หลายวันที่ผ่านมาได้คุยกับรุ่นน้อง...
ซึ่งเรียนปริญญาเอกเช่นเดียวกัน แต่เรียนคนละสถาบัน คุยกันหลายเรื่องราวและมาลงท้ายที่น้องเล่าการตัดสินใจบางอย่าง นั่นคือ กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อหรือเลิกเรียนดี ทั้งที่สอบป้องกันหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ผ่านแล้ว
ได้ยินแล้ว ให้รู้สึกอ่อนใจและหนักใจขึ้นมาทันทีทันใด...ความคิดมากมายประเดประดังขึ้นมาพร้อม ๆ กัน จำได้ว่าน้องไม่อยากเรียนป.เอก ตั้งแต่ต้น แต่ก็ยอมเรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียน ทั้งยังออกเงินค่าลงทะเบียนที่ค่อนข้างสูงให้ด้วย
ธรรมชาติของน้องคนนี้เป็นเด็กที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีความรับผิดชอบงานดี ขยันขันแข็ง มีความคิดความอ่าน เป็นลูกคนโตของครอบครัวข้าราชการทั้งคุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่การงานและการศึกษาดี

อะไรหนอ... ทำให้น้องตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพราะหากเปรียบเทียบไปแล้ว นี่เป็นการเดินทางที่เกินครึ่งทางแล้ว อีกอึดใจเดียวก็จะถึงจุดหมายปลายทางของการเรียนแล้ว อดใจไม่ได้จึงถามถึงเหตุผลและความรู้สึกที่น้องตัดสินใจเช่นนี้
น้องบอกว่า เรียนอย่างไม่มีความสุข จะว่าไปสิ่งที่เรียนก็รู้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรใหม่มากนัก น้องไม่รู้สึกศรัทธาในคำว่า “ดอกเตอร์” ไม่อยากแบกความคาดหวังของใคร ๆ ต่อคำว่า “ดอกเตอร์” หากให้เรียนต่อทำดุษฎีนิพนธ์ต่อก็ทำได้ แต่ทำไปก็รู้สึกแย่กับตัวเองที่ต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่ศรัทธา จึงไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป
คนไม่มีรากรับฟังด้วยใจที่หนักอึ้ง ไม่เห็นด้วยหลายอย่างที่น้องบอก แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะ “มองต่างมุม” ด้วยน้องกำลังสับสน ทุกข์ท้อ และอัดอั้นกับการต้อง “ตัดสินใจ”
แน่ล่ะ... ถึงอย่างไรน้องก็คงรู้ว่าตัวเองจะต้องเผชิญกับคำถามและความรู้สึกต่อตัวเองอย่างไร ที่ตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน สุ่มเสี่ยงกับการจะถูกมองว่าเป็นคนที่ “ไม่รับผิดชอบและไม่สู้” กับความยากลำบากในการบากบั่นให้ไปถึงจุดหมายแห่งการศึกษา
เกิดคำถามขึ้นในใจ... อะไรที่ขาดหายไปสำหรับน้องนะ...ลองถามน้องดู และสิ่งที่น้องตอบก็ไม่ผิดไปจากที่คาดคิดไว้นัก
น้องตอบว่า... น้องไม่ศรัทธาในระบบการศึกษาที่น้องได้ไปสัมผัส เลยถามตัวเองว่า ถ้าเช่นนั้นจะเรียนต่อทำดุษฎีนิพนธ์ต่อไปเพื่ออะไร แล้วน้องยังบอกว่า... ไม่อยากแบกรับ “ความคาดหวัง” ของใคร ๆ ต่อคำถามที่ว่า ....
แค่นี้เองเหรอ ... คนจบดอกเตอร์?
ฟังคำตอบแล้วคิดต่ออีก (แล้วดอกเตอร์นี่ต้องแค่ไหนกันล่ะ) ก็เลยบอกน้องว่า ... ถึงน้องตัดสินใจอย่างไร พี่ก็เคารพความคิดเห็นของน้อง แม้บางอย่างไม่เห็นด้วย สำหรับพี่มองว่าน้องโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้คิดและมีความรับผิดชอบชั่วดีอยู่แล้ว แต่ขอให้ลองตอบคำถามสักคำถามหนึ่งกับตัวเองก่อนว่า...
...น้องแบกรับเอาความคาดหวังของคนอื่นต่อความเป็น “ดอกเตอร์” ของน้องมากเกินไปหรือเปล่า และหากไม่มีความคาดหวังของคนอื่นแล้ว.... อะไรกันคือความคาดหวังของตัวน้องเอง?
ยิ้ม ๆ แล้วบอกตัวเองว่า...
ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...
ถ้าเช่นนี้เราควรให้ความคาดหวังของคนอื่นมากำหนด
ชีวิตเราล่ะหรือ ?
(^___^)
เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อคิดคำคมดีๆที่ถูกใจ และ "โดน" ครับ ตรงนี
ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...
อย่างที่ฝรั่งเขาว่า Self-esteem
ขอบคุณบันทึกข้อคิดดีๆครับ
เมื่อกี้ไปบันทึกรอ มีบรรทัดสองบันทัดก็จบแล้ว
บันทึกนี้ยาว พี่คนไม่มีราก บางทีก็เขียนบันทึกบรรทัดเดียวเอาอยู่
บางทีก็เขียนบันทึกยาวมาก ๆ
พี่ใหญ่มีความเห็นว่า คนเราจะก้าวถึงจุดสูงสุดในชีวิต อย่างน้อยต้องมี องค์ประกอบด้วย สามประการ คือ ..
*ศรัทธา มีความพอใจที่จะก้าวต่อไป (ฉันทะ)
*โอกาส รีบคว้าไว้ เพราะอาจหลุดลอยไปไม่หวนกลับมาอีก
*ปัจจัย มีความพร้อมทุกด้านที่เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จ
แล้วพี่คนไม่มีราก จบด๊อกเตอร์หรือเปล่าค่ะ
ขอบคุณท่านsmall man ค่ะ
หาก Self-esteem ต่ำแล้ว ยากที่เราจะนับถือตนเองได้ เพราะภาพลักษณ์ต่อตัวเองไม่ดีเสียแล้ว....หนักใจค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะน้องไผ่ไม่มีกอ
บางบันทึกยาว บางบันทึกสั้น ก็ขึ้นกับเรื่องที่จะสื่อน่ะค่ะ หากในบล็อก "เส้นทางระหว่างบรรทัด" จะสั้น ๆ เพราะเป็นแค่ที่คิดได้ เลยบันทึกไว้ก่อนค่ะ ส่วนบล็อกอื่น ๆ ก็จะยาวบ้างสั้นบ้างแล้วแต่เรื่องไป
พี่ยังไม่จบป.เอก ค่ะ กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่จ้ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับข้อคิดอันเปี่ยมคุณค่าของพี่...
คนเราจะก้าวถึงจุดสูงสุดในชีวิต อย่างน้อยต้องมี องค์ประกอบด้วย สามประการ คือ ..
*ศรัทธา มีความพอใจที่จะก้าวต่อไป (ฉันทะ)
*โอกาส รีบคว้าไว้ เพราะอาจหลุดลอยไปไม่หวนกลับมาอีก
*ปัจจัย มีความพร้อมทุกด้านที่เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จ
น้อมนำและรับไว้ใส่ใจค่ะ
(^___^)
More than Word , ดีกว่าค่ะพี่หญิงปิง & Great Expectation ! ทุกคราครั้ง
เห็นด้วยกับท่านรองฯ๑ ค่ะ ความนับถือตนเอง ของแต่ละปัจเจก ย่อมทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และนำไปสู่ การรังสรรค์สิ่งดีๆ ขยายผล ไปยังหน่วยอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น ... ลดปัญหา ต่างๆ ในสังคมได้ค่ะ
ได้มุมคิดดีๆ จากพี่ใหญ่อีก ... ศรัทธา โอกาส ปัจจัย ... ขอบคุณมากมายจากก้นบึ้งของหัวใจ ฮิ้ว;)
+ สวัสดีค่ะ...
+ "ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่..."
+ โดนค่ะ...โดนใจ...ดังโชะเลยค่ะ...หลายครั้งเช่นกันที่เคยเป็นแบบน้องคนนี้...แต่ก้าวผ่านมาได้ด้วยเพราะ ความคาดหวังของใครคงไม่สำคัญเท่าความคาดหวังที่เรามีต่อตัวเองเป็นแน่...นี่แหละค่ะชัดเจนที่สุด...อิ อิ...
สวสัดีค่ะ
มาแสดงความยินดีด้วยคนค่ะ
การแบกรับความคาดหวังของคนอื่นบางครั้งก็เป็นทุกข์นะค่ะ
มันต้องขึ้นอยู่กับตัวของตัวเองมากกว่าว่าพร้อมแล้วยัง
และเห็นด้วยกับหลายท่านนะค่ะ
คุณpooคะ
สิ่งหนึ่งที่เราต้องฝ่าด่านอรหันต์ไปให้ได้คือ ความคาดหวังต่อตนเอง ...
มนุษย์เรานั้นหาก ไม่มีความภาคภูมิใจในตัวเองบ้างเลย จะใช้ชีวิตได้ยากลำบากมาก ๆ เราจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมามุ่งมั่นเดินหน้าตาต่อไปในยามที่ท้อแท้...ซึ่งต้องเจอกันทุกคนไม่มีเว้น...
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณแอมแปร์~natadee
ดีใจที่ได้เห็นและได้ทักทายกันอีกครั้งค่ะ
เพื่อน ๆ ชอบปลอบใจกันว่า... เอาน่า แล้วมันก็จะผ่านไป...จนได้แหละ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก
สวัสดีค่ะ ขอให้เรียนจบ เอก ดังหมายน่ะค่ะดอกเตอร์..
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านไปคิดตามไป
บางครั้งอะไรๆก็ชวนให้สับสน
คงเพราะไม่มีเป้าหมายหรือเปล่าคะ เธอจึงขาดแรงกระตุ้นที่จะทำต่อไปน่ะค่ะ
เอาใจช่วยค่ะ
มาส่งแรงใจให้ รุ่นน้องท่านนี้ทำความคาดหวัง ได้สำเร็จไปพร้อมๆ กับความศรัทธา ที่ตัวเองต้องการนะคะ
ทุกปัญหามีทางแก้เสมอ เชื่อเถอะครับ สักวันคุณต้องยิ้มได้
เธอคงมีเหตผลส่วนตัว และทุกคนต้องเคารพและยอมรับความเป็นเฉพาะตัวเธอ แม้ว่าคนอื่นๆจะคิดอะไรก้แล้วแต่ เธอคงไม่ได้ด่วนตัดสินใจ คงใช้เวลานานมากพอที่ตัดสินใจเช่นนั้น และหากเธอมีความสุขดีที่ตัดสินใจเช่นนั้น ก็ควรยินดีนะครับ แน่นอนการมี ดร. นำหน้านั้นอาจจะทำให้หลายคนต้องการและแสวงหา แต่ก็มีอีกหลายคนไม่ได้คิดเช่นนั้น
การดำรงชีวิต ไม่ได้อยู่ที่ ดร. นำหน้านาม
การเป็นคนดีคนเลว ก้ไม่ได้อยู่ที่ ดร.นำหน้านาม
การเป็นคนเก่งคนฉลาดก็ไม่จำเป็นต้องมี ดร.นำหน้านามอีกเช่นกัน
และการเป็นที่ยอมรับของสังคมทุกระดับก็ไม่จำเป็นต้องมี ดร.นำหน้านาม
หากเธอตัดสินใจแล้ว เคารพการตัดสินใจเธอนะครับ
น้องสาวสบายดีนะครับ