ในโครงการฝึกอบรมการเขียนกรณีศึกษาประจำปี 2553 เพื่อใช้เป็นสื่อในการอภิปรายสำหรับการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา

 

 

 คณะโนราสมานสืบสานศิลป์ 

 ในวันที่ 11 พฤษภาคม  2553 นายสมาน  แจ๊ะแต  หัวหน้าคณะโนราสมานสืบสานศิลป์  จ. สงขลา ทบทวนการดำเนินงานของคณะแล้วพบว่าหลังจากที่เขาตั้งคณะโนรามาได้ 5 ปี คณะก็ประสบปัญหาการแสดงลดลงโดยมีสาเหตุหลายประการ เช่น  งานแสดงโนราที่รับขันหมากไว้แล้วได้ยกเลิกไป  ส่งผลกระทบต่อการเงินภายในคณะ เรื่องค่าครองชีพในภาวะปัจจุบันสูงขื้น เป็นต้น 

 หลังจากเขาทบทวนจำนวนเงินที่มีอยู่ภายในคณะ พบว่า หากเขาไม่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนอะไร  ภายใน 6 เดือนนี้ คณะก็จะไม่สามารถดำเนินการไปได้ เขาจึงได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนการบริหารคณะ เพื่อการดำรงอยู่ของการแสดงโนราให้เป็นมรดกของชุมชนชาวภาคใต้เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปการแสดงโนราสืบทอดต่อไป

 

ข้อมูลเบื้องต้นของคณะโนราสมานสืบสานศิลป์ 

                คณะโนราสมานสืบสานศิลป์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี  2546  นายสมาน  แจ๊แต นับถือศาสนาอิสลาม  อายุ 29 ปี มีความสนใจในการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้  เมื่ออายุ 18 ปีได้เข้าไปฝึกฝนเรียนการแสดงโนราจากครูโนรานกน้อย  เสียงเสน่ห์  โดยยึดถือเป็นบรมครูที่ถ่ายทอดวิชาให้ 

 โดยเฉพาะโนรานกน้อยนั้น  ถือว่าเป็นโนรายอดนิยมมาในอดีต  และเคยอยู่แสดงโนราในคณะโนราเติม  วิน  วาด  ซึ่งถือว่าเป็นคณะโนราที่ยอดนิยมที่สุดของภาคใต้ในอดีต

 ...................................................................................................

กรณีศึกษานี้เขียนขึ้นโดย ดร.อุทัย เอกสะพัง.. ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในโครงการฝึกอบรมการเขียนกรณีศึกษาประจำปี 2553 เพื่อใช้เป็นสื่อในการอภิปรายสำหรับการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา วัตถุประสงค์หลักของการใช้กรณีศึกษานี้คือการพัฒนาทักษะผู้เรียนในด้านการเลือกใช้ และวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนประยุกต์ใช้ความรู้เชิงวิชาการเพื่อการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ข้อมูลที่ปรากฏในกรณีศึกษานี้มิได้แสดงถึงความสำเร็จ หรือความล้มเหลวในการดำเนินงานส่วนใดๆ ของบุคคล หรือองค์กรใดๆ ผู้เขียนอาจดัดแปลงชื่อเฉพาะขององค์กร และบุคคล รวมทั้งข้อมูลบางอย่างเพื่อรักษาไว้ซึ่งความลับ หรือสิทธิขององค์กรที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลในการพัฒนากรณีศึกษาชิ้นนี้

 

สงวนลิขสิทธิ์ Ó พ.ศ. 2553 ดร.อุทัย เอกสะพัง..  และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา                   ปรับปรุงแก้ไข: 12  พฤษภาคม  2553

.................................................................................................... 

ในคณะโนราสมานสืบสานศิลป์  ประกอบด้วยลูกคู่  5 คนและนางรำ  7 คน  ลูกคู่จะมีถิ่นที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่ตั้งของคณะ  ช่วงที่ไม่มีการแสดงก็ไปทำอาชีพเสริมอื่นเช่นเป็นคุณครูสอนหนังสืออยู่ตามโรงเรียนเอกชน

 

 ส่วนนางรำก็มีที่อยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งของคณะเช่นเดียวกัน  และหนึ่งในนางรำนั้นคือจุดขายที่โดดเด่นของคณะนี้  เพราะเธอเป็นนางรำตัวอ่อนที่สุด  เธอสามารถทำตัวอ่อนคัดตัวลงในถาดได้ สร้างความสนใจและเป็นที่นิยมต่อผู้ชมอย่างดียิ่ง

 

การรับขันหมากการแสดงโนราของคณะนี้แต่ละครั้งประมาณ  18,000 – 20,000 บาท  มีงานรับแสดงเดือนละประมาณ 5 ครั้ง  แต่ละคนในคณะมีความรักสามัคคีปองดอง  การปกครองกันเหมือนพี่น้อง ปัญหาภายใน เช่น การออกจากงานของชาวคณะจึงยังไม่มีปรากฏ

 

วิถีโนราที่มีความสำคัญในท้องถิ่นภาคใต้ 

                วิถีโนรามีประวัติมาตั้งแต่โบราณที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอินเดีย  ตามประวัติชาดกเรื่องพระสุธนมโนราห์ในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนามีเรื่องเล่าถึงนางกินรีคือรูปร่างเป็นคนมีปีกมีหางเหมือนนก  เมื่อมาศึกษาถึงภูมิศาสตร์ภาคใต้ของประเทศไทยในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  มีนกนานาชนิดบินมาจากไซบีเรียก็มีมาอยู่อาศัยตามฤดูกาลในทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะตอนบนที่เรียกว่าทะเลน้อย 

 ก่อให้เกิดการนิยมชมชอบนก  กระทำกิจกรรมเรียนแบบนกเลี้ยงนกอย่างนกเขานกกรงหัวจุกและมีการละเล่นแสดงโนราใส่ปีกใส่ห่างเหมือนนก  จนกลายมาเป็นที่นิยมชมการแสดงโนรามีการตั้งคณะเพื่อศิลปะการแสดงและมีคนนิยมชมชอบมากที่สุดอยู่ในแถบรอบ ๆ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  เมื่อคนใดได้สืบทอดการแสดงโนราแล้วก็จะมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อนี้และสืบทอดวิถีโนราไปจนตาย

                ด้วยวิถีโนราเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในท้องถิ่นภาคใต้  ผู้สืบทอดการแสดงโนราต่างมีความเชื่อในครูหมอโนราที่สืบย่านสาวโยดมาทำให้คนในภาคใต้รวมกลุ่มเครือญาติมีความกตัญญูรู้บุญคุณบรรพบุรุษและศิลปะการร่ายรำโนราล้วนมีแบบแผนที่ชัดเจนเป็นอัตลักษณ์ที่ทรงคุณค่าควรแก่การส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมตลอดไป

 

ผลกระทบจากปัญหาความรุนแรงในภาคใต้

                ต่อมาในต้นปี 2547  เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง  ส่งผลกระทบต่อวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้อย่างรุนแรง  เมืองหาดใหญ่ถือเป็นมหานครทางภาคใต้มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำนวนมากที่เคยสนใจเข้ามาชมความเป็นวัฒนธรรมศิลปะการแสดงโนราต่างเลือนหายไปเกือบหมด 

 แม้แต่การรับงานแสดงโนราในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างก็ลดลงอย่างน่าใจหาย  เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 

 

การปรับตัวสู้วิกฤต

                นายสมาน  แจ๊ะแต  ในฐานะหัวหน้านายโรงโนราคณะโนราสมานสืบสานศิลป์  ประสบกับปัญหาดังกล่าวจึงต้องมีวิธีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการคณะใหม่  โดยปรับวิธีการรับงานไม่เต็มคณะหรือรับงานตามความเหมาะสม 

 เช่นรับงานโชว์ในโรงแรมเพื่อดึงดูดลูกค้าของโรงแรมขนาดใหญ่ ในเมืองหาดใหญ่และใกล้เคียง  โดยเฉลี่ยมีงานตามโรงแรมอาทิตย์ละ 2 วัน ข้อเด่นในวิธีการอย่างนี้ ทำให้คณะดำรงตัวอยู่ได้ แต่มีข้อด้อยตรงที่มีการแสดงโนราไม่เต็มรูปแบบ

ขณะนี้เขาได้ร่วมงานกับหน่วยงาน อบต.ท้องถิ่นและ ห้างบิ๊กซีจัดการแสดงโนราทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น.-18.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 ถึงเดือนกันยายน 2553  นับเป็นข้อเด่นที่วิธีการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ให้สนใจการแสดงโนรามากขึ้น  ส่วนข้อด้อยก็ตรงที่ต้องรวบรัดบทเนื้อหาบทแสดงต่าง ๆ ให้สั้นลง

ส่วนวันใดที่ว่างเว้นจากงานรับแสดงโนรา  เขาก็ตั้งกลุ่มฝึกทำงานร้อยลูกปัดจัดทำเป็นชุดการแสดงโนราออกจำหน่ายไปยังกลุ่มคนผู้สนใจ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนอยู่ในวงการแสดงโนรา ข้อเด่นนับเป็นการบริหารกิจการภายในคณะเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี ข้อด้อยตรงที่ไม่รู้หลักการตลาด 

จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการบริหารคณะดังกล่าวมาทำให้นายสมานคลายความกังวลจากสถานการณ์ความไม่สงบและสามารถบริหารคณะเพื่อดำเนินการสืบสานมรดกอันล้ำค่าของการแสดงโนราในวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ได้บ้าง

 

 

บทสรุป

                นายสมาน  แจ๊แต  เขามีความคิดอยู่ในใจลึก ๆ บางอย่างด้วยความเชื่อว่าการแสดงโนราในภาคใต้ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปหลังจากเกิดความไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่างเพราะวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

จากการแสดงโนราลดลงไปทำให้นายสมานปรับเปลี่ยนการบริหารและมีวิธีการใหม่ๆประยุกต์ใช้ในคณะโดยที่เขาเองจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีความสามารถบริหารจัดการให้การแสดงโนรายังคงดำรงอยู่ต่อไปในท่ามกลางความไม่สงบที่ยังคงมีการเกิดขึ้นขณะนี้  แต่ขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออัตลักษณ์โนราหรือไม่อย่างไร.

...............................................................

 

คู่มือการสอน

ชื่อเรื่อง: คณะโนราสมานสืบสานศิลป์

 

ข้อมูลเบื้องต้น

          ในวันที่ 11 พฤษภาคม  2553 นายสมาน  แจ๊ะแต  หัวหน้าคณะโนราสมานสืบสานศิลป์  จ. สงขลา ทบทวนการดำเนินงานของคณะแล้วพบว่าหลังจากที่เขาตั้งคณะโนรามาได้ 5 ปี คณะก็ประสบปัญหาการแสดงลดลงโดยมีสาเหตุหลายประการ เช่น  งานแสดงโนราที่รับขันหมากไว้แล้วได้ยกเลิกไป  ส่งผลกระทบต่อการเงินภายในคณะ เรื่องค่าครองชีพในภาวะปัจจุบันสูงขื้น เป็นต้น 

 หลังจากเขาทบทวนจำนวนเงินที่มีอยู่ภายในคณะ พบว่า หากเขาไม่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนอะไร  ภายใน 6 เดือนนี้ คณะก็จะไม่สามารถดำเนินการไปได้ เขาจึงได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนการบริหารคณะ เพื่อการดำรงอยู่ของการแสดงโนราให้เป็นมรดกของชุมชนชาวภาคใต้เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะการแสดงโนราสืบทอดต่อไป

วัตถุประสงค์ในการสอน

 1 . กรณีศึกษานี้เพื่อใช้ในรายวิชา  0103612 การศึกษาเฉพาะเรื่อง  หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต  สาขาวิชาไทยคดีศึกษา  ตามเนื้อหาของรายวิชาที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ตนเองสนใจอย่างลึกซึ้งในขอบข่ายของไทยคดีศึกษา  โดยความเห็นชอบและแนะนำควบคุมของอาจารย์ที่ปรึกษาและสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับรายวิชาที่เกี่ยวข้องได้ 

 2 .  เพื่อให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาเฉพาะเรื่องในไทยคดี  แล้วนำความรู้ไปวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเห็นพัฒนาการทำวิทยานิพนธ์อย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นหลักในการตัดสินใจ

 1 . ความสมดุลย์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและงานทางวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้

 2 . การเกิดโอกาสในภาวะวิกฤต

 3 . การแก้ไขปัญหาในภาวะวิกฤต

 

ประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

1 . การจัดการงานวัฒนธรรมในท้องถิ่นภาคใต้

2 . การปรับเปลี่ยนงานแสดงโนรา

คำถามแนะนำสำหรับผู้เรียน

1 . ประเด็นใดบ้างที่นิสิตยินยอมให้มีการปรับเปลี่ยนการแสดงโนราและมีประเด็นใดบ้างที่ไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง

2 . มีวิธีการใดบ้างที่ไม่ทำลายอัตลักษณ์โนราและพร้อมกับการได้สร้างรายได้

แนวทางการตอบคำถามแนะนำสำหรับผู้เรียน

1 . ประเด็นการแสดงโนราเพื่อให้ก้าวทันยุคปัจจุบันควรเปลี่ยนแปลงได้  ส่วนประเด็นการสืบทอดรูปแบบดั้งเดิมของโนราควรดำรงอยู่ตลอดไป

2 . การรักษารูปแบบเดิมตามบรมครูอบรมสั่งสอนมอบให้ลูกศิษย์ได้สืบทอดต่อไป

 

                                            …………………………..

…………………….

ขอขอบคุณโนราสมานที่ให้สัมภาษณ์และอนุญาตให้นำเสนอข้อมูลนี้เพื่อเป็นกรณีศึกษา  เมื่อ 11 พ.ค. 53 ช่วงเวลา 19.00 น. โดยประมาณ ใน อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา