อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์

 

      ผมได้รับความเห็นตอบกลับมาหลังจากได้นำบทความที่เขียนโดย อ.นิธิ เอียวศรีวงษ์  (ทวิภพในสมมติของเอกภพ) มาเผยแพร่ในบล็อคของผม จากกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง...

      ผมรับรู้และเชื่อโดยสนิทใจถึงความเป็นห่วงของกัลยาณมิตรท่านนั้นที่มีต่อผม

      ผมคับข้องใจและคิดอยู่นานทีเดียวว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดีต่อความเห็นนั้น

      การเฉยเมยต่อความเห็นนั้นน่าจะเป็นการกระทำที่หยาบคาย และไร้ความรับผิดชอบ

      แต่การแสดงความคิดเห็นตอบต่อความเห็นของท่านนั้นก็เป็นความยากอย่างยิ่ง

      ยากยิ่งที่จะเป็นการถนอมน้ำใจของกัลยาณมิตรไว้ เนื่องจากขีดความสามารถอันจำกัดในการอธิบายความคิด ความรู้สึกของผมเอง...

      ผมตัดสินใจเขียนบันทึกนี้ตอบแทนน้ำใจปรารถนาดีต่อกัลยาณมิตรท่านนั้นครับ

      และขอเรียนกัลยาณมิตรท่านนั้นไว้เป็นการเบื้องต้นไว้ว่า ผมจะพยายามอธิบายเหตุผลถึงการกระทำของผมที่ผ่านมาและต่อไป ซึ่งหากมีส่วนใดที่จะกระทบกระทั่งทำให้ไม่พึงใจ ขอเรียนให้ทราบว่าผมมิมีเจตนาเช่นนั้น  จึงขออภัยล่วงหน้าไว้ก่อน...

.....

 

      ผมมิใช่นักวิชาการ มิใช่ผู้คงแก่เรียน อีกทั้งมิใช่นักเคลื่อนไหวทางสังคม แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าชีวิตอันกระจ้อยของผมนั้นวนเวียนอยู่ในแวดวงเหล่านี้มานานกว่าครึ่งชีวิต ซึ่งการวนเวียนอยู่ในแวดวงเหล่านี้ทำให้มีโอกาสได้โฉบเฉี่ยวเข้าไปใกล้ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ คราวแรกเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน และก็มีแรงดึงดูดให้ผมลอยเข้าไปอยู่ในรัศมีการโคจรของอาจารย์อยู่เรื่อย ๆ หลังจากนั้น

      ควรจะกล่าวด้วยว่า ครั้งแรกที่ผมปลื้มอาจารย์ ตอนนั้นผมยังบวชเป็นพระอยู่ สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมิใช่เพราะความเฉียบแหลมและปราดเปรื่องของสติปัญญา แต่เป็นเพราะท่าทีและโลกทัศน์ของอาจารย์ ในทัศนะผมท่านเป็นชาวพุทธที่น่าเลื่อมใสอย่างที่สุด

      ความประทับใจนั้นมิใช่เกิดจากการอ่านงาน หรือการฟัง แต่เป็นการรับรู้และพบเห็นวัตรปฏิบัติของอาจารย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานพอสมควร

      และความประทับใจนั้น นำไปสู่การอ่านงานของอาจารย์เท่าที่สติปัญญาจะรับได้ ซึ่งมีไม่มากนัก

 

      อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ผมรับรู้ ท่านอยู่ข้างคนจน คนที่ไม่มีใครสนใจมายืนเคียงข้าง โดยเฉพาะนักวิชาการในมหาวิทยาลัยทั้งหลาย การเกิดขึ้นของเครือข่ายนักวิชาการเพื่อคนจน กระทั่งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็ล้วนมีวัตถุประสงค์ที่จะยืนเคียงข้างคนจน

      สำหรับในทางพระพุทธศาสนา ผมถือว่าอาจารย์มีคุณูปการณ์ต่อวงการพุทธศาสนาบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสถาบันสงฆ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการฟื้นฟูและทำนุบำรุงหากสดับตรับฟังท่านอย่างมีโยนิโสมนสิการ

      กรณีที่ท่านอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวไม่เอาสถาบันฯ กระทั่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับความต้องการของทักษิณนั้น

      ในข้อนี้ อาจเป็นไปได้ที่ผมมีข้อมูลไม่เพียงพอ เข้าไม่ถึง หรือรู้ไม่จริง กระทั่งสติปัญญาไม่เพียงพอ ฯลฯ

      แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ยังมีสติปัญญาอยู่บ้างในขณะนี้ ผมเชื่อว่าหากขบวนการโค่นล้มสถาบันฯ มีจริง (ไม่ใช่เป็นเพียงความเคลื่อนไหวแสดงออกของคนที่รังเกียจ ชิงชัง ผูกใจเจ็บสถาบันฯ แอบพูดจาซุบซิบในที่ลับต่าง ๆ ในเชิงลบหลู่ ดูหมิ่น ดูแคลน และต่าง ๆ นา ๆ ฯลฯ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้) ผมไม่อยากจะเชื่อกระทั่งออกจะมั่นใจเสียด้วยซ้ำว่าอาจารย์นิธิ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเห็นด้วยกับขบวนการเหล่านั้น

      ส่วนกรณีการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับความต้องการของทักษิณ ยิ่งมีความเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่า อาจารย์นิธิได้วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณไว้มากมาย ถึงการกระทำที่มิชอบ การกระทำที่ซ้ำเติมคนยากคนจน การทำลายศักยภาพของคนจน  รวมทั้งอื่น ๆ มีงานเขียนจำนวนมากที่เป็นประจักษ์พยานในเรื่องนี้

 

      อาจารย์นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ นั้น แม้ผมไม่ใช่ลูกศิษย์โดยตรงของท่าน และท่านเองก็ไม่รู้จักผมเป็นการส่วนตัว ผมมีโอกาสพบกันซึ่งหน้าเพียงไม่กี่ครั้ง บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าผมไหว้ท่านสนิทใจกว่าไหว้พระบางรูปเสียอีกครับ...

 

 

      อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดนี้ผมต้องขอขอบพระคุณต่อความปรารถนาดีของกัลยาณมิตรนิรนามท่านนั้นจากใจจริงครับ...