ทำงานแบบไม่ทำงาน แปลว่าเป็น “กองเชียร์” คอยให้กำลังใจ ให้ความเห็น (แบบที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) และที่สำคัญคอยให้ความชื่นชมต่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ต่อความสำเร็จน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจพูดเป็นภาษาวิชาการว่า ทำหน้าที่อบร่ำสังคม/องค์กร/บุคคล ด้วย positive psychology ให้สังคมเดินตามแนวทาง “ธรรมสังคม”
“ตอนนี้ทำงานอะไร” “นั่งทำงานที่ไหน” “ติดต่อได้ที่ไหน” เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมได้รับ และเป็นคำถามที่ตอบยากมาก เพราะผู้ถามถามในมิติหนึ่ง และชีวิตของผมในตอนนี้อยู่ในอีกมิติหนึ่ง ทำให้คำตอบของผมไม่ค่อยสนองความคาดหวังของผู้ถาม
ติดต่อได้ที่ไหน คำตอบคือสะดวกที่สุดทาง อี-เมล์ “ที่ไหน” ของผม ไม่ใช่ real space เสียแล้ว กลายเป็น virtual space ตัวผมอยู่ที่ไหนไม่สำคัญ ติดต่อมาทาง อี-เมล์ เป็นถึงและตอบเร็ว นี่คือความเป็นจริงของชีวิตสมัยใหม่
ที่จริงโทรศัพท์มือถือก็ช่วยให้เราติดต่อกันแบบ virtual ได้เหมือนกัน และดูจะใกล้ชิดกว่าด้วย เพราะได้ยินเสียง ตัวไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ติดต่อกันทางโทรศัพท์มือถือได้ แต่วิธีนี้ผมไม่ชอบ เพราะมันทำลายสมาธิ ผมเป็นคนให้คุณค่าแก่จิตที่มีสมาธิ และไม่ชอบให้มีอะไรมาทำลายหรือขัดจังหวะความคิด การฟัง การอ่าน หรือการพูด โทรศัพท์มือถือของผมจึงถูกตั้งให้ไม่มีเสียง ทำให้ถูกต่อว่าบ่อยๆ ว่าไม่รับโทรศัพท์
เจ้า electronic networking นี่เอง ช่วยให้ผม “ทำงานแบบไม่ทำงาน” ได้อย่างสนุกสนาน เพราะชีวิตของคนอายุขนาดผม ไม่ควร “ทำงานแบบทำงาน” อีกต่อไป ควรยกภารกิจนั้นให้คนรุ่นหลังเขาทำ เขาจะได้ฝึกรับผิดชอบและมีความภูมิใจในผลงาน ภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม คนอายุขนาดผมไม่ต้องการสิ่งนั้นแล้ว เรียกว่าเป็นมนุษย์ beyond success
ใน virtual space ในปัจจุบัน มีสารพัดความรู้ให้เราค้นหา มีทั้งขยะและของดี ผมสนุกอยู่กับการทำความรู้จักเจ้า virtual space นี้ และสนุกอยู่กับสาระที่ค้นพบ
ทำงานแบบไม่ทำงาน แปลว่าเป็น “กองเชียร์” คอยให้กำลังใจ ให้ความเห็น (แบบที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) และที่สำคัญคอยให้ความชื่นชมต่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ต่อความสำเร็จน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจพูดเป็นภาษาวิชาการว่า ทำหน้าที่อบร่ำสังคม/องค์กร/บุคคล ด้วย positive psychology ให้สังคมเดินตามแนวทาง “ธรรมสังคม”
สรุปว่า คำตอบคือ ทำงานเป็นนักชื่นชม สถานที่ทำงานส่วนใหญ่อยู่ใน virtual space ติดต่อได้ทาง อี-เมล์ เป็นหลัก ผมบอกคนใกล้ชิดว่า ตอนนี้ผมเป็น “สัมภเวสี” หรือ “เจ้าไม่มีศาล”