ดิฉันติดค้างบันทึก R2R ที่ได้จากการเรียนรู้ในการทำ R2R รพ.ยโสธรตั้งแต่วันที่ 6-9 มิถุนายน 2549  ซึ่งในช่วงนั้นเข้าใช้ GotoKnow.org ไม่ได้แต่ก็ได้ทำ mindmap ลงในสมุดบันทึกไว้ก่อนแล้ว แต่พอเริ่มจะใช้ได้คล่อง ก็มาโดนพิษไข้หวัดใหญ่เล่นงาน นอนซมอยู่หลายวัน ค่ำคืนนี้ค่อยยังชั่วจึงอยากเล่าต่อถึงทีม R2R กลุ่มศัลย์ เพราะเป็นกลุ่มที่มีอะไรให้เกิดการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากกลุ่มอื่นๆ ซึ่งจริงๆ แล้วแต่ละกลุ่มก็มีอะไรให้เรียนรู้ที่ไม่ซ้ำกันอยู่แล้ว ดิฉันถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นคุณกิจ คุณอำนวย หรือคุณเอื้อ ตลอดจนกระบวนการ เหตุการณ์ต่างๆ  คือ "ครู" ให้ดิฉันได้เกิดการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางปัญญา และ KM ไม่น้อยไปกว่าการที่ลงพื้นที่ร่วมทีมไตรภาคีฯ ที่ จ.พัทลุง

       เล่าต่อที่กลุ่มศัลย์เมื่อเข้าวันที่สาม กลุ่มนี้ดูจะไม่ค่อยน่าเป็นห่วงมากนัก บรรยากาศกลุ่มจะเป็นแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นวัยไล่เรี่ยกัน และมีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน พอเมื่อเขาได้หัวปลาชัดสิ่งที่ชัดตามมาคือ ความมุ่งมั่น แม้ว่าหลายคนจะไม่ได้จบ ป.โท มาและแทบจะไม่มีพื้นฐานด้านวิจัยมาก่อน แต่ก็สามารถร่วมเดินเรื่องไปด้วยได้อย่างไม่เป็นทุกข์มากนัก (สังเกตขณะเข้าร่วม Capture) พอทางกลุ่มได้กรอบแนวคิด และเริ่มทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว สิ่งที่พากันทำเพิ่มในวันนี้คือ วิธีการวิจัยแรกก็งงนิดๆ แต่พอได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านวิทยากรกระบวนการ ทำให้พอมองเห็นหนทางชัดว่างานนี้จะเดินไปในทิศทางใด สิ่งที่ดิฉันชอบมาก คือ ทางกลุ่มพูดถึงเรื่องกลุ่มตัวอย่างคุณกิจในกลุ่มบางท่านนำข้อมูลเดิมของผู้มารับบริการที่ได้ถูกเยี่ยมในปีย้อนหลังมาเป็นฐานในการคิด จึงทำให้เกิดที่มาของสิ่งที่ทางกลุ่มได้เรียนรู้เพิ่มเติม คือ เรื่อง Power of analysis ซึ่งคุณ"ชายขอบ"มาอธิบายให้ฟังอย่างง่ายๆ และพอเข้าใจ และทิ้งท้ายว่าหากใครอยากทราบเพิ่มเติมก็ค้นคว้าเพิ่มเติมได้

       จากนั้นทางกลุ่มก็ช่วยกันคิดถึงวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวางแผนกระบวนการเยี่ยมของตนว่าทำอย่างไร จึงจะได้รูปแบบที่เป็นการทำงานที่เป็นทีมร่วมกัน ทางกลุ่มบอกว่าให้มีการกำหนดทีมเยี่ยมที่แน่ชัด และกระบวนการเยี่ยมแต่ละครั้งว่าจะทำอะไร อย่างไรบ้าง และที่สำคัญระบบการส่งต่อข้อมูลเยี่ยมที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามทางก็กลุ่มเองก็ยังเห็นพร้องต้องกันว่านี่คือ กระบวนการศึกษาหากไม่แน่ใจจะทำได้ไหมเพราะคุณ"กิจ"แต่ละท่านที่มา ไม่มีอำนาจตัดสินใจอย่างมากทำได้เพียงการไปขายแนวคิดให้แผนกของตนเองทราบ ดังนั้น "พี่เตี้ยและพี่อื๋อ" คุณเอื้อของทีมจึงอาสารับเรื่องไปประสาน และอาจมอบเป็นนโยบายเปิดไฟเขียวให้ทางทีมได้มีโอกาสพัฒนางานตามเป้าประสงค์ดังกล่าว