วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ได้มีโอกาสไปร่วมเป็นกำลังใจให้กับชาว GotoKnow  ในกิจกรรม GotoKnow : Go to หนองคาย จัดค่ายอาสา เยียวยาผู้ป่วยโรคไต  ตอนแรกได้สอบถามข้อมูลจากคุณมณีวรรณ ฯ แล้วทราบว่าผู้ป่วยโรคไตที่มาร่วมกิจกรรมนี้มีกว่า ๑๐๐ คน  นับตั้งแต่วันที่ ๖-๘ ที่ผ่านมาก็เที่ยวเสียจนคุ้มกับการที่ได้ไปหนองคายเป็นการล่วงหน้า  วันนี้เราควรจะแบ่งเบาอะไรจากผู้ป่วยโรคไตได้บ้าง 

             ฉันเดินทางไปถึงชั้น ๔ ของอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลหนองคายก่อนพิธีเปิดเล็กน้อย  ได้เห็นผู้ป่วยนั่งอยู่เต็มห้อง    ทำให้คิดเองว่า "ทำไมเป็นโรคกันมากมาย"  อันที่จริงได้ทราบภายหลังว่ามีทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล หลังจากพิธีเปิดเสร็จสิ้นลงของคุณหมอพิสิฐ อินทรวงษ์โชติ อายุรแพทย์โรคไตโรงพยาบาลหนองคายได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไตวาย ทั้งสาเหตุ การรักษาและการฟื้นฟูสภาพ

         เกี่ยวกับอาการป่วยของโรคไตมีหลายระยะ จนถึงระยะสุดท้ายคือไตวาย ถ้าหากได้รับการตรวจพบโรคไตตั้งแต่แรก ๆ จะสามารถลดและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ รวมทั้งการรักษาด้วยยาปรับระดับความสมดุลของร่างกาย  จะช่วยให้ยืดระยะเวลาการเสื่อมของไตได้มาก  หากตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็จะสามารถยืดอายุออกไปได้อีกยาวนานหากไม่ดำเนินการอะไรเลย ก็จะมีชีวิตอยู่เพียงไม่เกินปีก็จะเสียชีวิต 

          นับเป็นครั้งแรกที่ได้ยกมืออาสาไปร่วมกิจกรรม แม้ว่าจะไม่มีความรู้เหมือนกับพยาบาลอาชีพ  คุณหมอ หรือผู้ผ่านประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน  แต่ฉันคิดว่าขอไปเป็นส่วนหนึ่งในกำลังใจของกลุ่มจิตอาสาก็ยังดี 

         ฉันได้มีโอกาสเพียงเล็กน้อยในการเรียนรู้และเข้าใจผู้ป่วยโรคไต ฉันและคุณแล็ค พยาบาลโรงพยาบาลหนองคายและผู้ป่วย ๔ ท่าน ผู้ดูแลผู้ป่วยอีก ๔ ท่าน นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามทำหน้าที่เป็นผู้จดบันทึก  ตอนแรกผู้ป่วยหรือผู้ดูแลผู้ป่วยบอกไม่ "ไม่ทราบจะพูดอย่างไร" ฉันจึงได้เริ่มต้นพูดด้วยประสบการส่วนตัวว่า "เมื่อหลายปีก่อนคุณหมอได้ตรวจพบเนื้องอกที่ปีกมดลูก  เมื่อถึงคราวนัดผ่าตัดได้ตรวจอีกครั้งปรากฏว่าไม่พบอะไร  ซึ่งไม่ใช่เกิดจากปาฏิหาริย์หากแต่ที่บอกว่าเป็นเนื้องอกนั้นคือก้อนเลือดแต่ภายหลังได้ฝ่อและหายไป" รวมทั้งเล่าถึงความรู้สึกและการปฏิบัติตัว 

        กลุ่มของฉันจึงได้เริ่มที่ผู้ดูแลคนไข้ที่นั่งใกล้ ๆ ฉันก่อนเป็นคนแรก  สรุปว่ากลุ่มของผู้ดูแลคนไข้ ๓ คนผ่านไปมีความรู้สึกคล้ายกันคือเมื่อปรนนิบัติคนไข้จนเคยชินแล้วก็ไม่ถือว่าลำบากและสามารถทำได้เพราะเป็นบุคคลที่รักในครอบครัว ส่วนคนไข้ทั้ง ๔ ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน แรก ๆ ก็หมดหวังท้อแท้ เสียเงินค่ารักษาจำนวนมาก ภายหลังได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัว การดูแลจากหมอและพยาบาล รวมทั้งได้มาเข้าโครงการโรคไตของโรงพยาบาลหนองคาย และได้เห็นคนอื่น ๆ ก็เป็นโรคเดียวกันจำนวนมาก  จึงทำให้มีกำลังใจเข้มแข็งขึ้น  ประทับใจที่ผู้ป่วยท่านหนึ่งมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงได้ไพเราะมาก นับว่าเป็นการเยี่ยวยาและบำบัดจิตใจได้อีกแบบหนึ่ง 

          หญิงสาวที่นั่งตรงข้ามฉันเป็นผู้ดูแลคนป่วยโรคไตคือสามีของเธอนั่นเอง เธอเล่าด้วยเสียงสั่นและน้ำตานองหน้าว่า "เดิมสามีของเธอเป็นไข้สูงมาหลายวันและปวดศีรษะรุนแรง  ทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น จึงนำสามีส่งโรงพยาบาลเมื่อหมอตรวจแล้วแจ้งว่า "สามีของเธอเป็นไตวายระยะสุดท้าย"  ทั้งเธอและสามีมีความรู้สึกหมดหวัง หมดเรี่ยวแรง ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านด้วยความเสียใจและร้องไห้กันไปตลอดทางจนถึงอำเภอบึงกาฬระยะทาง ๑๔๕ ก.ม. 

         เมื่อถึงเวลา  ๓ เดือนที่หมอนัดเธอได้พาสามีไปพบหมอตามนัด "ทำการผ่าตัดเพื่อล้างไตทางหน้าท้อง"  แม้ว่าเธอมีความตั้งใจในการปรนนิบัติสามีอย่างดี  วันหนึ่งสามีของเธอหมดสติและชักถึงกับนำช้อนใส่ปากกันกัดลิ้นและนำสามีส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง  เนื่องจากสายยางกระโดด  จึงได้รับการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง  สามีได้รับการรักษาไตวายมาเป็นเวลา ๓ ปีมีผลการติดเชื้อเพียงครั้งเดียว 

          คุณแล็คพยาบาลที่อยู่กลุ่มเดียวกับฉันได้อธิบายให้ฉันฟังว่า "ระยะสุดท้ายของโรคไต หมอสามารถบอกคนไข้ได้ เพราะเป็นโรคที่รักษาหาย  ยกเว้นโรคมะเร็งหรือโรคที่รักษายาก หมอจะบอกเฉพาะญาติของคนไข้เท่านั้น

          คนไข้และผู้ดูแลแต่ละกลุ่มจะได้รับคัดเลือกให้ออกไปพูดหน้าที่ประชุม ที่น่าสนใจของผู้ป่วยกลุ่มอื่นในขณะที่รับฟังคือ "คุณประนอม ซึ่งไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองเป็นโรคไต  แล้ววันหนึ่งหลังจากกลับจากงานของชุมชน อาบน้ำแต่งตัวและหวีผม ปรากฏว่าผมหลุดติดหวีไปทั้งศีรษะ  กลายเป็นคนหัวโล้น ลูกกลับมาจากเยี่ยมบ้านจำแม่ของตนเองไม่ได้"  นับเป็นความรู้ใหม่ของฉันและเป็นอาการที่น่าสังเกตได้

          สังเกตเห็นผู้ป่วยและผู้ดูแล มีความสุขได้ยิ้มแย้มที่ได้รับกำลังใจและรู้ว่าในสังคมไทยยังมีความเอื้ออาทรห่วงใย สนใจเหลียวแลพวกเขาอยู่  และทุกคนได้ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี  ภายหลังที่คุ้นเคยกับคณะจิตอาสามากขึ้น การสร้างความคุ้นเคยและลดช่องว่างระหว่างกันจึงเป็นเทคนิคที่สำคัญในการสร้างสัมพันธภาพให้ก่อตัวไปจนถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สังคมจะเป็นสุขและอยู่รอดได้ด้วยการให้และความรักอย่างผู้มีหัวใจ...ยิ่งใหญ่เสมอ  นี่คือคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันในสังคม