เมื่อวันก่อนมีคุณแม่จากต่างโรงเรียนเขียนอีเมลมาแลกเปลี่ยนว่า
ครูสอนไม่สนุกเหมือน internet เบื่อ ไม่อยากเรียนด้วย
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนจากประสบการณ์ของตัวเองนะคะ ถ้ามีเด็กบ่นว่าครูสอนไม่สนุกเหมือนอินเตอร์เน็ต และไม่อยากเรียนด้วย จะคุยกันกับเขาให้เข้าใจก่อนว่าความสนุกมีหลายแบบ อินเตอร์เน็ตเป็นความสนุกแบบที่มีสีสันฉูดฉาด เหมือนกับรสชาติของน้ำอัดลม แต่น้ำผลไม้ และน้ำเปล่า ก็ไม่ใช่ว่าไม่อร่อย (ครูต้องแสดงความยอมรับเขาก่อน แล้วจึงค่อยเสนอสิ่งที่เราอยากแนะนำให้เขาลอง)
แล้วลองนำให้เด็กทำกิจกรรมค้นคว้าจากสื่ออื่น ด้วยกระบวนการที่พาให้เขาได้ค้นคว้าร่วมกับเพื่อน แล้วแนะนำความสนุกในแบบนั้นๆ ให้ได้รู้จัก และเป็นการเปิดโลกของเขาออกไปจากความคุ้นชินเดิมๆ เพื่อไปพบกับความสนุกแบบอื่นดูบ้าง
เด็กๆ จะไม่มีความอดทนในการทำงานหนักหรือค้นคว้าด้วยตัวเอง เพราะ search engine ช่วยเสียเคยตัว
การค้นคว้า และความอดทนในการทำงานหนัก เป็นเรื่องที่สังคมห้อง สังคมโรงเรียน ต้องชวนกันให้คุณค่า เพราะธรรมดาแล้วคนเราจะเลือกทำเรื่องง่ายก่อนเสมอ เช่น ในการทำรายงานของนักเรียนครูต้องต้องกำหนดชัดเจนว่า ชิ้นไหนให้ค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ตได้ ชิ้นไหนให้ค้นคว้าจากหนังสือไม่ต่ำกว่ากี่เล่มขึ้นไป ชิ้นไหนให้ค้นคว้าจากการสัมภาษณ์ ชิ้นไหนให้พิมพ์ ชิ้นไหนให้เขียน ชิ้นไหนให้มีภาพประกอบที่วาดเอง เป็นต้น
หากเด็กได้ทำเช่นนี้ได้บ่อยๆ ครูหมั่นนำข้อดีของแต่ละงานมาพูดถึง และให้เพื่อนร่วมชื่นชมงานของเพื่อน กำลังใจในการทำสิ่งยากจะค่อยๆ เกิดขึ้นได้เองค่ะ แต่ครูต้องตรวจงาน และชี้แนะให้เขาแต่ละคนเห็นถึงพัฒนาการของตัวเองอย่างประณีตด้วยนะคะ
และจะรับไม่ได้ถ้าครูให้งานที่ต้องใช้ความพยายามในการทำมากกว่า copy/paste ค่ะ
หากที่ห้องเรียน และที่โรงเรียนมีวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างที่ว่านี้ขึ้นแล้ว ทุกคนจะถือเป็นกติการ่วมกันที่จะต้องทำไปเองค่ะ ตอนแรกอาจดูเหมือนบังคับกติกาอยู่บ้าง แต่เมื่อเด็กค้นพบความสุขในการทำงานแล้ว จะเห็นได้เลยว่างานของทุกคนจะดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ แต่ครูต้องหมั่นที่จะพูดชื่นชม ให้กำลังใจ และพาเด็กทุกคนไปให้พบกับความสำเร็จในแบบที่เขาตั้งใจด้วยนะคะ
ถ้าจะให้เห็นผลเร็วขึ้น ครูอาจนำเอางานที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น มาแลกเปลี่ยนให้เพื่อนร่วมชั้นได้รับรู้ด้วยกันว่าเจ้าของงานคิดอย่างไร ทำอย่างไร งานจึงออกมาสวยงาม และมีคุณค่าที่ทุกคนยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์เช่นนี้ได้
ครูอาจหากระบวนการมาชักชวนให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมพิจารณางานอย่างสนุกสนาน เช่น คุยกันว่าใครชื่นชมงานชิ้นไหน ของใคร งานชิ้นนั้นมีข้อดีอะไร เห็นแล้วเกิดแรงบันดาลใจ อยากเอาข้อดีที่เห็นจากงานของเพื่อนไปปรับปรุงงานของตนให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไร เป็นการชวนกันสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับร่วมกัน และเปิดโอกาสให้เด็กกลับไปแก้ไขงานของตนให้ดีขึ้นอีกครั้ง (จะดีมากถ้ามีช่วงเวลาให้ทำทันทีหลังจากการพูดคุยจบลง) ด้วยพลังของความสดใหม่ของการเรียนรู้ที่เพิ่งได้รับมาค่ะ