วันที่ 1 พฤษภาคม 2553
พวกเราทีมวิจัยติดตามคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่มารับยาเคมีบำบัด ประกอบด้วย
 
แก้ว ฝน น้องนาง  ป๊อบ  จูนและตุ๊กตา แตวันนี้ป๊อบไม่ได้มาเพราะดูแลน้องชายเข้า รพ

 

ฝน แก้ว นาง จูนแลตุ๊กตา

 

ออกเดินทางจากขอนแก่น 9.30 น. อากาศวันนี้มืดครึ้ม มีฝนตกลงมา เราก็ได้แต่คิดในใจว่า ขอให้เราเดินทางปลอดภัย พอวิ่งถึงจังหวัดมหาสารคาม ปรากฏว่า ฝนตกปรอยๆเล็กน้อย ฟ้าคงเป็นใจให้เราเดินทางสะดวก
 
เมื่อเข้าสู่เส้นทางเป้าหมาย คือ  หมูบ้านกุดซุย อำเภอเมือง จ มหาสารคาม
 
น้องตุ๊กตาโทรถามคนไข้ว่า กำลังขับรถผ่านถนนลูกรังเข้าหมู่บ้าน คนไข้บอกเราว่า มาถึงสะพานแล้วขับต่ออีกเล็กน้อย รวมระยะทาง 8 กิโลเมตร
 
 
เราขับรถผ่านสะพาน
 
คนไข้บอกว่า ขับไปเรื่อยๆ จนเห็นหมู่บ้าน
 
ข้างทาง  มีการตากข้าวเปลือกและต้นที่ใช้ทอเสื่อ
 
น้องๆพยาบาลคุยกันว่า
เรามาเยี่ยมบ้านหลังนี้ ทำให้เรามองภาพออกเลยว่า ถ้าคนไข้บอกว่า ถ้าได้ยาเคมีไม่หมดภายใน บ่าย 3 จะไม่มีรถเข้าหมู่บ้าน น้องเข้าใจแล้วค่ะ ว่าหนทางที่คนไข้จะต้องไปหาเรายากลำบากเพียงใด
 
เราไปถึง....หมู่บ้านกุดซุย ลักษณะของหมู่บ้าน อุดมสมบูรณ์ มีลำห้วยใหลผ่าน ซึ่งเป็นลำนำจากแม่น้ำชี  สามารถทำนาได้ปีละ 3 ครั้ง เพื่อนบ้านค่อนข้างมีอันจะกิน พี่น้องของคนไข้ เลี้ยงวัวนม วัวเนื้อ และมีโรงสี มีรายได้จากการขายข้าว เลี้ยงเป็ดตามทุ่งนา
 
เราไปถึงบ้านคนไข้ 11.30 น. ลักษณะบ้านเป็นบ้านทรงไทย ใต้ถุนสูง คนไข้หญิงไทย วัย 42 ปี ได้รับการวินิจฉัยโรคว่าเป็นมะเร็งท่อน้ำดี คนไข้ลักษณะแข็งแรง  ไม่มีอาการเจ็บปวดที่ใด สามารถทำงานได้
 
เรานั่งคุยกันที่ใต้ถุนบ้าน

ใต้ถุนบ้าน

คุณยาย เป็นแม่ของคนไข้เราค่ะ ตำหมาก

 
น้องจูน คนบันทึก
 
 
พี่แก้ว ช่วยจด
 
น้องนาง น้องฝน คนสัมภาษณ์
 
 
คนไข้เล่าว่า
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2552 มีอาการปวดท้องคล้ายเป็นโรคกระเพราะ อาหาร ปวดหลัง ปวดท้องมาก ไปคลินิกที่จังหวัด หมอตรวจอัลตราซาวด์ให้ พบว่ามีก้อนที่ตับ หมอส่งตัวมาที่ รพ ขอนแก่น อยู่ 8 วัน ส่งต่อมาท่ รพ ศรีนครินทร์ หมอบอกว่าจะผ่าตัดให้ รู้สึกตกใจมาก ทำไมจะผ่าง่ายๆแบบนี้
 
คนไข้ บอก
ขอกลับไปคิดดูก่อน จึงไปหาหมอดู หมอดูบอกว่าจะอายุยืนยาว อยู่จนแก่เฒ่า
 
คนไข้ไม่กลับมาผ่าตัด  ไปหาหมอที่คลินิกสกลนคร ได้ยามากินหมดเงินเป็นแสน  อาการไม่ดีขึ้น จึงกลับมาพบหมอที่ รพ ศรีฯอีก หมอนัดผ่า
คนไข้ตัดสินใจผ่า เพราะเห็นหน้าตาญาติแต่ละคนเศร้าสร้อย สามีก็กังวลใจมากกว่าเราอีก  แต่ในใจก็คิดว่า ผ่าจะหายไหม ถ้าไม่หายก็ขอให้ตาย อย่าทำให้คนอื่นยุ่งยากใจ  อีกทั้งเริ่มปวดทรมาน ปวดทีไร ก็ใช้ยาหม่องทาบริเวณที่ปวด ก็พอทุเลาได้บ้าง
 
หลังผ่าตัดหมอให้ยาเคมีบำบัดครบ 6 ครั้ง ทีมวิจัยเราติดตามคุณภาพชีวิตหลังได้รับยาครั้งที่ 1,3,6
อาการดีขึ้นเรื่อยๆ ทำงานได้ แข็งแรงดี แต่ละวันก็ออกไปช่วยสามีทำนา มีโรงสีข้าว ได้ข้าวปีละ 20-30 ตัน ก็พอสบาย มีลูกชาย 2 คน กำลังเรียนหนังสือ
 
ตอนนี้ก็สุขภาพกายและใจแข็งแรงดี มีสามีคอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันแลกัน  บางวันก็อยู่บ้าน มีคุณยายเป็นเพื่อนคุย หลังบ้านปลูกกล้วยมากมาย มีลำน้ำไหลผ่านหลังบ้าน อุดมสมบูรณ์ หมอนัดไปตรวจทุก 6 เดือน จะเอากล้วยไปฝากพยาบาลวันหลัง

 

ต้นกล้วยหลังบ้าน

หลังบ้านน้ำไหลผ่าน เรียกว่า กุดซุย

 

 
 
สู้ สู้ ค่ะ

 

บนบ้าน ทำด้วยไม้ประดู่ คนไข้นำชมบ้าน

 

พี่แก้ว ขอถ่ายภาพ

น้องจูนและน้องนาง ขอมั่งค่ะ

ในโอกาสต่อไป ถ้ามา รพ จะแวะมาเยี่ยมคุณพยาบาลทุกคน คิดถึงคุณพยาบาลทุกคน พยาบาลตึก 5จ  คนไข้บอกกับพวกเราว่า..
 
สงสัยเขาจะคัดไว้คอยดูแลจิตใจคนไข้ผู้ป่วยแบบเรา
เราอยู่ถึงเกือบบ่าย 2 จึงลากลับ
เราเห็นผู้ป่วยนี้มีความหวัง มีกำลังใจ ทำให้เรามีพลังในการนำสิ่งดีดีที่ได้ในวันนี้ มาพัฒนาการดูแลผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น
ตอนกลับเราพาทีมไปทานอาหารที่ริมแม่น้ำชี ร้านอาโก อาหารปลาอร่อยๆๆทั้งนั้น  บรรยากาศดีมาก จะนำภาพมาให้ชมภายหลังนะคะ

 

..................

สิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ได้เห็นสภาพบ้านและสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว
เข้าใจลักษณะการเดินทางไป-กลับโรงพยาบาลของผู้ป่วย
เข้าใจการปรับตัวของผู้ป่วยและครอบครัวกับการดำเนินของโรคในแต่ละระยะ
สามารถเข้าใจคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน
ให้กำลังใจผู้ป่วยและครอบครัวเป็นการเสริมพลังใจ
ได้มีโอกาสให้ความรู้เรื่อง การป้องกันโรคมะเร็งท่อน้ำดี
ทำให้บุคลากรทางการพยาบาลมีทัศนคติที่ดีและสามารถให้การพยาบาลแบบองค์รวมและเอื้ออาทรต่อผู้ป่วยดุจญาติมิตร
อุบล จ๋วงพานิช
บันทึกค่ะ