คนที่มีความรักมาก ๆ มักจะเป็นคนที่มีราศรี มีบารมีในตัว สีหน้าแววตาอิ่มเอิบไปด้วยความสุข มีท่าทางนุ่มนวลพร้อมจะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือตลอดเวลา ทำให้คนอยู่ใกล้พลอยมีความสุขไปด้วย

        ผู้เขียนป่วยปวดหลัง ปวดขา เดินไปไหนไม่ได้เกือบสามเดือน ไปหาหมอมาหลายแห่ง ทั้งคลินิก โรงพยาบาล นวดแผนโบราณ นวดแผนไทย และนวดสมัยใหม่  นวดน้ำมัน ตลอดทั้งการกินยาต้มบ่มยาทา สปาน้ำมัน ดูที่นี้   http://gotoknow.org/blog/bangheem/345697#top

http://gotoknow.org/blog/bangheem/346162

http://gotoknow.org/blog/bangheem/347612

http://gotoknow.org/blog/bangheem/349226 

         มาถึงวันนี้นับว่าโชคดี ที่เดินได้เกือบปกติ พอเดินได้ก็ชีพจรลงเท้าทำให้ต้องเดินทาง คือต้องเดินทางไปประชุมพัฒนาโรงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามรถของผู้เสนอโครงการ (ปีก่อนผู้เขียนทำโครงการ"การแก้ปัญหาความขัดแย้งในชุมชน" งบประมาณจาก สสส.สำนัก 3 )

        ปีนี้เขียนโครงการสร้างคุณธรรมจริยธรรมพัฒนาสุขภาพเยาวชนไปที่ สสส.สำนัก 6 ที่เน้นเรื่องของการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่  โดยจัดแบบอบรมดูงานและถอดบทเรียน ถอดระหัสแห่งความเข้มแข็งของชุมชนในวันที่ 26-28 เมษายนที่ผ่านมา ทีโรงแรมสยามเซ็นเตอร์หาดใหญ่ (ซึ่งการถอดระหัสชุมชนน่าอยู่จะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป)

      ดูงานเสร็จแล้ว ผู้เขียนมานั่งทบทวน ถึงโจทย์ชุมชนน่าอยู่ที่จะนำไปสู่ประเทศไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก ก็น่าจะต้องสร้างความน่าอยู่ที่ตัวเองให้ความรักตัวเอง เหมือนประโยคต่อไปนี้  

(คนที่มีความรักมาก ๆ มักจะเป็นคนที่มีราศรี มีบารมีในตัว สีหน้าแววตาอิ่มเอิบไปด้วยความสุข มีท่าทางนุ่มนวลพร้อมจะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือตลอดเวลา ทำให้คนอยู่ใกล้พลอยมีความสุขไปด้วย)

                    "จงเป็นคนที่อิ่มไปด้วยความรักในตัว และพร้อมจะกระจายความรักไปหาบุคคลอื่น"(จากบันทึก"ความรัก   แบ่งปัน  อิ่มสุข)

        ตัวเองอยู่สุข ครอบครัวอยู่สุข อาหารการกินในบ้านในครัวก็สำคัญที่ต้องคำนึง เพื่อให้สุขภาพของตนในครัวเรือนมีความสุข บ้านเรือนน่าอยู่  จึงขอนำสาระประโยชน์  จากการล้างผักให้ปลอดสารพิษมาแบ่งปัน ในกรณีที่ต้องซื้อผักมาจากตลาดมาบริโภค   สามารถลดสารพิษตกค้างในผักได้โดยวิธีต่อไปนี้

 

1.  ล้างโดยใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต  1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำอุ่น 20 ลิตร  แช่ทิ้งไว้นาน 15 นาที  จะลดสารพิษสารพิษได้ถึง  90 -95%

 

2.  แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ละลายความเข้มข้นที่ 0.5%  นำผักที่เด็ดแล้วแช่ทิ้งไว้นาน 15 นาที  ลดปริมาณสารพิษได้  60 -80%

 

3.  ล้างผักโดยให้น้ำไหลผ่าน  โดยการเด็ดผักเป็นใบๆ ใส่ในตะแกรงโปร่ง เปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผัก ล้างนาน 2 นาที  ลดสารพิษได้ 54- 63%

 

4.  แช่ผักในน้ำสะอาด  โดยล้างผักให้สะอาด จากสิ่งสกปรกด้วยน้ำครั้งหนึ่งก่อน แล้วเด็ดเป็นใบๆ แช่ลงในอ่างนาน 15 นาที ลดปริมาณสารพิษได้ถึง 3 -33%

 

5.  ล้างผักด้วยน้ำร้อน จะลดปริมาณสารพิษได้ถึง 50% การต้มจะลดสารพิษได้เท่ากับการลวก แต่สารพิษอีก  50 %อยู่น้ำแกง

6.  ปลอกเปลือก หรือลอกชั้นนอกออก เช่นกระหล่ำปลี จะช่วยลดปริมาณสารพิษได้อีกทางหนึ่ง 

 

แต่วิธิที่สร้างความมั่นใจได้มากที่สุดคือ  "การทำสวนครัวในบ้านของเราเอง " ใส่ใจห่วงใยในสุขภาพของคนไกล้ชิด เป็นการร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่

(ข้อมูลจาก"ฉลาดกิน ฉลาดปลูก")