การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการจัดการความรู้ กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ(ตอน 1)

KM นั้น เริ่มกันที่ ใจ ความเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำเพื่อให้เกิดความสุขในการทำงาน ไม่ใช่โครงการที่เอามาทำแต่เอา "การจัดการความรู้" มาใช้เป็นเครื่องมือ(ติดอาวุธ)ในเรื่องของการทำงานที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว

          เย็นวันที่ 27 มิ.ย.49 ผมเดินทางถึงอลงกต รีสอร์ท อำเภอขนอม ชายทะเลฝั่งตะวันออก  ลงจากรถก็พบกับนักส่งเสริมและน้อง ๆ พนักงานธุรการ นั่งพักผ่อนหลังเดินทางที่ชายหาด  วันนี้ทะเลเงียบสงบท้องฟ้าโปร่งใสอากาศเย็นสบาย  ก็ทราบว่าทุกคนได้ทานอาหารเย็นแล้วยกเว้นทีมผม พี่เกรียง (เกรียงไกร เลขาพันธ์) ตะโกนบอกผมให้ไปทานอาหารก่อนเข้าที่พัก  เดินถึงโต๊ะอาหาร พบและทักทายกับทีมกรมส่งเสริมการเกษตร พี่อุดม พี่แมว และคุณ นิธิวดี    ซึ่งก็มาร่วมเป็นวิทยากรช่วยเหลือ ในการจัดการเรียนรู้กระบวนการ KM แก่นักส่งเสริม 10 อำเภอที่ดำเนินการ "โครงการการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ"

           เช้า 28 มิ.ย.49  หลังทานอาหารเช้าด้วยบรรยายกาศชายทะเลที่แสนสดชื่นแล้ว  เข้าห้องประชุม เริ่มด้วยพี่เกรียงไกร พูดคุย  เรื่องต่าง ๆ ทั่วไป แล้วนำเข้า กระบวนการ KM   พี่เกษตรฉัตร รัตนศรี เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาแทนเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช

          วัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้นักส่งเสริม ฯ ได้เรียนรู้กระบวนการ KM  ในการนำไปปรับใช้กับเกษตรกรในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ   น้อง ๆ เจ้าพนักงานธุรการ เรียนรู้ในเรื่องของการบันทึกและเริ่มฝึกการบันทึก   จริง ๆ แล้วนักส่งเสริม ฯ ส่วนใหญ่รู้จัก KM  แต่ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ยังต้องการเรียนรู้ประสบการณ์  และทักษะ  การจัดสัมมนาจึงทบทวนมาตั้งแต่ต้น

          เริ่มที่ พี่อุดม จากกรมส่งเสริมการเกษตรเกริ่นนำทางทฤษฎีและนำเสนอกรณีตัวอย่าง  การจัดการความรู้ของสำนักงานเกษตรจังหวัดอยูธยา เห็นภาพคุณจำลองเจ้าภาพ โปรแกรมนำเสนอ (ก็ฝากความคิดถึงคุณจำลองที่อยุธยาด้วยครับ  ยังไม่ลืมตอนที่ท่านอยู่ที่กรม ฯ  และไปดูงานที่ประเทศจีนด้วยกัน เมื่อ มีนาคม 2548  ครับ) 

          และพี่แมว-พิชยา  จากกรมส่งเสริม ฯ เล่าประสบการณ์  การดูงานการจัดกระบวนการ KM ที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย  สิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นหลังจากใช้กระบวนการ KM ในองค์กร 

          ซึ่งโดยสรุป KM  นั้น เริ่มกันที่ ใจ  ความเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ทำเพื่อให้เกิดความสุขในการทำงาน ไม่ใช่โครงการที่เอามาทำแต่เอา  "การจัดการความรู้" มาใช้เป็นเครื่องมือ(ติดอาวุธ)ในเรื่องของการทำงานที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว  พี่แมวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 

           ท่านเกษตรอำเภอสิชล (ประยงค์ ยอดไสว)  ได้มีส่วนร่วมพูดคุยว่า  ดีใจที่ได้เจอพี่อุดมจากกรม ฯ ในครั้งนี้ได้มีความรู้ที่ต่อยอดจากเดิมที่มีอยู่ รู้ว่าการเรียนรู้ KM ไม่มีที่สิ้นสุด และมีอารมณ์ขัน ว่าได้รู้จักครอบครัว ของ KM ที่มีครอบครัวใหญ่โตขึ้นเพราะเมื่อก่อน  รู้ว่ามีสมาชิกอยู่ไม่กี่คน เช่น คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ  มาวันนี้ มีคุณลิขิต คุณบันเทิง คุณประสาน เพิ่มเข้ามาอีก  ก็สร้างบรรยายกาศการสัมมนาที่ครึกครื้นขึ้นอีก

            ก็ถึงช่วงพักทานอาหารกลางวัน  บรรยายกาศชายทะเลสดชื่นบวกด้วยความเป็นกันเองที่เพิ่มขึ้น  การทานอาหารจึงมีรสชาดที่น่าทาน 

           ขอติดค้างบันทึกไว้เท่านี้ก่อนครับ เพราะดึกแล้ว  จะมาบันทึกต่อพร้อมกับภาพถ่ายบรรยากาศการสัมมนาครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เส้นทางเรียนรู้อันยาวไกล

คำสำคัญ (Tags)#แก้จนเมืองนคร#เรารักในหลวง#ติดอาวุธในการทำงาน

หมายเลขบันทึก: 36136, เขียน: 30 Jun 2006 @ 00:07 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 17:26 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก


ความเห็น (5)

kittiya
IP: xxx.47.247.135
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับพี่ชาญวิทย์นะค่ะ  ไปสัมมนาครั้งนี้ ได้บรรยากาศดีมาก ๆ ค่ะ ได้ทั้งความรู้ และ ความบันเทิง

ชอบค่ะ  ฝากบอกพี่เกรียงว่า "คราวหน้าจัดอีกนะค่ะ"

สำราญ สาราบรรณ์
IP: xxx.19.55.2
เขียนเมื่อ 
    เสียดายมากไม่ได้ไปร่วม  เนื่องจากติดสรุปงานวิจัย PARอยู่ที่กรม  แต่ก่อนหน้านี้  1  สัปดาห์ได้ลงมานครศรีฯ มีโอกาสได้ลงพื้นที่ รู้สึกประทับใจมากกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่  มีโอกาสได้เรียนรู้กับหลายคน  เช่น พี่ชาญวิทย์               พี่สุภาพ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของอำเภอพระพรหม  และอีกวงคือวงPARของจังหวัด  ซึ่งขับเคลื่อนใน 3 ตำบลของ    พี่ประสาร  พี่สนไชย  และพี่ณัทธร  พี่ๆเขาทำงานด้วยใจจริงๆ  เป็นกำลังใจให้  ช่วยกันเชิดชูคนดี  และคิดว่านครศรีฯมีคนดีๆแบบนี้อีกเยอะ  และยังมีโอกาสได้ล.ป.ร.ร. กับผู้นำชุมชนอีกหลายท่าน  ที่เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์  วันหน้าผมจะถอดบทเรียนเล่าให้ฟังครับ

แน่นอนพวกเรา 3 คน คือประสาร เฉลิมศรี จากปากพนัง  สนไชย เมียงเมิน จากทุ่งสง  และณัทธร รักษ์สังข์ จากสิชล  ดังที่คุณสำราญ สาราบรรณ์ กล่าวถึงว่าพวกเราติดสรุปงานวิจัยอยู่กรมเส่งเสริมการเกษตร  จึงต้องอาศัยคุณชาญวิทย์ ช่วยถอดบทเรียนให้พวกเราทั้ง 3 คนได้รับทราบ เพื่อได้ปฏิบัติงานกันต่อไปด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้า

พี่หม่า
IP: xxx.19.55.2
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณชาญวิทย์ที่ถ่ายทอดเห็นบรรยากาศดี ๆ คิดถึงหลายคนที่เคยเจอและได้ทำงานร่วมกันเช่นคุณสุภาพ คุณวารี ฝากความคิดถึงด้วยนะคะ

  • คนท่องเวปเข้ามาทักทาย
  • คนบ้านเดียวกัน นครศรีฯ
  • ขอให้มีความสุขนะคะ