คาดหวัง (3-52)


เกิดคำถามขึ้นในใจ... อะไรที่ขาดหายไปสำหรับน้องนะ...

 

 

      หลายวันที่ผ่านมาได้คุยกับรุ่นน้อง...

      ซึ่งเรียนปริญญาเอกเช่นเดียวกัน แต่เรียนคนละสถาบัน คุยกันหลายเรื่องราวและมาลงท้ายที่น้องเล่าการตัดสินใจบางอย่าง นั่นคือ กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อหรือเลิกเรียนดี ทั้งที่สอบป้องกันหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ผ่านแล้ว

 

       ได้ยินแล้ว ให้รู้สึกอ่อนใจและหนักใจขึ้นมาทันทีทันใด...ความคิดมากมายประเดประดังขึ้นมาพร้อม ๆ กัน จำได้ว่าน้องไม่อยากเรียนป.เอก ตั้งแต่ต้น แต่ก็ยอมเรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียน ทั้งยังออกเงินค่าลงทะเบียนที่ค่อนข้างสูงให้ด้วย

 

       ธรรมชาติของน้องคนนี้เป็นเด็กที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีความรับผิดชอบงานดี ขยันขันแข็ง มีความคิดความอ่าน เป็นลูกคนโตของครอบครัวข้าราชการทั้งคุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่การงานและการศึกษาดี

 

 

      อะไรหนอ... ทำให้น้องตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพราะหากเปรียบเทียบไปแล้ว นี่เป็นการเดินทางที่เกินครึ่งทางแล้ว อีกอึดใจเดียวก็จะถึงจุดหมายปลายทางของการเรียนแล้ว อดใจไม่ได้จึงถามถึงเหตุผลและความรู้สึกที่น้องตัดสินใจเช่นนี้

 

       น้องบอกว่า เรียนอย่างไม่มีความสุข จะว่าไปสิ่งที่เรียนก็รู้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรใหม่มากนัก น้องไม่รู้สึกศรัทธาในคำว่า “ดอกเตอร์” ไม่อยากแบกความคาดหวังของใคร ๆ ต่อคำว่า “ดอกเตอร์” หากให้เรียนต่อทำดุษฎีนิพนธ์ต่อก็ทำได้ แต่ทำไปก็รู้สึกแย่กับตัวเองที่ต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่ศรัทธา จึงไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป

 

       คนไม่มีรากรับฟังด้วยใจที่หนักอึ้ง ไม่เห็นด้วยหลายอย่างที่น้องบอก แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะ “มองต่างมุม” ด้วยน้องกำลังสับสน ทุกข์ท้อ และอัดอั้นกับการต้อง “ตัดสินใจ”

 

แน่ล่ะ... ถึงอย่างไรน้องก็คงรู้ว่าตัวเองจะต้องเผชิญกับคำถามและความรู้สึกต่อตัวเองอย่างไร ที่ตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน สุ่มเสี่ยงกับการจะถูกมองว่าเป็นคนที่ “ไม่รับผิดชอบและไม่สู้” กับความยากลำบากในการบากบั่นให้ไปถึงจุดหมายแห่งการศึกษา

 

     เกิดคำถามขึ้นในใจ... อะไรที่ขาดหายไปสำหรับน้องนะ...ลองถามน้องดู และสิ่งที่น้องตอบก็ไม่ผิดไปจากที่คาดคิดไว้นัก

     น้องตอบว่า... น้องไม่ศรัทธาในระบบการศึกษาที่น้องได้ไปสัมผัส เลยถามตัวเองว่า ถ้าเช่นนั้นจะเรียนต่อทำดุษฎีนิพนธ์ต่อไปเพื่ออะไร  แล้วน้องยังบอกว่า... ไม่อยากแบกรับ “ความคาดหวัง” ของใคร ๆ ต่อคำถามที่ว่า ....

                      แค่นี้เองเหรอ ... คนจบดอกเตอร์?

 

       ฟังคำตอบแล้วคิดต่ออีก (แล้วดอกเตอร์นี่ต้องแค่ไหนกันล่ะ) ก็เลยบอกน้องว่า ... ถึงน้องตัดสินใจอย่างไร พี่ก็เคารพความคิดเห็นของน้อง แม้บางอย่างไม่เห็นด้วย สำหรับพี่มองว่าน้องโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้คิดและมีความรับผิดชอบชั่วดีอยู่แล้ว  แต่ขอให้ลองตอบคำถามสักคำถามหนึ่งกับตัวเองก่อนว่า...

 

...น้องแบกรับเอาความคาดหวังของคนอื่นต่อความเป็น “ดอกเตอร์” ของน้องมากเกินไปหรือเปล่า และหากไม่มีความคาดหวังของคนอื่นแล้ว.... อะไรกันคือความคาดหวังของตัวน้องเอง?

 

ยิ้ม ๆ แล้วบอกตัวเองว่า...

ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...

 

 

ถ้าเช่นนี้เราควรให้ความคาดหวังของคนอื่นมากำหนด  

ชีวิตเราล่ะหรือ ?  

(^___^)  

 

หมายเลขบันทึก: 355092เขียนเมื่อ 30 เมษายน 2010 14:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:50 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (73)

เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อคิดคำคมดีๆที่ถูกใจ และ "โดน"   ครับ  ตรงนี

ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...

       อย่างที่ฝรั่งเขาว่า Self-esteem

                ขอบคุณบันทึกข้อคิดดีๆครับ

เมื่อกี้ไปบันทึกรอ มีบรรทัดสองบันทัดก็จบแล้ว

บันทึกนี้ยาว พี่คนไม่มีราก บางทีก็เขียนบันทึกบรรทัดเดียวเอาอยู่

บางทีก็เขียนบันทึกยาวมาก ๆ

พี่ใหญ่มีความเห็นว่า คนเราจะก้าวถึงจุดสูงสุดในชีวิต อย่างน้อยต้องมี องค์ประกอบด้วย สามประการ คือ ..

*ศรัทธา มีความพอใจที่จะก้าวต่อไป (ฉันทะ)

*โอกาส รีบคว้าไว้ เพราะอาจหลุดลอยไปไม่หวนกลับมาอีก

*ปัจจัย มีความพร้อมทุกด้านที่เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จ

แล้วพี่คนไม่มีราก จบด๊อกเตอร์หรือเปล่าค่ะ

ขอบคุณท่านsmall man ค่ะ

หาก Self-esteem ต่ำแล้ว ยากที่เราจะนับถือตนเองได้ เพราะภาพลักษณ์ต่อตัวเองไม่ดีเสียแล้ว....หนักใจค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะน้องไผ่ไม่มีกอ

บางบันทึกยาว บางบันทึกสั้น ก็ขึ้นกับเรื่องที่จะสื่อน่ะค่ะ หากในบล็อก "เส้นทางระหว่างบรรทัด" จะสั้น ๆ เพราะเป็นแค่ที่คิดได้ เลยบันทึกไว้ก่อนค่ะ ส่วนบล็อกอื่น ๆ ก็จะยาวบ้างสั้นบ้างแล้วแต่เรื่องไป

พี่ยังไม่จบป.เอก ค่ะ กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่จ้ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ

ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับข้อคิดอันเปี่ยมคุณค่าของพี่...

คนเราจะก้าวถึงจุดสูงสุดในชีวิต อย่างน้อยต้องมี องค์ประกอบด้วย สามประการ คือ ..

*ศรัทธา มีความพอใจที่จะก้าวต่อไป (ฉันทะ)

*โอกาส รีบคว้าไว้ เพราะอาจหลุดลอยไปไม่หวนกลับมาอีก

*ปัจจัย มีความพร้อมทุกด้านที่เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จ

น้อมนำและรับไว้ใส่ใจค่ะ

(^___^)

More than Word , ดีกว่าค่ะพี่หญิงปิง & Great Expectation ! ทุกคราครั้ง

เห็นด้วยกับท่านรองฯ๑ ค่ะ ความนับถือตนเอง ของแต่ละปัจเจก ย่อมทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และนำไปสู่ การรังสรรค์สิ่งดีๆ ขยายผล ไปยังหน่วยอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น ... ลดปัญหา ต่างๆ ในสังคมได้ค่ะ

ได้มุมคิดดีๆ จากพี่ใหญ่อีก ... ศรัทธา โอกาส ปัจจัย ...  ขอบคุณมากมายจากก้นบึ้งของหัวใจ ฮิ้ว;)

 

+ สวัสดีค่ะ...

+ "ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่..."

+ โดนค่ะ...โดนใจ...ดังโชะเลยค่ะ...หลายครั้งเช่นกันที่เคยเป็นแบบน้องคนนี้...แต่ก้าวผ่านมาได้ด้วยเพราะ ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...นี่แหละค่ะชัดเจนที่สุด...อิ อิ...

สวสัดีค่ะ

มาแสดงความยินดีด้วยคนค่ะ

การแบกรับความคาดหวังของคนอื่นบางครั้งก็เป็นทุกข์นะค่ะ

มันต้องขึ้นอยู่กับตัวของตัวเองมากกว่าว่าพร้อมแล้วยัง

และเห็นด้วยกับหลายท่านนะค่ะ

คุณpooคะ

สิ่งหนึ่งที่เราต้องฝ่าด่านอรหันต์ไปให้ได้คือ ความคาดหวังต่อตนเอง ...

มนุษย์เรานั้นหาก ไม่มีความภาคภูมิใจในตัวเองบ้างเลย จะใช้ชีวิตได้ยากลำบากมาก ๆ เราจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมามุ่งมั่นเดินหน้าตาต่อไปในยามที่ท้อแท้...ซึ่งต้องเจอกันทุกคนไม่มีเว้น...

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณแอมแปร์~natadee

ดีใจที่ได้เห็นและได้ทักทายกันอีกครั้งค่ะ

เพื่อน ๆ ชอบปลอบใจกันว่า... เอาน่า แล้วมันก็จะผ่านไป...จนได้แหละ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก

  • เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงเดียวกับน้องที่คุณกล่าวถึง
  • การเรียนระดับปริญญาเอกต้องหนักแน่นต่อความกดดันภายนอกและภายใน
  • แรงกดดันภายนอกคือความคาดหวังของสังคมรอบข้าง ที่เฝ้ามองดูเราอยู่
  • "เรียนถึงไหนแล้ว  ใกล้จบยัง  เมื่อไรจบ... " สารพัดคำถามที่ต้องเจอทุกวี่วัน
  • นี่ยังไม่รวมกับภาวะอื่นที่ไม่ได้แสดงออกมาเป็นคำถาม  เชื่อว่า.. แต่ละคนที่อยู่ในภาวะนี้ต้องเคยประสบมา มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป
  • ส่วนแรงกดดันภายในก็คือ "ความคิด" ของตัวเราเองนั่นแหละ บางคนต้องจมกับความคิดที่เกิดจากจิตใจที่สับสน อ่อนล้า ท้อใจจนแทบหมดกำลังใจ
  • แต่พยายามอย่าให้สิ่งเหล่านี้มาทำให้เสียกำลังใจค่ะ เราต้องคิดทางบวกกับตนเองมากๆค่ะ
  • คิดว่าน้องคงเหนื่อย  หรือมีเรื่องไม่สบายใจบางอย่างจึงกล่าวเช่นนี้ออกมา
  • คิดว่าพอปล่อยให้น้องได้ไตร่ตรองพิจารณาสักพัก คงจะดีขึ้น
  • เป็นกำลังใจให้น้องค่ะ. 

สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก

  • เป็นกำลังใจให้กับน้องนะค่ะ.....
  • ความคาดหวังของใครอาจจะเป็นแรงขับดัน หรือแรงฉุด...แต่เราต้องผลักตัวเราเองไปในทิศทางบวกเสมอค่ะ
  • สิ่งดีๆ จะบรรลุได้ต้องอดทนนะค่ะ

สวัสดีค่ะ ขอให้เรียนจบ เอก ดังหมายน่ะค่ะดอกเตอร์..

 

สวัสดีค่ะ

มาเยี่ยมค่ะ

สวัสดีค่ะ

อ่านไปคิดตามไป

บางครั้งอะไรๆก็ชวนให้สับสน

คงเพราะไม่มีเป้าหมายหรือเปล่าคะ เธอจึงขาดแรงกระตุ้นที่จะทำต่อไปน่ะค่ะ

เอาใจช่วยค่ะ

มาส่งแรงใจให้ รุ่นน้องท่านนี้ทำความคาดหวัง ได้สำเร็จไปพร้อมๆ กับความศรัทธา ที่ตัวเองต้องการนะคะ

ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เชื่อเถอะครับ สักวันคุณต้องยิ้มได้

เธอคงมีเหตผลส่วนตัว และทุกคนต้องเคารพและยอมรับความเป็นเฉพาะตัวเธอ แม้ว่าคนอื่นๆจะคิดอะไรก้แล้วแต่ เธอคงไม่ได้ด่วนตัดสินใจ คงใช้เวลานานมากพอที่ตัดสินใจเช่นนั้น และหากเธอมีความสุขดีที่ตัดสินใจเช่นนั้น ก็ควรยินดีนะครับ แน่นอนการมี ดร. นำหน้านั้นอาจจะทำให้หลายคนต้องการและแสวงหา แต่ก็มีอีกหลายคนไม่ได้คิดเช่นนั้น

การดำรงชีวิต ไม่ได้อยู่ที่ ดร. นำหน้านาม

การเป็นคนดีคนเลว ก้ไม่ได้อยู่ที่ ดร.นำหน้านาม

การเป็นคนเก่งคนฉลาดก็ไม่จำเป็นต้องมี ดร.นำหน้านามอีกเช่นกัน

และการเป็นที่ยอมรับของสังคมทุกระดับก็ไม่จำเป็นต้องมี ดร.นำหน้านาม

หากเธอตัดสินใจแล้ว เคารพการตัดสินใจเธอนะครับ

 

น้องสาวสบายดีนะครับ

มาชวนไปส่งกำลังใจให้ครูดีเพื่อศิษย์ค่ะ...

http://gotoknow.org/blog/nongnarts/355172

คำว่าศรัทธา ทำให้เราคิดว่าจะทำหรืองดเว้น น้องขาดศรัทธาจึงขาดแรงจูงใจ

ผมเสียดายโอกาส ที่คนอื่นไม่มีโอกาสเหมือนน้องเขา เพราะเรียนต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง

ขนาดเรียนโท จบมาทบมวนรายจ่าย สร้างบ้านอยู่ได้สบายๆ

จึงทำให้ตัดสินใจสร้างบ้านหลังเรียนจบ

มีคำนำหน้าว่า"ด็อกเตอร์"

ยิ่งน่าจะทำให้ทุกคนได้สมหวัง

กับ"ด็อกเตอร์"คุณภาพนะ

ด็อกเตอร์ เก่ง ๆ น่ารักๆแบบ ดร.ขจิต ไง

สวัสดีค่ะ

แวะมาเรียนรู้ด้วยคนนะคะ

ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้ค่ะ

หลับฝันดีนะคะ^__^

สวัสดีครับ

ความคาดหวัง องค์ความรู้ การวิเคราห์ สังเคราะห์ สำหรับ ป.เอก อยากให้ได้ไปควบคู่กัน ครับ

สวัสดีค่ะ

  • จบและปิ้งกับข้อสรุปของน้องค่ะ
  • ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...

ความที่ไม่ศรัทธาตั้งแต่ต้นจึงทำให้มีผลต่อมา

ยิ่งเรียนไปเรื่อยๆยิ่งมองเห็นแต่อีกมุมมองหนึ่ง ทำให้ท้อ

ถ้าคนเรามองหลายมุมขึ้น อาจทำให้ความตั้งใจไม่แปรเปลี่ยน

มีเพื่อนบางคนก็คิดแบบนี้ค่ะ ทำให้หยุดเรียนกลางครัน

แวะมาให้กำลังใจค่ะ

ทุกชีวิต มีหนทางเป็นของตนเอง

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูแป๋ม

หลาย ๆ คนที่เดินในเส้นทางของการเรียนนี้...คงซาบซึ้งและมีประสบการณ์ต่าง ๆ กัน

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่คุณครูแป๋มให้ไว้ คนไม่มีรากเองก็น้อมรับไว้เตือนใจยามใดที่เกิดวิกฤต (มีเป็นระยะ ๆ) และจะส่งต่อให้น้องได้อ่านค่ะ

หากสิ่งใดได้มาง่ายดายแล้ว...จะมีคุณค่าหรือ

ขอบคุณค่ะ

(^___^) 

สวัสดีค่ะคุณnoktalay

อดทน อดทน อดทน ... และอาจต้องใช้ความมุ่งมั่นด้วยค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา

แรงจูงใจ เป้าหมายเป็นส่วนสำคัญจริง ๆ ด้วยค่ะ

ส่วนตัวคนไม่มีราก ยังบวกรวม ความรับผิดชอบ ต่อตัวเอง ครอบครัวและที่ทำงานไว้เต็มสองบ่าเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณanderson kontumdee

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

ปัญหาคือโอกาส...จริงไหมคะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะพี่ชายบางทราย ที่เคารพรัก

สำหรับน้องคงเคารพและยอมรับการตัดสินใจของน้องค่ะ และเตือนตัวเองว่าอย่านำความคิด ความต้องการของตัวเองไปโน้มน้าวการตัดสินใจของน้อง...

เพราะตระหนักว่า ทุกคนย่อมมีเหตุผล ข้อจำกัด ความคิดที่เราไม่มีวันรับรู้ได้เท่าเจ้าตัว แต่หากน้องเล่าและปรึกษา ก็จำต้องชี้แนะให้น้องได้พิจารณาและดูให้รอบด้าน แต่ในที่สุดแล้ว การตัดสินใจย่อมเป็นสิทธิโดยสมบูรณ์ที่น้องจะต้องรับผิดชอบตนเอง

สำหรับน้องแล้ว การเรียนป.เอก ให้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งแนวคิด ความรู้ และกัลยาณมิตร น้องได้สิ่งใหม่ดี ๆ มากมายเกินกว่าจะบรรยาย และการมุ่งมั่นเรียนให้จบ ก็ไม่ใช่เพื่อต้องการดีกรีหรือคำว่า ด็อกเตอร์ นำหน้าชื่อ (แม้จะจำเป็นต้องใช้ ดร. ในบางกรณี) แต่ด้วยรู้สึกว่าในสิ่งที่เราเลือก ตัดสินใจมาเรียนด้วยตนเองแล้ว เราต้อง "รับผิดชอบ" สิ่งที่เราตัดสินใจไปแล้วอย่างดีที่สุด เต็มสติปัญญากำลังความสามารถ เพื่อนำความรู้ไปใช้กับงานของเราต่อไปค่ะ

ขอบคุณความคิดเห็นดี ๆ ของพี่ชายค่ะ

น้องสบายดีตามอัตภาพ พี่ชายคงสบายดีนะคะ

รักษาสุขภาพมาก ๆ ค่ะ

(^___^)

สวัสดีครับอาจารย์

แวะมาเยี่ยมทีักทายครับ

เรื่องนี้คิดต่อได้เยอะมากเลยครับ

ผมถูกชักชวนให้เรียน ป.เอก หลายวาระหลายโอกาส แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักที

จนกระทั่งคำตอบเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิดว่าตนเองค่อย ๆ ถดถอยออกมาจากวงการวิชาการ

ผมเห็นด้วยกับหลายความคิดของน้องที่อาจารย์กล่าวถึง

โดยเฉพาะบรรยากาศในการเรียนไม่ค่อยเอื้อให้ผู้เรียนมีความสุขสักเท่าไร

ผมยังจำบรรยากาศการเรียน ป.โท ได้เลยครับ และก็ทราบมาว่าการเรียนในระดับ ป.เอก บรรยากาศแย่กว่านั้นอีกหลาย

เป็นเพราะต้องการเคี่ยวกรำให้นักศึกษาแกร่งจึงต้องใช้บรรยากาศเช่นนี้หรือไร นั่นคือคำถามที่ผมถามเมื่อต้องพบกับสภาพเช่นนั้น

แหะ แหะ เขียนไปเรื่อยเปื่อย

ด้วยความระลึกถึงครับ

...

วิทยานิพนธ์ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมครับ

สวัสดีค่ะ

ความสำเร็จส่วนใหญ่กว่าจะได้มาแสนยากเย็น อาจมีบ้างที่ท้อ มีสะดุด เข้าใจความรู้สึกของคนเดินทางค่ะ เราอาจจะไปถึงจุดหมายหรืออาจไม่ถึง มีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยว แต่แม้ไม่ถึงก็มีหลายทางที่เราจะมีความสุขกับมันได้ หยุดตั้งหลักแล้วบางทีก็อาจเดินต่อได้ค่ะ

ชีวิตมีทางเลือกเสมอ

ขอบคุณบันทึกดีๆนี้ค่ะ

หวัดดีครับ ถือว่าผมมาและทักทายด้วยคนครับ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับคำเขียน

จะติดตามเรื่องราว เรื่อย ๆ เมื่อมีโอกาสครับผม

สวัสดี ครับ คุณคนไม่มีราก

ทุก คน ต่างมีเหตุผล เพื่อรองรับความรู้สึกและการตัดสินใจของตัวเอง

รุ่นน้องของคุณคนไม่มีราก...ก็เช่นกัน นะครับ

..

และผมยังรู้สึกนะครับว่า...การเรียนรู้ของคนเราไม่เคยมีวันสิ้นสุด ตราบที่หัวใจเรียกร้องและต้องการเสมอ

วันเวลา...จะช่วยเยียวยาความรู้สึก การตัดสินใจ และการกระทำ ....ผมรู้สึกเช่นนั้น

สิ่งใดก็แล้วแต่...เมื่อมันไม่ใช่ตัวเรา แม้จะทำได้ หรือพยายามแค่ไหน สุดท้ายมันก็ไม่มีความสุข

ผมเคยพูดกับน้องสาว เมื่อคราวเกิดมรสุมชีวิต

ว่า "ที่ไหนอยู่แล้วมีความสุข ....ให้อยู่ที่นั่น  อยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของเรา" แล้วภาพแห่งความสุขก็จะอยู่กับเราเสมอ

สิ่งที่ประสบพบพาน ต่างวาระกัน แต่ผมยังคงรู้สึกถึงพลังแห่งความสุขนั้นได้ ถ้าเราเดินตามรอยฝันของเรา

หลานสาว(ลูกของพี่ชาย) เรียนหนังสือตามใจ ผู้ใหญ่ เมื่อครั้งสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรก food science  ที่ ม.เกษตรฯ หลานสาวเรียนด้วยความรู้สึกว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองรักและชอบ ปีนั้นทั้งปี มีแต่ความทุกข์ โลกไม่เคยสดใสในความรู้สึก....สุดท้ายก็ปฎิเสธหัวใจ และความต้องการของตัวเองไม่ได้  บอกพี่ชายและพี่สะไภ้ว่า สิ่งที่เรียนไม่ใช่ตัวของหลาน ไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม จบไปก็ไม่มีความสุข

สุดท้าย หลาน สอบเรียนใหม่ ในคณะที่หวังไว้ ว่าในชีวิตอยากจะเรียน และหลานก็ทำตามความฝันของหลานได้ สำเร็จ  ที่ คณะวิศวะฯ  ม.เกษตร

....

ผมเชื่อนะครับว่า...รุ่นน้องของคุณคนไม่มีราก ก็คงมีความฝันในแบบฉบับของเขา นะครับ...และขอเป็นกำลังใจให้น้องเค้า ค้นหาความฝันที่ตัวเองอยากได้จนเจอ ครับ

..

สุดท้าย สิ่งที่ขาดเสียมิได้ คือ กำลังใจที่มีมากับบันทึกฉบับนี้ มอบให้แก่คุณคนไม่มีรากเช่นกัน ที่ค้นหาความฝันของตัวเองเจอ แล้ว...รอเป็นกำลังใจให้เสมอมา นะครับ

 

 

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ

ตามไปอ่านและให้กำลังใจแล้วค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะอ.พรชัย

ค่าใช้จ่ายในการเรียนระดับบัณฑิตศึกษา สูงพอสมควรเลยค่ะ

ยิ่งน้องเรียนแบบนอกเวลา เสาร์-อาทิตย์ยิ่งแพงเป็น 3-4 เท่าของการเรียนในระบบปกติเลยค่ะ

ตอนนี้ก็ให้เวลาน้องได้คิดทบทวนความต้องการและความคาดหวังของตัวเองค่ะ

ขอบคุณค่ะ 

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณครู ป.1

คำนำหน้า ระดับการศึกษาคงเป็นส่วนประกอบ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า คน ๆ นั้นมีคุณค่าเพียงใด เพราะคนที่มีคุณค่า สำหรับคนไม่มีรากคิดว่าน่าจะเป็นคนที่สามารถสร้างสิ่งดี ๆ ให้แก่สังคมโดยรวมเพียงใดค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะอ.ผศ. เพชรากร หาญพานิชย์

ขอบคุณสำหรับข้อคิดค่ะ... ความคาดหวัง องค์ความรู้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ สำหรับ ป.เอก อยากให้ได้ไปควบคู่กัน

(^___^)

ขอบคุณพี่ครูคิมค่ะ

ประสบการณ์และเรื่องราวของน้อง ทำให้คนไม่มีรากได้ประโยชน์และนำมาไตร่ตรองค่ะ

(^___^) 

สวัสดีค่ะคุณนาง...มณีวรรณ ตั้งขจรศักดิ์

การใช้ชีวิต การทำงาน หรือการเรียนก็ตามที เรามักได้เจอประสบการณ์ที่ทำให้เราได้คิด ได้เติบโตขึ้นในทุก ๆ ทาง ความคิดก็เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้

ชีวิตเป็นของแต่ละคนที่ต้องเลือกเอง...

ขอบคุณค่ะ

(^___^) 

สวัสดีค่ะพี่krutoiting

ทุกชีวิตมีหนทางของตัวเอง...จริง ๆ ดังพี่ว่าเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ

ส่วนตัวแล้ว การที่คนไม่มีรากนำเรื่องนี้มาเล่า เพราะได้คิดกับเรื่องราวของน้อง...

ขออนุญาตให้พวกเราได้ประโยชน์จากเรื่องเล่า เพราะการตัดสินใจทำอะไรอาจต้องเริ่มจากการมีเป้าหมายที่แน่ชัดก่อน เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็จำต้องมุ่งมั่นทำต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ...

เราล้วนเลือกทางเดินชีวิตของเราได้ด้วยตนเอง

ขอบคุณมากค่ะที่มาแลกเปลี่ยน

มีความสุขมาก ๆ นะคะ

(^___^) 

สวัสดีค่ะคุณถาวร

ขอบคุณข้อคิดแสนดีค่ะ....

ชีวิตมีทางเลือกเสมอ...

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณบ่าวบ้านนอก

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

(^___^)

ขอบคุณคุณแสงแห่งความดีมากค่ะ

ขอบคุณหลาย ๆ ครั้งสำหรับกำลังใจ ข้อคิด และสิ่งดี ๆ ที่แบ่งปันเสมอ ๆ

จะคัดลอกข้อความที่ว่า "ที่ไหนอยู่แล้วมีความสุข ....ให้อยู่ที่นั่น  อยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของเรา แล้วภาพแห่งความสุขก็จะอยู่กับเราเสมอ" ไปให้น้องได้อ่านนะคะ 

ดีใจที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตรเช่นคุณแสงแห่งความดีค่ะ

(^___^)

ขอบคุณกำลังใจจากคุณครูกระแต มาตายี ค่ะ

มีความสุข ผ่อนคลายมาก ๆ ในวันหยุดนะคะ

(^___^)

  • แวะมาทักทายค่ะ
  • ความสำเร็จส่วนใหญ่กว่าจะได้มาแสนยากเย็น  เราอาจจะไปถึงจุดหมายหรืออาจไม่ถึง  แต่แม้ไม่ถึงก็มีหลายทางที่เราจะมีความสุขกับมันได้ หยุดตั้งหลักแล้วบางทีก็อาจเดินต่อได้ค่ะ ชีวิตมีทางเลือกเสมอ

การศึกษาในบ้านเรา กำลังล้มเหลวสุดๆ

ยิ่งแก้ไขหลักสูตร ยิ่งสร้างความทุกข์ให้กับผู้เรียนและผู้สอน

-----------------------

ที่สำคัญเรียนไปมากมาย แต่สุดท้ายคิดไม่เป็น ไม่เป็นประโยชน์

สามารถนำพาประเทศชาติ ล่มจมได้ ดังตัวอย่างที่เห็นและเป็นอยู่นะคะ

สวัสดีค่ะ

ต่างคนต่างมีเหตุผล และมุมมองของตนเอง...ค่ะ

น้องเขาอาจอึดอัดกับระบบการศึกษาที่กำลังสัมผัสอยู่ ณ เวลานี้  บางอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ก็ได้...

*** เห็นกัลยาณมิตร หลายท่านมีความคิดเห็นมากมาย... รู้สึกเช่นเดียวกัน คงไม่พูดซ้ำอีก.... ก็เคารพในการตัดสินใจของน้องเขาค่ะ***

* ใกล้ปิดทอม  งานเริ่มประดังเข้ามาอีกแล้วค่ะ  2 งานซ้อนเลย  ยังไม่ทันเปิดเลย...

* ระลึกถึงนะคะ... ขอบคุณที่ไปเยี่ยมค่ะ 

 

สวัสดีค่ะน้องโก๊ะคนไม่มีราก

  • มุมมองแต่ละคนย่อมแตกต่างกันนะคะ
  • มาเป็นกำลังใจให้ทั้งสองท่านค่ะ
  • แม้ว่าตัวเองจะไม่มีโอกาส อิ อิ

สวัสดีค่ะคุณปริมปราง

จะนำข้อคิดเห็นและกำลังใจทั้งหลายนี้ส่งต่อให้น้องได้อ่านค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณnaree suwan

เห็นด้วยกับความคิดที่ว่า...  เรียนไปมากมาย แต่สุดท้ายคิดไม่เป็น ไม่เป็นประโยชน์ สามารถนำพาประเทศชาติ ล่มจมได้...

การศึกษาอาจจะต้องปรับตัวอีกครั้ง เพราะไม่สามารถสร้างบัณฑิตที่สร้างสรรค์ความเจริญให้ชาติบ้านเมืองได้

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณครูใจดี

ดีใจที่ได้ทักทายกันค่ะ....หายไปหลายวันเลยนะคะ

คนไม่มีรากเองยอมรับในการตัดสินใจของน้องเขาค่ะ เพราะถึงอย่างไรน้องก็ต้องตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง เพียงอยากสะท้อนมุมมองในฐานะ พี่ แต่ถึงจะตัดสินใจเรียนหรือไม่เรียนต่อ ก็คงไม่สำคัญเท่ากับ ความรู้สึกหลังการตัดสินใจของน้องแน่ๆ ค่ะ

งานมาก ๆ ยังอุตส่าห์มาทักทายกัน... ซาบซึ้งใจค่ะ

คนไม่มีรากก็หมดเวลาปิดเทอมแล้ว...แง ๆ งานเข้าอีกตามเคย....

อย่างไรก็ตาม รักษาสุขภาพมาก ๆ นะคะ

คิดถึงเช่นกันค่ะ

(^___^) 

สวัสดีค่ะพี่เอื้องแซะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจของพี่ค่ะ

(^___^)

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

อย่าท้อถอย  ตั้งใจให้แน่วแน่และมั่นคง

ถือคติ "ท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร"

สู้ๆๆๆๆกับอุปสรรคทั้งปวง

สวัสดีค่ะอ.ดาวเรือง

อ่านคอมเม้นท์แล้ว...มีพลังขึ้นมากมาย ซึ้งใจค่ะ....

อย่าท้อถอย  ตั้งใจให้แน่วแน่และมั่นคง

ถือคติ "ท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร" สู้ๆๆๆๆกับอุปสรรคทั้งปวง

คนไม่มีรากชอบมาก ๆ และจะส่งต่อให้น้องได้อ่านด้วย

ขอบคุณมากค่ะ

(^___^)

  • สวัสดีค่ะ
  • ภาพน่ารัก ๆ แบบนี้ บุษราก๊อบปี้จากพี่สุมาค่ะ "เห็นน่ารักดี"  ดูแล้วมีความสุขไปอีกแบบค่ะ เด็ก ๆ ทำอะไรก็น่ารัก น่าชังไปหมด แต่ถ้าผู้ใหญ่ทำชักไม่แน่ใจเหมือนกัน....555
  • เห็นคนไม่มีรากชอบก็เลยนำภาพน่ารัก ๆ มาฝากค่ะ

                         

สวัสดีค่ะคุณบุษรา

ดีใจที่นำภาพนี้มาทักทายกันค่ะ...น่ารักมาก ๆ ค่ะ

แต่ก่อนจะไม่ค่อยชอบ แมว แต่ชอบ สุนัข มากกว่า หลัง ๆ พี่สาวได้แมวหลงทางมาเลี้ยง เห็นความน่ารักและน่าเอ็นดู ก็เลยเริ่มรักแมวบ้างค่ะ

สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ทำให้เราผ่อนคลายและมีความสุขจากความน่ารักไร้เดียงสาของเขา เหมือนเด็ก ๆ เลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

ชอบ ๆ ค่ะ ดูเขาหยอกกันสิ...ฮา ๆ ๆ

อาจารย์ครับ

แวะมาแลกเปลี่ยนอีกรอบ

ผมยินดีปรีดามาก ๆ (บางทีก็นึกสะใจ) ครับ ที่ใครต่อใครพากันเรียนระดับอุดมศึกษา

ตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท กระทั่งไปถึงปริญญาเอก

แต่ก่อนการศึกษาหลังมัธยมศึกษาขึ้นมาค่อนข้างสงวนไว้ให้กับผู้คนส่วนน้อย คนที่เข้าถึงจริง ๆ คือคนกลุ่มน้อย และเป็นคนที่ได้เปรียบจากกติกาที่การศึกษากำหนดไว้

การศึกษาระดับนี้ถูกทำให้ศักดิ์สิทธิ์ เข้าถึงยาก ใครที่สามารถเข้าถึงและผ่านออกมาได้จึงได้รับการยกย่อง

ระยะไม่กี่สิบปีมานี้ คนจำนวนมากเข้าถึงการศึกษาระดับสูงนี้มากขึ้น ครูประชาบาลก็สามารถเรียนจนจบปริญญาโท เอกได้

นักการเมืองท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยจบปริญญาโท และอีกไม่น้อยเช่นกันที่เล่าเรียนจนจบปริญญาเอก

พระภิกษุทั้งที่อยู่ในเมืองหลวงและตามหัวเมืองต่าง ๆ จบปริญญาโท ปริญญาเอกเป็นว่าเล่น

ปี ๆ นึงคนจบปริญญาโท เอกนับไม่ถ้วน

เพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้การศึกษาระดับนี้ที่ผู้คนเคยมองว่าศักดิ์สิทธิ์ค่อยคลายความศักดิ์สิทธิ์ลง

ไม่รู้ว่าเข้าใจถูหรือเปล่าครับอาจารย์...

สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ

อ่านคอมเม้นท์แล้วยิ้ม...แบบสะใจตามคุณหนานเกียรติไปด้วยค่ะ

ความจริงในทุกสถาบันก็มีเรื่องราวเฉพาะ แตกต่างกันไป และก็คงไม่ต่างกันกับทุก ๆ เรื่อง และเกือบจะทุกที่ ที่มีทั้งจุดแข็งและจุดด้อย

ที่บอกว่า... การศึกษาระดับนี้ถูกทำให้ศักดิ์สิทธิ์ เข้าถึงยาก ใครที่สามารถเข้าถึงและผ่านออกมาได้จึงได้รับการยกย่อง...

ปัจจุบันถึงกับมีคำพูดที่ล้อเลียนกัน ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดว่า "จ่ายครบจบแน่" การศึกษาผูกติดกับเรื่องเงิน ผลงาน และชื่อเสียงที่ต้องสร้างอย่างเร่งด่วนของสถาบัน...

ส่วนที่ว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาคลายความศักดิ์สิทธิ์ลงไปนั้น น่าจะจริงค่ะ ใคร ๆ แม้แต่ผู้มืชื่อเสียงในสังคมบางคนที่จะสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจก็ยังยาก ยังจบป.เอก มีคำว่า ดร.นำหน้าเกลื่อนไปค่ะ

และไหน ๆ ก็ไหน ๆ ในฐานะที่มาเรียน ก็คงต้องบอกอย่างนอบน้อมค่ะว่ารู้สึกตัวว่ายิ่งเรียนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองรู้น้อยมาก ๆ และตั้งใจว่าจะพยายามในส่วนของตัวเองให้ การศึกษาระดับป.เอกไม่สูญเปล่า

ขอบคุณที่ให้ข้อคิดดี ๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสนุกมีรสชาติค่ะ

(^___^)

คงต้องให้เวลากับน้องในการตัดสินใจ

ความคิดใด ๆ นำไปสู่การกระทำ น้องคงได้ประสบการณ์ความคิดอะไรมาบ้างจากการเรียน...จึงคิดและกำลังจะตัดสินใจ

เป็นกำลังให้ด้วยคนครับ

บางครั้ง....

การเรียนก็ถูกคาดหวัง จากคนรอบ ๆ ตัว แล้วไหนยังจะจากตัวเอง

เหนื่อยล้าทุกครั้งผมก็บอกกับตัวเองว่า... แล้วก็จะผ่านไป เหมือนที่คุณคนไม่มีรากเคยสอนไว้ไงครับ

ส่งมอบกำลังใจให้ คนดี ๆ ต้องประสบความสำเร็จโดยเร็วครับ

ผ่านมาพอดี กำลังมีความรู้สึกเหมือนน้องคนที่คุณ "คนไม่มีราก" ว่าไว้เลย...

สวัสดีค่ะพี่คนตัดไม้/คุณใบโพธิ์/คุณผ่านมา

เราทุกคนล้วนต้องรับผิดชอบต่อ "สิ่งที่เราคิดและตัดสินใจเลือก" คนไม่มีรากคิดว่าคำว่า "ดอกเตอร์" คงไม่สำคัญอะไรเท่ากับ "คุณค่า" จากผลงาน/สิ่งที่เรากระทำอย่างตั้งใจจริงและมุ่งมั่น...

คนเรียนมากหรือเรียนน้อย...ไม่ได้ "ดีหรือไม่ดี" แตกต่างกันเลย

ความคาดหวังจากคนอื่นเป็นสิ่งที่ห้ามและกำหนดไม่ได้ แต่ความคาดหวังของตัวเอง ควรต้องชัดเจนและมีขอบเขต ไม่เช่นนั้น เราจะเหนื่อยใจจนทนไม่ไหวได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับข้อคิดกำลังใจที่ฝากไว้ให้ค่ะ

(^___^)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี