ปลายทางของการศึกษาคืออุปนิสัยที่ดี

"ปลายทางของการศึกษา คือ อุปนิสัยที่ดีงาม
ปลายทางของชีวิต คือ ความสุขที่แท้จริง"
ข้อความสั้น ๆ บนปกหนังสือกระตุ้มให้อยากอ่านหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง
แม้จะเป็นชื่อเดิมแต่เล่มนี้มีการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติม
เพื่อความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งมากขึ้นสำหรับผู้อ่าน
ภายในเล่มประกอบไปด้วย อะไรบ้างนะรึ
ลองมาติดตามดูกันเลย...
๑. ปลายทางของการศึกษา มีคำถาม ๒ ข้อ ที่ต้องถาม คือ
๑.๑ เราอยากให้เด็กของเราเป็นคนแบบไหน
คำตอบก็คือ "มีคุณลักษณะความเป็นเลิศของมนุษย์" หมายถึง
คนที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตน โดยปราศจากความเห็นแก่ตัว
คนที่มีแต่ความรักความเมตตา คอยรับใช้ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก
โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทน คนที่รักความสามัคคี
คนที่มีความสุขในชีวิต
คนที่ค้นพบความสงบสุขในตัวเอง
๑.๒ เราได้สอนอะไรให้แก่เด็ก ๆ บ้าง
คำตอบคือ ครูต้องมอบความรัก ความเอาใจใส่
พัฒนาการเรียนกาสอนให้เกิดการสร้างคนดีเหนือสิ่งอื่นใด
ในขณะเดียวกันก็ต้องมอบความรู้ทางด้านวิชาการให้แก่ผู้เรียนควบคู่ไปด้วย
เพื่อให้เขาสามารถผสานทั้งสองอย่างเข้ากับการดำเนินชีวิตในอนาคตได้อย่าง
สมบูรณ์
๒. อุปนิสัยที่ดีงาม
คือคุณค่าของความเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตของคนเรา ๕
ประการ ได้แก่ ความระพฤติชอบ ความสงบ ความจริง ความรักความเมตตา
การไม่เบียดเบียน การจัดการเรียนการสอนของครูควรนำอุปนิสัยทั้ง ๕
ประการไปบูรณาการเข้ากับการสอนที่จะมอบให้แก่เด็ก ๆ อย่างเอาใจใส่
ก็เป็นโอกาสอันดีที่ครูและนักเรียนจะเป็นผู้มีนิสัยที่ดีงามไปพร้อม ๆ
กัน
๓. ส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีความสุขด้วยการรู้จักตนเอง
การศึกษาที่สมบูรณ์ต้องสอนให้เด็กรู้จักตนเองว่าเขาคือใคร
มาอยู่โลกนี้ทำไม เพื่ออะไร และจะไปไหน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้วมันจะเป็นคำตอบของทุกคำถามในชีวิตเรา
การสอนให้เริ่มรู้จักตนเอง ด้วยการรู้ทันประสาทสัมผัสทั้งห้า
สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยิน จริงแล้วเป็นเพียงคลื่นในอากาศ
แต่ความเลวที่เราเห็นและได้ยินนั้น
แท้จริงแล้วมันมีอยู่ในใจของเรานั่นเอง
สัมผัสที่หก ครูทีมีความรักความเมตตา
จะเป็นครูที่ช่วยให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด
เพราะครูสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ
ผ่านใจครูสู่ใจเด็กได้ผ่านสัมผัสที่หก
การรักษาสุขภาพจิตและสุขภาพจิตของเด็กให้แจ่มใสอยู่เสมอ
โดยการมีความคิดที่ดีและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
จิตใตสำนึก
เราบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบันลงในจิตใต้สำนึก
จิตสำนึกหรือการรับรู้
วิธีฝึกให้จิตสำนึกทำงานได้ดีก็คือการฝึกให้จิตสำนึกมีสมาธิ
จิตเหนือสำนึก เราสามารถยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ด้วยการสวดมนต์
การฝึกสมาธิ การแผ่เมตตา
เมื่อระดับจิตใจยกสูงขึ้นเราก็เริ่มจะสัมผัสกับจิตเหนือสำนึกหรือ
จิตบริสุทธิ์ที่อยู่ในตัวเรา และปัญญาระดับสูงก็จะเกิดขึ้น
ความรู้ปัญญาสูงสุดก็จะเกิดขึ้น
การหยั่งรู้ด้วยตนเองก็จะเกิดขึ้น
๔. หัดให้เด็ก ๆ คิดอย่างมีวิจารณญาณ
ปัญหาคือเด็กไทยคิดวิคราะห์์ไม่เป็น
แต่เราต้องสอนให้เด็กเก่งคิดวิเคราะห์ในทางที่ดีไม่หันเหไปจากความดีงาม
ไม่เก่งแล้วเห็นแก่ ตัว วิธีการใช้วิจารณญาณคือ
สอนให้ผู้เรียนรู้จักคิดก่อนที่จะลงมือกระทำ โดยให้ตั้งคำถามกับตัวเอง
๒ คำถาม คือ
๔.๑ สิ่งที่รับรู้เข้ามา ดีกับเราไหม (กุศล) ถ้าคำตอบคือ ดี
ก็ให้ตั้งคำถามต่อไปว่า
๔.๒ สิ่งที่รับรู้เข้ามา ดีกับทุกคนไหม ถ้าคำตอบคือ ดี
สำหรับทุกคนก็ให้ทำ แต่ถ้าคำตอบคือ ไม่ดี ข้อใดข้อหนึ่ง
หรือไม่ดีทั้งสองข้อ ก็ไม่ต้องทำ เราควรฝึกเด็ก ๆ
ของเราให้รู้จักคิดก่อนลงมือทำแต่ในสิ่งที่ดี ๆ
๕. ปฏิบัติการเปลี่ยนนิสัยผู้เรียน
๕.๑ เปลี่ยนตัวเรา (ครู) เป็นอันดับแรก ไม่มีอาชีพไหน
ที่จะวิเศษยิ่งใหญ่เท่ากับอาชีพครู
และไม่มีอาชีพไหนที่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศชาติิเหมือนครู
ไม่มีอาชีพไหนที่จะช่วยให้อนาคตของโลกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีนอกจากอาชีพ
ครู ในฐานะที่เราเป็นแม่พิมพ์ต้องคิดเสมอว่า
เด็กจะทำตามสิ่งที่ครูทำแต่ไม่ทำตามสิ่งที่ครูบอก
๕.๒ นิสัยเด็กเปลี่ยนได้
ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะเฝ้าระวังการกระทำผิดของเด็ก
และช่วยแก้ไขให้ถูกต้องอย่างเร็วที่สุด ก่อนที่มันจะบ่มเพาะเป็นนิสัย
ซึ่งจะแก้ได้ยากมาก อะไรก็ตามที่เราปล่อยให้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ก็เท่ากับเรากำลังตั้งโปรอแกรมในจิตใต้สำนึกของเรา
และก็ไม่ง่ายที่จะลบมันออกไป
๕.๓ วิธีเปลี่ยนนิสัยเด็กจากลบให้เป็นบวก
ครูต้องเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนนิสัยเด็กเป็นเร่ื่องที่ทำได้
และทำไดไม่ยาก
เพียงแต่ครูในโรงเรียนต้องร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างใส่ใจ
และต้องดำเนินการเปลี่ยนนิสัยเด็กพร้อมกันทั้งโรงเรียน
ซึ่งมีกระบวนการตัวอย่างดังนี้ เริ่มต้นด้วยนิทานที่สอดคล้อง
ตามด้วยท่องบทหรือคำกล่าวสำคัญที่จะให้เกิดกับผู้เรียน
ร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมลงไป
บูรณาการคุณลักษณะนิสัยที่ต้องการในทุกกลุ่มสาระ และทบทวนอีกครั้ง
ร้องเพลงอีกครั้ง ท่องคำสำคัญอีกสามครั้งก่อนจบ
ในหนึ่งกิจกรรมการเรียนรู้
๖. นำเด็ก ๆ สู่อัจฉริยภาพด้วยสมาธิ
ผลจากงานวิจัยพบว่าประโยชน์ที่เห็นได้เร็วจากการฝึกสมาธิก็คือ
การที่ความจำจะดีขึ้นมาก
การควบคุมจิตใจให้หยุดนิ่ง (สมาธิ) ด้วยลมหายใจเข้าออก
เราควรเรียนรู้ที่จะควบคุมการหายใจของเรา ถ้าหายใจลึก ๆ ชช้า ๆ
ตลอดวัน เราจะรู้สึกสงบ ใจเย็น และแข็งแรง
ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้อายุยืนขึ้น
๗. รูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการที่จะนำเด็ก ๆ สู่
คุณธรรมนำความรู้
ครูต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้ปกครอง โรงเรียน ชุมชน โลกภายนอก
ทุกอย่างต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน รัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน เขตพื้นที่ ต้องเป็นตัวอย่างของความดี
สื่อต่าง ๆ
ซึ่งมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต้องนำเสนอสาระที่ดีมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของ
เด็ก ศูนย์การเรียนรู้ต้องมีหลากหลาย
มหาวิทยาลัยควรร่วมมือกับโรงเรียน
และสนับสนุนให้ครูทำวิทยานิพนธ์ในเรื่องที่มีคุณธรรม ผู้ปกครอง
ชุมชนและโรงเรียนก็ควรร่วมมือกัน
โรงเรียนควรจัดบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความเมตตา
ผู้บริหารโรงเรียน ต้องช่วยให้ครู พนักงาน และนักเรียนมีความสุข
เพราะจะส่งผลให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้ดี
ผู้เรียนก็จะมีความสุข และประสบความสำเร็จในการเรียน
ห้องเรียน ผู้เรียนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
และมีประสบการณ์ตรงให้มากที่สุด
ดังนั้นการเรียนรู้ที่ดีจึงไม่ใช่เรียนอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม
แต่อาจจะเรียนอยู่ในทุ่งนา ใต้ต้นไม้ ริมแม่น้ำ บนเขา
การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่
ครูจึงมีบทบาทสำคัญในการวางแผนการเรียนการสอน
ที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด
๘. รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นคุณธรรมนำวิชาการ
วัตถุประสงค์คือ มุ่งจะสร้างคนดีเหนือสิ่งอื่นใด
เข้าใจผู้เรียน ว่าเด็ก ๆ
ไม่ใช่หุ่นยนต์หรือคอมพิวเตอร์ที่คอยแต่จะรับไข้อมูลจากครูผู้สอนมาบันทึก
ไว้ แต่เด็ก ๆ
เป็นมนุษย์ที่มีกระบวนการเรียนรู้เหมือนผู้ใหญ่ทุกประการ
ครู
ต้องเปลี่ยนตัวเองจากผู้สอนมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียน
รู้ เมื่อผู้เรียนอยากเรียนรู้เรื่องอะไร ครูไม่ควรบอกคำตอบทั้งหมด
แต่ควรจะหาทางแนะนำให้ผู้เรียนได้ความรู้และคำตอบด้วยตนเอง
๙. หลักการของรูปแบบการสอนที่เน้น คุณธรรมนำวิชาการ
แบบอย่าง ครู ผู้ปกครอง ภารโรง คนสวน แม่ครัว รปภ. พ่อค้าแม่ค้า
ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
เอ็ดดูแคร์ (Educare) เป็นการดึงเอาสิ่งที่ดีงาม
รวมถึงคุณธรรมออกมมาจากจิตใจของผู้เรียน
ในการเปลี่ยนแปลงผู้เรียนให้เป็นคนดี ครูต้องสร้างแรงบันดาลใจ
เข้าถึงใจของผู้เรียน สามารถพูดภาษาใจ เชื่อมั่นในสิ่งที่ตนพูด
และปฏิบัติตามสิ่งที่ตนสอน
การเรียนรู้แบบร่วมมือ
ช่วยให้เกิดคุณค่าความเป็นมนุษย์เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
๑๐. กระบวนการเรียนการสอน
ผู้เรียน ร่วมวางแผน แสดงความคิดเห็น ในการจัดการเรียนการสอน
ฝึกสมาธิ เริ่มต้นก่อนเรียนทุกชั่วโมง
แรงบันดาลใจ
ครูมีอิทธิพลสูงสุดในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงไปในททางที่
ดี โดยการเสียสละและอุทิศตนเพื่อศิษย์ ใช้เทคนิค 3H คือ Head
(ความคิด) Heart (หัวใใจ) Hand (การกระทำ)
สร้างบรรยากาศ ครูต้องสร้างบรรยากาศความสงบ ความรัก ความเมตตา
ความปลอดภัยสำหรับผู้้เรียน สนับสนุนให้ถาม แสดงความคิดเห็น
ครูต้องไม่ชี้นิ้วและพูดเสียงดังว่า "เงียบ" เพราะจะทำให้เด็ก ๆ
ไม่เกิดความคิด เพราะรู้สึกกลัว
นำคุณค่าความเป็นมนุษย์ออกมาจากภายใน ใช้หลักเอ็ดดูแคร์
ครูจะไม่สอนแบบบรรยาย แต่จะสอนให้เด็กคิดเอง
ครูใช้วิธีตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดเองและตอบคำถาม
บูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกรายวิชาและทุกกิจกรรม
ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น
-สร้างแรงบันดาลใจ
-ดึงคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเองซึ่่งให้ผู้เรียนได้คิดและพูดออกมา
-บูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์เข้าไปในกลุ่มสาระโดยตรง
-เปลี่ยนสิ่งที่ไม่ดีมาเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้เรียน
-ใช้การเปรียบเทียบ
-ดึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ออกจากผู้เรียน
ด้วยวิธีการพูดคุยและระดมความคิด
-ใช้การเล่านิทาน
-เล่นเกมที่มีคุณค่าความเป็นมนุษย์
-เล่าเรื่องราวของบุคคลสำคัญของดลก
-ใช้เพลงและดนตรีในการบูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษยื
-ใช้บทบาทสมมติและการแสดงละคร
-ใช้กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบำเพ็ญประโยชน์ การไปทัศนศึกษา
และการจัดกิจกรรมชมรมต่าง ๆ
๑๑. ส่งท้ายด้วยใจ
นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนได้บอกไว้ในหน้าท้าย ๆ ของหนังสือเล่มนี้
"ผมอยากสื่อถึงนักศึกษา นักวิชาการ คุณครู
อาจารย์ที่มีส่วนร่วมในการศึกษาของเด็ก ๆ ขอให้พวกเรามาช่วยกัน
อย่าคิดแต่จะตามหลังชาวต่างชาติ อย่าคิดแต่จะใช้ Brain-Based Learning
ทั้ง ๆ ที่เรามีสิ่งที่วิเศษมากกว่าเขาเสียอีก เรามีไตรสิกขา คือ ศีล
สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นแนวทางที่จะส่งเสริมการศึกษา
ในประเทศไทยของเราให้ค้นพบกับอะไรใหม่ ๆ
โดยไม่ต้องไปเลียนแบบจากชาติอื่น
ซึ่งว่ากันตามจริงแล้วก็มีเรื่องรอให้คิดมากเลยทีเดียว"
ท้ายที่สุดหนังสือเล่มนี้
ถือเป็นอีกเล่มที่มีคุณค่าด้วยเนื้อหาภายในเล่ม
อ่านแล้วได้แนวทางที่จะนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตนเอง
ด้วยจุดมุ่งหมายว่า ที่สุดแล้ว เด็ก ๆ
ของเราจะมีอุปนิสัยที่ดีงาม...
คุณครูและผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีดังว่า
"เด็กทุกคนเปลี่ยนแปลงได้" หากเรามีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงเขา
ด้วยความคิด หัวใจ การกระทำ ยอดเยี่ยมมากค่ะจะนำไปใช้นะคะ
เยี่ยมยุทธ์ สำหรับอนาคตของชาติ จริงๆค่ะคุณพลาย
อนาคตของชาติ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (ขอยืมคำอนาคตของชาติจากครูพี่คห.๑ ชอบจัง ;))
เป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดที่ดี และยั่งยืนมากๆ ขอบคุณค่ะ
ปัจจุบันนี้หลายองค์กรเวลาคัดเลือกพนักงานที่จะมาร่วมงาน จะดูจาก Attitude เป็นหลักค่ะ
ส่วนเรื่องความเก่ง จะเป็นรองแล้ว เพราะเราถือว่าสอนกันได้ค่ะ^^
ยินดีและขอบคุณทุกท่านที่เเวะมาครับ