เมื่อความคิดของคนไทยเปลี่ยนไปเช่นนี้ ท่านคิดว่าปัญหาการกระทำความผิดทางวินัยของข้าราการ นักการเมืองมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือไม่...

 

เมื่อวันที่ 26-28 เมษายน 2553  ได้มีโอกาสไปปฐมนิเทศเครือข่ายคณะกรรมการสอบสอนทางวินัยของพนักงานส่วนท้องถิ่น  ที่โรงแรมริเวอร์ไชด์  กทม. เพราะทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตระหนักดีว่าการที่กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปฏิบัติงานเอง  ท่ามกลางความไม่รู้  หรือรู้ แต่มีอำนาจล้นเหลือ  ทำให้ระบบคุณธรรมด้อยลง  จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม     มีบางคนเปรียบเทียบนายก ฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งว่าเหมือน "คนป่าได้ปืน" หมายถึง ได้อำนาจมาแล้วใช้ไม่เป็น 

หน้าตาเครือข่ายวินัย ภูเก็ต

แต่อย่างไรก็ตามคนที่ต้องดูแลเรื่องระเบียบกฎหมายก็ต้องเป็นข้าราชการประจำอยู่ดี  ทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูกนั้นมันยากพอสมควร  ดังนั้นตรงนี้คือสิ่งที่ข้าราชการพึงระวัง

รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องบางเรื่องมันทำไม่ได้  ผิดระเบียบกฎหมาย  แต่ข้าราชการก็ต้องหาช่องทางหายใจกันอุตลุต  เพราะถ้าหาช่องทางไม่ได้ข้าราชการผู้นั้นก็อยู่ไม่ได้  นี่คือสภาพของข้าราชการท้องถิ่นเกือบทั่วประเทศ  แต่ผู้เขียนหวังว่าในภูเก็ตเราไม่มี  เพราะผู้บริหาร อปท. ทั้ง 19 แห่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงความรู้  เป็นนักกฎหมายกันส่วนใหญ่  ย่อมไม่กระทำการใด ๆ ที่ทำให้ลูกน้องต้องเดือดร้อนติดคุกติดตารางในบั่นปลายของอายุราชการ

แต่ทั้งนี้ใช่ว่าข้าราชการจะดีจนไม่มีที่ติ  เป็นที่รู้กันว่าระบบราชการไม่ว่าหญ้าหย่อมไหนที่ไม่มีข้าราชการประเภทน่ารังเกียจของสังคม  จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร  และวัฒนธรรมของประเทศที่แบบสำรวจของโพลไหนไม่ทราบ (จำไม่ได้)  บอกว่าประชาชนรับได้ในการทุจริตคอรัปชั่นของผู้นำประเทศ  เพียงคืนกำไรให้ประชาชนด้วย

เมื่อความคิดของคนไทยเปลี่ยนไปเช่นนี้  ท่านคิดว่าปัญหาการกระทำความผิดทางวินัยของข้าราชการ  นักการเมืองมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือไม่...คงไม่ต้องตอบก็พอจะทราบคำตอบ  จริงไหมท่าน !!!!

 

 คนที่สูงที่สุด(สุดหล่อ) นั่น อ.ประวิทย์ 

ผอ.ส่วนมาตรฐานวินัย อุทรณ์และร้องทุกข์

สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่นท้องถิ่น

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น