น้ำตาที่ปริ่มนองตามครรลอง แล้วแห้งเหือดหายไป เพราะได้ฝนชะล้าง หรือแม้แต่เสียงสะอึกสะอื้นรื้นร่ำ ก็ยังลื่นไหลกลมกลืนไปกับเสียงพิรุณบรรเลงเพลงดนตรี จากธรรมชาติ .. ก็ยังชื่นชอบนะ ;) ประโยชน์ของฝน ล้วนช่วยสร้างสีสันอันหลากหลาย มากมายในความคิด มุมมอง แน่นอนคงจะแตกต่างไปตามกาลเทศะ แต่กระนั้นทุกสรรพสิ่งล้วนมีสิทธิ มีอิสระ มีเสรี มีศักดิ์ มีศรี ที่จะเลือก เติบโต งอกงาม เปี่ยมคุณค่า .. แค่เพียงเราเลือกที่จะ เติบงาม หาใช่ ทำลาย.. เราทุกคนเลือกได้ด้วยตนเอง ขอบคุณฝน ฝั่งเมืองหลวง ได้ทวงสิทธิ์ ได้ประสบการณ์ ได้เปลี่ยนผ่าน ได้เรียนรู้ ได้เข้มแข็ง เพราะสิทธิ เสรี อย่างมีขอบเขต ช่วยดำรงสัมพันธภาพ อย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของ ภราดรภาพ ก่อเกิดเสรีภาพ ขยายผลก่อให้เกิด สันติภาพ ได้ในที่สุด .. เธอเชื่อมั่น ศรัทธา สิ่งนี้ไหมเล่า ;) ...
(ภาพจากอินเตอร์เนต)
*มาชวนไปร่วมเทอดพระเกียรติ ๖๔ ปีทรงครองราชมไหสวรรย์ค่ะ...
*บันทึกของคุณpoo งดงามทั้งอักษรบรรยายและภาพ..ขอบคุณค่ะ..
ขอบคุณบันทึกแห่งความสุขนี้
ทั้งบทกลอนและข้อความ งดงามจริงๆ
สายฝนที่โปรยลงมา ทำให้เกษตรกรมีความหวัง เกิดความชุ่มชื่นในหัวใจ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ชอบฝนโบกธรณี...
ล้างสิ่งไม่ดีออกไป...
สร้างความสดใสให้โลกพลัน...^^
อารมณ์และความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรที่สวยงาม
บันทึกชวนติดตามและเดินก้าวไปตามจินตนาการณ์และความรู้สึกที่ส่งผ่านมาทางตัวอักษร
ชอบค่ะ..ชอบฝนด้วย..เย็นดี วันนี้ก็ตกด้วยซิ
ดีจ้า
ฝน...จ้า...ฝน หาดใหญ่ก็ตกค่ะ
สันติภาพ ที่เราต้องการ ในท้องฟ้าเดียวกันเสมอ
สวัสดีคะพี่ปู...จ๋า...
สัปดาห์ที่แล้วเทียนน้อยนั่งรถทัวร์...ไปนครไท ด่านซ้าย
เป็นการเดินทางที่หายเหนื่อยกับการนั่งรถ...หน้าฝนเดินทางลำบากก็จริง
แต่บรรยากาศสองข้างทาง...ชวนให้สุขใจยิ่งนัก...มองไปทางไหนก็เขียว
วิวข้างทางสวยจัง...โอ้...เทียนน้อยไม่นั่งหลับ อิอิอิ...เสน่ห์แห่งวสันตฤดู
คิดถึงพี่ปูค่ะ สบายดีนะคะ ^_^
โอ้โฮ! สุดยอดบทกลอนเกี่ยวธรรมชาติของสายฝนโปรย ที่ไม่มีใครห้ามมันไม่ตกได้ หรือเสกให้มันตกได้ เมื่อถึงคราวหน้าฝน ยามนี้ที่ไหน ที่ไหนก็แห้งแล้งเหลือเกิน และทุกภาคก็ต้องการสายฝน น้ำฝนเพื่อการเกษตร ปีนี้วิกฤตจริงๆๆ ฝนทิ้งช่วงด้วย พอตกลงมาก็ไม่พอที่จะทำอะไร ต้นไม้ก็เหี่ยวเฉา ถ้าขืนยังไม่ตก ปีนี้เกษตรกรทางอีสานตายแน่ๆๆคะ และไม่ใช่แต่ทางอีสาน ทุกภาคของไทยก็ต้องการฝน แต่มีภาคใต้ที่ฝนตกชุกเกินไป จนไปกรีดยางไม่ได้ ใช่ไหมคะ เพราะน้ำฝน จะผสมกับน้ำยาง ทำให้น้ำยางเสียราคาใช่ไหมคะ ต้องมาปลูกที่ภาคอีสานจริงๆๆ ต้นยางลำพัน หรือต้องย้ายมาตภูมิ ไปปลูกถิ่นอื่น ต้นยางก็ลำพันอีก ที่บ้านพี่สุ มีเศรษฐีสวนยางหลายคนแล้วนะคะ เพราะยางปลูก 7 ปี แล้วนำมากรีด พอเริ่มกรีด ก็จะได้กรีดตลอดไป ไม่ต้องลงทุนอะไรอีก นอกจากดายหญ้า และให้ปุ๋ยบ้าง กรีดตลอด หลังจากที่ปลูกทิ้งมาถึง 7 ปี
-อ่านกลอน สายฝน แล้วเป็นปรัชญาได้อีกหลายแง่หลายหลายมุมนะคะ นอกจากน้ำฝนเป็นสิ่งสำคัญต่อการเกษตรแล้ว ก็ยังทำให้คนชุ่มชื่นหัวใจ อากาศเย็น นอนฟังเสียงฝน ธรรมชาติเมื่อยามฝนหล่นลงบนหลังคา ว่าสายฝนร้องไห้อีก แถมไม่มีใครรู้ เฮ่อ ชีวิตหนอ มีทั้งสุขและทุกข์คะ
โอ้โฮ! สุดยอดบทกลอนเกี่ยวธรรมชาติของสายฝนโปรย ที่ไม่มีใครห้ามมันไม่ตกได้ หรือเสกให้มันตกได้ เมื่อถึงคราวหน้าฝน ยามนี้ที่ไหน ที่ไหนก็แห้งแล้งเหลือเกิน และทุกภาคก็ต้องการสายฝน น้ำฝนเพื่อการเกษตร ปีนี้วิกฤตจริงๆๆ ฝนทิ้งช่วงด้วย พอตกลงมาก็ไม่พอที่จะทำอะไร ต้นไม้ก็เหี่ยวเฉา ถ้าขืนยังไม่ตก ปีนี้เกษตรกรทางอีสานตายแน่ๆๆคะ และไม่ใช่แต่ทางอีสาน ทุกภาคของไทยก็ต้องการฝน แต่มีภาคใต้ที่ฝนตกชุกเกินไป จนไปกรีดยางไม่ได้ ใช่ไหมคะ เพราะน้ำฝน จะผสมกับน้ำยาง ทำให้น้ำยางเสียราคาใช่ไหมคะ ต้องมาปลูกที่ภาคอีสานจริงๆๆ ต้นยางลำพัน หรือต้องย้ายมาตภูมิ ไปปลูกถิ่นอื่น ต้นยางก็ลำพันอีก ที่บ้านพี่สุ มีเศรษฐีสวนยางหลายคนแล้วนะคะ เพราะยางปลูก 7 ปี แล้วนำมากรีด พอเริ่มกรีด ก็จะได้กรีดตลอดไป ไม่ต้องลงทุนอะไรอีก นอกจากดายหญ้า และให้ปุ๋ยบ้าง กรีดตลอด หลังจากที่ปลูกทิ้งมาถึง 7 ปี
-อ่านกลอน สายฝน แล้วเป็นปรัชญาได้อีกหลายแง่หลายหลายมุมนะคะ นอกจากน้ำฝนเป็นสิ่งสำคัญต่อการเกษตรแล้ว ก็ยังทำให้คนชุ่มชื่นหัวใจ อากาศเย็น นอนฟังเสียงฝน ธรรมชาติเมื่อยามฝนหล่นลงบนหลังคา ว่าสายฝนร้องไห้อีก แถมไม่มีใครรู้ เฮ่อ ชีวิตหนอ มีทั้งสุขและทุกข์คะ
ลบทิ้งด้วยนะคะ มันมามากไปคะ เน็ทเออเร่อคะ สงสัยคิดถึงมากคะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ
สำหรับความงาม
ทั้งภาพ และคำ
ค่ะ
มาอีกทีค่ะ
ภาพทิวทัศน์ ไม่ถนัดเลยค่ะ
ลองดูในบล็อคเหล่านี้ที่ http://www.oknation.net ดูซีคะ
สอนสุพรรณ,กี๊ บางกอก ,นิลสมัย,คุณเจม, สีน้ำอันดามัน, 5cats, รอเทอเสมอ, ฯลฯ
สอนสุพรรณ คืออาจารย์ (สอนอยู่ที่ จังหวัดสุพรรณบุรี) คุณเจม วาดภาพปกให้นิตยสารสารคดี หรือ อ.ส.ท. มาหลายปกแล้ว
อีกหลายๆท่าน ชั้นเยี่ยมยุทธ์ทั้งนั้นเลยค่ะ
เทอมที่แล้วสอนภาษาไทยไปซะก่อน ไม่งั้นอาจจะขอยืมกลอนไปสอนเด็ก ๆ บ้าง อาทิตย์ยุ่งหน่อยครับ ต้องจัดตั้งองค์กรนักศึกษาและต้องไปประชุมกับ สคบ.อีก เคลียร์งานหัวเป็นสว่านเลย 55555 (ขอบคุณครับที่แวะไปทักทาย)
มาชม
หอมกลิ่นไอฝนเลยนะนี่...อิ อิ อิ
สวัสดีค่ะน้องpoo
กลอนเพราะมากค่ะ ถ่ายทอดออกมาด้วยคำพูดที่สละสลวย ชื่นชมค่ะ
ฝนมานำความรู้สึกหลากหลาย เหนือสิ่งใดคือความรักมาตุภูมิ
ขอบคุณบันทึกดีๆที่นำมาฝากค่ะ
น้องปูสบายดีนะค่ะ