"สุขภาพดีไม่มีขาย"

          วันก่อนได้เขียนบันทึก ชีวิตกับความพอเพียง : 19. อดมือกินสองมือ....ผอมได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร  ที่ผมได้ปฏิบัติเป็นบางช่วง เพื่อสุขภาพ  ควบคุมน้ำหนักไม้ให้อวบจนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ

          บันทึกนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน  ว่าหลังจากที่ลดอาหารมื้อหลักลงหนึ่งมื้อ  เป็นธรรมดาของร่างกายที่ต้องหันกลับมาพิจารณาอาหารสองมื้อที่เหลือว่า  จะพอดีที่จะหล่อเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอหรือไม่  ได้ครบทั้งห้าหมู่หรือเปล่า  และที่สำคัญอาหารที่มีเยื่อใยพวกพืช-ผัก จะเพียงพอหรือไม่  อย่างน้อยก็ต้องเชื่อตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ  ก็จะแนะนำให้คนไทยเรา "ลดเกลือ..เพิ่มผัก" บ้าง  ผักวันละครึ่งกิโลบ้าง  ฯลฯ  ก็เพื่อสุขภาพของเราเอง


ดอกไม้ก็ทานได้นะครับ

          สิ่งที่ผมได้ปฏิบัติในช่วงของการลดมื้ออาหารลงหนึ่งมื้อ  นอกจากปกติก็ชอบทานผักอยู่แล้ว หรือไม่ก็ดื่มน้ำที่คั้นจากใบพืช(ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำใบย่านาง)อยู่เป็นประจำ    แต่ที่มักจะเพิ่มเติมเข้ามาช่วงลดมื้ออาหารก็คือมื้อเช้าจะหาโอกาสทานใบไม้-ใบพืชสดๆ เช้าละหนึ่งกำมือเสมอ  ทานพร้อมๆ กับอาหารมื้อเช้า   เป็นการเพิ่มสีเขียวของพืชให้กับร่างกาย 

          ใบพืชที่ทานเพิ่มพร้อมกับมื้อเช้านั้น  จะเป็นพืชชนิดใดก็ได้   เก็บแถวรอบๆ บ้านเก็บหลายๆ อย่าง (ที่กินได้นะครับ...อิอิ)  วันละ 4-5 ชนิดๆ ละ 2-3 ใบ/ยอด  ก็เหลือเฟือแล้ว หมุนวนกันไป

 
ผักรอบๆ บ้าน หลายชนิดที่เก็บมาทานได้

          ท่านที่ทานผักอยู่แล้วก็คงเห็นเป็นเรื่องธรรมดามากๆ   ยิ่งสำหรับอาหารของพี่น้องทางภาคใต้แล้วยิ่งมีผักประกอบในอาหารประจำวันมากอยู่แล้ว  ยังเคยพูดกับแม่บ้านเล่นๆ ว่า หากเราเดินทางไปภาคใต้แวะร้านอาหาร(บางร้าน) สั่งแต่ข้าวเปล่าๆ ก็ยังไหว  เพราะทางร้านจะเสริฟผักสดพร้อมน้ำพริกกะปิมาให้ที่โต๊ะด้วย....ชอบๆ   แต่ในบางสถานการณ์ และบางโอกาสแม้ว่าเราๆ ท่านๆ จะรู้กันอยู่แล้วว่าทานผักสดมากๆ แล้วดีต่อสุขภาพ  แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้ หรือได้แต่ไม่บ่อย อยู่ที่เวลา-โอกาส-ฯลฯ  จะอำนวย

 

          "ใบไม้กำมือเดียว"  พร้อมกับอาหารมื้อเช้า  บางที่ก็อาจจะช่วยเพิ่มพืชผัก-สมุนไพร-สีเขียวของพืช  ให้แก่ร่างกายของเราได้ และเหมาะสมกับเวลาของเราที่มีอยู่(หลายท่านต้องรีบทาน)  ปลอดสารเคมีด้วยเพราะปลูกและดูแลเอง      ส่วนท่านใดที่คิดว่าน้อยไปก็อาจจะเพิ่มได้  แต่เท่าที่ผมปฏิบัติ กำมือเดียวก็แทบจะทานไม่หมดแล้วครับ  ยิ่งบางอย่างมีความเหนียวและกลิ่นรสที่ไม่ถูกปาก  ยิ่งจะทำให้ทานได้ช้าและได้น้อย

          ที่เขาบอกว่า "สุขภาพดีไม่มีขาย" นั้นน่าจะถูกต้อง  เราคงต้องลงมือปฏิบัติเองในหลายๆ เรื่องจึงจะช่วยให้มีสุขภาพดี 

         บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. นะครับ  และขอให้ทุกๆ ท่านจงมีสุขภาพดีไม่มีโรคภัย   และหากจะมีข้อชี้แนะประการใดโปรดอย่าได้เกรงใจ

สิงห์  ป่าสัก 4 มิ.ย. 2553