๕๙ วิธีการทำงานให้ดีขึ้น
ในโลกที่มีแต่การแข่งขันแย่งชิง ปัญหางานว่าหนักหนาสาหัสแล้ว ปัญหาเพื่อนร่วมงานกลับหนักหนากว่า แต่อุปสรรคเหล่านี้จะหมดไปด้วย หนังสือ ๕๙ วิธีการทำงานให้ดีขึ้น แต่ขอยกตัวอย่างเพียงบางข้อ ดังนี้
- ปัญหามีไว้เพื่อหาทางออก มิใช่มีเพื่อการยอมแพ้ ความคิดที่แตกต่างไปจากความคิดเดิมช่วยให้เห็นทางออกของปัญหาได้
- ไมตรีจิตเกิดจากคำพูดและการแสดงออกด้วยท่าที่ในทางบวก ลดคำพูดในเชิงลบไป ฝึกการใช้คำพูดเชิงบกให้เป็นนิสัย หัดมองโลกแง่ดี และรู้จักเริ่มต้นด้วยท่าทีแห่งไมตรีจิต
- สามัคคีกลุ่มก้าวหน้า ช่วงชิงกลุ่มเป็นกลาง ยกระดับกลุ่มล้าหลัง ไม่มีองค์กรไหน บริษัทไหน ที่ผู้คนอื่นจะเป็นผู้ร้ายทั้งหมด เหลือแก่กรรมการผู้จัดการเป็นพระเอกอยู่คนเดียว
- เอออวยห่วยหมก คนที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงเท่านั้นที่หาญกล้าในการตั้งคำถาม หรือแสดงความเห็นแตกต่างไปจากผู้อื่นเขาต่างหากคือบุคคลที่พึงปรารถนาของหน่วยงาน หาใช่บุคคลประเภทเอออวยห่วยหมกไม่
- สร้างการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องยาก หากยอมเสียเวลา ทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในจุดมุ่งหมาย เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมตัดสินใจ
- ผิดคนผิดงาน ผิดพลาดบานตะไท การใช้คนให้เหมาะกับงาน เปิดโอกาสให้เขาได้ขุดเอาศักยภาพของเขามาใช้อย่างเต็มที่ ทำให้เขาเติมโตไปด้วยพร้อมกับองค์กรและยังช่วยผ่อนแรงผู้บริหาร
- แทนคำพูดเชิงต่อต้าน จงใช้คำพูดในเชิงสนับสนุน ต่อเมื่อใดเราเอาใจเขามาใส่ใจเรามากขึ้น ลดความมันในอารมณ์ตัวเองให้น้อยลง รักคนอื่นมากขึ้น เรียงคำพูดให้เป็น ย่อมจะได้ทั้งเนื้องานและได้ทั้งน้ำใจ
- สิ่งที่ยอมรับว่าดี แต่มักมีข้ออ้างที่จะไม่ทำ การออกกำลังเป็นความฝืนใจในระยะแรกเริ่ม ที่ต้องต่อสู้ทางใจอย่างหนัก ระหว่างความขยันกับความขี้เกียจ แต่เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง พออยู่ตัวแล้วจะกลายเป็นความเต็มใจ
- ออกจากโต๊ะทำงานของตน ก้าวเข้าหาคนอื่น ไปพบคนที่อยู่หน้างานโดยตรง ไม่ใช่ไปพบเพื่อจ้องจับผิด แต่ไปพบเพื่อช่วยแก้ปัญหา ซึ่งจะมีผลไปปลุกเร้าความเอางานเอาการของพนักงานขึ้นมาได้
ถือว่าใช่ธุระของตนแทนที่จะถือว่าไม่ใช่ธุระ ใครบางคนรู้สึกโกรธ เพราะงานนั้นเป็นความรับผิดชอบของทุคน ทุกคนต่างคิดว่าคนหนึ่งคนใดคงทำงานนั้น แต่ไม่มีใครตระหนักว่าทุกคนจะไม่ทำงานดังกล่าว
โดย : ประสาร มฤคพิทักษ์