โรงเรียนที่อยากพาลูกไปเรียน...(ต่อภาค 2) 
เหนื่อยรึยังเอ่ย...ผมต้องไปประกวดอีกแห่งนะครับ...ตามต่อไหวไหมเอ่ย..^^
โรงเรียนต่อไปอยู่ในเขตอำเภอเมือง ตำบลพระธาตุบังพวน ชื่อโรงเรียนบ้านเชือกบ้านหม้วยวิทยา ฟังดูชื่อก็พอเดาได้ว่าโรงเรียนไม่ใหญ่นัก อยู่ระหว่างหมู่บ้านเล็ก ๆ 2 หมู่บ้าน มีนักเรียนประมาณ 200 คน พื้นที่ 30 ไร่ ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน...
ในห้องประชุม มีน้อง ๆ นักเรียนแค่ 2-3 คน แต่คณะกรรมการการศึกษามากันครบ...
“สมัยก่อนเด็กที่จบจากที่นี่มีเพียง 15 % ที่ได้เรียนต่อ แต่อีก 85 % เราปล่อยเขาลอยแพมาตลอด ท่าน ผอ.นำเสนอ
 
ถ้าจะจัดการเรียนให้ทักษะวิชาชีพในโรงเรียนประถม เพื่อรองรับนักเรียนกลุ่มนี้จะดีไหม..??? เป็นไปได้ไหม..
ผมเสี่ยงมากเลยที่ทำอะไรหลาย ๆ อย่างไม่เหมือนชาวบ้าน...ผอ.บรรยายผ่านเพาเวอร์พอยท์
แต่ก่อนพอบอกให้นักเรียนนำจอบนำมีดมาลงแปลงเกษตร..ผู้ปกครองก็จะถามเด็ก ๆ ว่า ส่งให้ไปเรียนยังต้องไปทำแปลงผักอีกรึ ถ้าอยากทำเกษตรไม่ต้องไปเรียน...หรือหนักกว่านั้นก็จะบอกว่า จะเอามีดไปสับหัวครูใหญ่รึไง..เอาจอบไปขุดหลุมฝังครูเกษตรรึ..
ผมบอกแม่ค้าไม่ให้เข้ามาจำหน่ายสินค้าในโรงเรียน เขาโกรธผมทั้งตระกูล...
.................................
  • โรงเรียนนี้ไม่มีตัวแทนไปแข่งกีฬาสี...
  • ไม่มีร้านขายขนมในโรงเรียน
  • ไม่จ้างแม่ครัวมาทำอาหารกลางวัน ครูก็ไม่ทำเพราะมีหน้าที่สอน..
  • ไม่มีการตีเด็กที่ทำผิด..
  • ไม่มีการทำการเกษตรตามกลุ่มที่นักเรียนสนใจ...
แต่...
Ø โรงเรียนบ้านเชือกบ้านหม้วยวิทยา เป็นโรงเรียนที่ให้นักเรียนทั้ง 200 คนไปเดินสวนสนามในกีฬาสีได้ทั้งหมดทุกคน
Ø นักเรียนนำเงินที่ได้มาออมแทนการซื้อขนนมกินเล่นทุกคนตั้งแต่อนุบาล แล้วธนาคารหมู่บ้านมารับเงินต่อทุกวัน...(ลองทายดูนะครับว่าเด็กที่จบ ป. 6 ปีที่แล้วมีเงินออมกี่บาท กระซิบนิดว่า ป.4 ปีนี้มีคนออมได้ 40,000 บาท แล้วครับ)
Ø ผู้ปกครองผลัดเวร มาประกอบอาหารเลี้ยงเด็กนักเรียนวันละ 6 คนโดยไม่ต้องจ้าง..
Ø ถ้าเด็กทำผิด จะถูกให้ปั่นจักยานปั่นน้ำขึ้นรดต้นไม้ หรือให้นำปุ๋ยคอกมาส่งเป็นถุง ถ้าผิดมากก็ให้ส่งเป็นกระสอบ ถ้าผิดร้ายแรง ถูกเตือนด้วยการขู่ว่า จะเรียกคนที่นักเรียนกลัวที่สุดมา คนนี้จะไม่มีการเตือนแต่จะตีไม่เลี้ยง นั่นคือ ผู้ปกครองของนักเรียนนั่นเอง
Ø โรงเรียนทำการเกษตรตามความสนใจของครู (ครูทุกคนเลือกมา 1 กิจกรรม แล้วหานักเรียนเข้าร่วมเอง...ฮา..)  กิจกรรมนี้ค่อนข้างโดดเด่น
*   ครูอนุบาลเลือกพาเด็กตัวน้อยดูแลผักกุยช่าย 
*   ครูโกวิท เลือกเลี้ยงกบ ทั้ง ๆ ไม่เคยมีความรู้มาก่อนเลย ศึกษาด้วยตนเองทางอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันทุกคนเรียกอาจารย์กบ เพาะพันธุ์กบปล่อยลงนาปล่อยเข้าป่าหลายพันตัว ปีนี้มีแผนจะให้กบผสมพันธุ์แล้วให้ไข่ไว้ในนาชาวบ้าน...
*   ครูบางท่านเลือกปลูกต้นแค สามารถส่งดอกแคเข้าร้านอาหารชื่อดังในหนองคายหลายร้าน
*   นอกจากนั้นมีผักชะอม ปลา หมูขุน เพาะเห็ด ไก่ไข่บนบ่อปลา อุโมงค์ไม้เถา ฯลฯ
 
เสียดายยิ่งที่เป็นเพาเวอร์พอยท์ ไม่มีรูปมายืนยัน...เมื่อเดินดูก็เป็นเพียงร่องรอยเพราะปีนี้พึ่งเปิดเรียน..
 
แต่ที่ได้ภาพมาเป็นของแถม คือ...การสอนเด็กอนุบาลแบบ Montessory ที่ฝึกอนุบาลตัวน้อย...โดยใช้.....>>
 
ศีล คือข้อตกลงร่วมกัน ว่าเล่นของเล่นแล้วต้องเก็บเข้าที่
สมาธิ คือไม่เล่นกันระหว่างแถว (ทำวงกลมให้เด็กเก่งยืนอยู่ในวงให้ได้ เด็กอยากเก่งก็ยืนนิ่งๆได้ ขีดเส้นรอบห้องให้เด็กเดินตามเส้น เด็กเก่งต้องมีสมาธิ ไม่ทำน้ำในขวดแก้วในมือหก)
ปัญญา คือเด็กสามารถทำตามข้อตกลงได้เอง เช่น พอทำน้ำหยด น้องจะวิ่งไปหยิบผ้าที่ตากไว้มาเช็ดให้แห้ง แล้วนำผ้าไปตาก โดยครูไม่ต้องบอก..
 
หลุมสำหรับเลี้ยงปลวก
สุดท้าย...ท่าน ผอ.บอกมาว่า
“ลูกผม 2 คนก็จบที่นี่นะครับ ลูกครูหลาย ๆคนก็กำลังเรียนที่นี่ ตอนเย็น ๆ วันเสาร์อาทิตย์ผมต้องคอยเตือนให้ครูกลับบ้าน..”
“ปีที่แล้วมีเด็กที่ต้องไปตามให้เรียนต่อ 6-7 คน ถือว่ายอมรับได้ ก็เงินออมที่เด็กเก็บไว้ละครับช่วยเขา มีออมคนละ 60,000 บาท ก็เรียนต่อมัธยมได้สบาย ๆ”

เสียดายอีกอย่างที่ทานข้าวถาดหลุมกับเด็ก ๆ แสนอร่อยจนลืมเก็บภาพ ^^