สวัสดีค่ะ ชาว G2K ทุกท่าน

 

 

สามวันมานี่ ขอนแก่นฝนตกทุกวันเลยค่ะ

บรรยากาศน่านอน จริง ๆ เชียว

แต่ยังไงชาว G2K ก็รักษาสุขภาพนะคะ อากาศร้อน ฝนตก

ถ้าไม่ระวังเดี๋ยวไม่สบายเอาได้  ทานผักผลไม้เยอะ ๆ นะคะ

ร่างกายจะได้มีวิตามินซี  เป็นภูมิค่ะ

ด้วยความเป็นห่วงอย่างมากมาย อิอิ

 

 

วันนี้ผู้เขียนจะมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ

 สองอาทิตย์ที่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

เป็นผลพลอยได้จากการเขียนบล็อกนี่แหละค่ะ

คือเมื่ออาทิตย์ก่อน ๆ มีผู้ที่ติดตามอ่านในบล็อก

คือคุณจอย เป็นเพื่อนที่ชั้นเรียนด้วยกัน  ได้มาคุยและบอกว่า

ที่ร้านมีปัญหาในเรื่องของ กลิ่นอับ ควรแก้ยังไง

(คือ คุณจอยเปิดร้านขายเสื้อผ้าค่ะ)

ผู้เขียนเลยได้แนะนำไป

ขณะนั้นคุณแป้งที่ทำ AI project ด้วยกัน ก็นั่งอยู่ด้วย

ก็เปรยขึ้นมาว่า

 

เมื่อเช้าไปทำผมร้านประจำแถวหอเหมือนกัน เข้าไปแล้วปวดหัวเลย

 

ผู้เขียน : ทำไมล่ะ ไม่สบายหรอ

 

คุณแป้ง : ป่าว เมื่อเช้าพอดีลูกค้าก่อนหน้าเค้ายืดผม 

แล้วเข้าไปทำต่อ กลิ่นมันยังมีเหลือปวดหัวเลย

 

 

จะเห็นว่า ร้านเสริมสวยจะมีกลิ่นเคมี เป็นประจำ

เจ้าของร้านอาจจะไม่ได้กลิ่นเพราะว่าชินกับกลิ่นพวกนี้มาทุกวัน

แต่ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการนี่ล่ะสิคะ พอเปิดประตูเข้าร้านปุ๊บ 

กลิ่นที่ไม่เคยชินก็มาทักทายปั๊บ

ทำให้เกิดอาการวิงเวียน ขึ้นได้ ฮ่าๆ ๆ  ๆ ๆ

 

ผู้เขียนเลยได้คุยกับคุณแป้งว่า

 “นี่แหละแป้ง มันเป็นโอกาสของเรา อยากคุยกับพี่เจ้า

ของร้านว่าขอเข้าไปทำการศึกษาแบบปฏิบัติจริงได้มั๊ย”

 

“อืม...ไปสิเดี๋ยวบอกพี่ณัฐเอาไว้..ไปเลย เพราะเคยคุยกับพี่แก

 ก็มีลูกค้าบ่นหลายคนเหมือนกัน”

 

 

พอได่คุยกับคุณแป้ง ก็เลยเกิดไอเดียที่ว่า เป็นโอกาสดีเลย

ที่ผู้เขียนจะเอาเรื่องราวที่เขียนในบล็อกเกี่ยวกับกลิ่น

ไปลองใช้จริงกับ ร้านเสริมสวย  แล้วสังเกต สอบถาม

ปฏิกิริยาของลูกค้าดู ว่าเป็นอย่างไร พึงพอใจหรือไม่

 

ผู้เขียนเลยไปเจอกับพี่ ณัฐ เจ้าของร้านว่าขอเข้าไปลองปฏิบัติที่ร้าน

 

 

 

 

เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยการดูดกลิ่นในร้าน

และใช้กลิ่นอโรมา เข้ามาช่วย

เดี๋ยวคราวหน้าผู้เขียนจะมาเล่าว่าการใช้กลิ่นเข้ามาช่วยใน

ร้านเสริมสวย

ผลออกมาจะออกมาเป็นยังไง 

โดยการเข้าไปสังเกตหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ ค่ะ

 

บุญรักษาค่ะ  ^^