ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของ กฟผ. รุ่นที่ 6 ระยะที่ 3 ระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน 2553 ณ ศูนย์ฝึกอบรมกฟผ.(บางปะกง)
ดูกิจกรรมที่ผ่านมาได้ที่
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/339639
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/348553
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้
ขอเชิญร่วมสัมมนา โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/352750
สวัสดีครับลูกศิษย์ EADP รุ่น 6 ที่รักทุกท่าน
แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่น่าเป็นห่วงเกิดขึ้นมากมาย ก็ต้องขอขอบคุณที่ กฟผ. ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมการเรียนรู้ของพวกเรา
ในวันจันทร์นี้ก็จะเป็นการเรียนรู้ช่วงสุดท้ายของพวกเรา(อย่างเป็นทางการ) แต่ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะมีวัฒนธรรมที่จะแสวงหาความรู้กันอย่างไม่เป็นทางการกันในโอกาสต่อ ๆ ไป
สำหรับ Learning Forum ใน session ของผมเรื่อง HR for Non-HR ซึ่งคราวที่แล้วก็ได้พูดคุยกันไปบ้างแล้ว ซึ่งเราได้เน้นในเรื่องของการสร้างผู้นำของ กฟผ. ซึ่งผมก็ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาผู้นำและคุณสมบัติของผู้นำที่ดีของ กฟผ. จากความเห็นของทุกท่านไว้แล้วใน Blog ของพวกเรา
HR for Non-HR สำหรับครั้งนี้ ผมก็คลพูดถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ และมุมมองเรื่อง HR ในแง่มุมอื่น ๆ ที่สำคัญต่อการทำงานของเรา
และผมขอให้ทุกท่านทำตัวเสมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ของ กฟผ. และมีส่วนร่วมในการผลักดันให้การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรของเราประสบความสำเร็จ ได้ผล และวัดผลได้ต่อไป
แล้วพบกันวันจันทร์นี้ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
Managing Oneself
คนที่จะประสบความสำเร็จในยุคของความรู้จะต้องรู้ว่าความเข้มแข็ง หรือความถนัดของตัวเองอยู่ที่ใด ค่านิยมของเราเป็นอย่างไร และเราจะทำได้งานให้ดีได้อย่างไร
บทความโดย Peter F. Drucker ปรมาจารย์ทางด้านการบริหารท่านนี้เป็นแนวคิดที่ดิฉันคิดว่าเป็นความจริง และมีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้แม้เขียนมาถึง 10 ปีแล้ว และแม้วันนี้ Peter F. Drucker ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่เราต้องยอมรับว่าท่านได้เข้าใจความเป็นมนุษย์ และเข้าใจในเรื่องของธุรกิจเป็นอย่างดี การที่เราจะเข้าใจความเข้มแข็งหรือความถนัดของเรานั้น เราต้องมีการวิเคราะห์ปฏิกิริยาตอบกลับ (Feedback Analysis) ต้องรู้ว่าตัวเราถนัดอะไร จะปรับปรุงให้ความถนัดของเราดีขึ้นได้อย่างไร รวมทั้งต้องวิเคราะห์ตัวเราเองว่าเรามีความหลงตัวเองในเรื่องอะไร หลังจากนั้น เราจำเป็นต้องหาทางแก้ไขพฤติกรรม หรือนิสัยที่ไม่ดีของเรา
สิ่งที่ท่านได้สะท้อนให้เราทราบก็คือ เราสามารถที่จะพัฒนาสิ่งที่เราถนัดให้ไปสู่ความเป็นเลิศได้ง่ายกว่าการที่เราจะพยายามทำในสิ่งที่เราไม่ชอบไม่ถนัดเพื่อให้มีความเก่งยิ่งขึ้น ดังนั้น เราจำเป็นต้องรู้ตัวเราเองว่าเราทำงานอะไรได้ดี เราเป็นคนที่ชอบการอ่าน หรือเป็นคนชอบฟัง ในการเรียนรู้ของเรา เราชอบที่จะเรียนรู้ด้วยการอ่าน การเขียน หรือการฟัง เราเป็นคนชอบทำงานเป็นทีม หรือชอบทำงานคนเดียว ถ้าเราเข้าใจตัวเราเองในความถนัดของเราแล้ว เราจงพัฒนาความเก่งของเราต่อไป จงอย่าพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง
สิ่งที่ต้องเข้าใจตัวเองอีกเรื่องหนึ่งคือ ต้องรู้ว่าเรายึดอะไรเป็นค่านิยม คนบางคนไปอยู่ในสังคม หรือสิ่งแวดล้อมที่ขัดกับค่านิยมความเชื่อของตัวเอง ซึ่งจะทำให้อึดอัดและก็อาจทำให้ทนไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับค่านิยมความเชื่อของเรา เราจะมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้น เราจะสามารถอุทิศตนและสร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งสังคมที่เราอยู่ และสร้างความพอใจและความสุขให้แก่ตัวของเราเองด้วย อย่างไรก็ตาม บางครั้งสิ่งที่เราทำได้ดี เพราะเรามีความถนัด และเราอาจประสบความสำเร็จจากสิ่งที่ทำนั้น แต่มันก็อาจไม่ใช่อะไรที่ตรงกับค่านิยมความเชื่อของเรา
สำหรับในการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้น บางคนอาจทำงานด้วยตัวเองให้สำเร็จได้ แต่คนโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะทำงานให้สำเร็จโดยต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งในการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จนั้น เราต้องเข้าใจหลักการ 2 ประการ ประการแรกคือ คนเรามีความเป็นปัจเจกชนทุกคน เพราะฉะนั้น เราต้องเคารพในความแตกต่างของกันและกัน ประการที่สอง คือ ต้องมีความรับผิดชอบในการสื่อสารทำความเข้าใจระหว่างกัน ถ้ามีการพูดคุยสื่อสารกันจะลดข้อขัดแย้งจากสิ่งที่คนเราเห็นแตกต่างกัน สำหรับเคล็ดลับของความสำเร็จในการทำงานร่วมกับผู้คนก็คือ การเข้าใจในผู้คนที่เราต้องทำงานด้วย ซึ่งการที่เราเข้าใจทุกคนจะทำให้เรารู้ว่าพวกเขามีความถนัดอะไร และการเข้าใจพวกเขา จะสามารถทำให้เรา สามารถให้พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาถนัดได้
สิ่งที่ Peter F. Drucker ได้ทำให้เราเกิดข้อคิดอีกเรื่องคือเราจะบริหารช่วงหลังของชีวิตเราอย่างไร คนส่วนใหญ่มักไม่ได้คิดถึงชีวิตหลังเกษียณจากงานประจำ มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่คิดถึงชีวิตหลังเกษียณ หากเราคิดถึงช่วงหลังของชีวิตเราหลังการเกษียณ เราก็ต้องมีการวางแผนมีการเตรียมการสำหรับงานที่สอง ซึ่งไม่ใช่ว่าเมื่อเราคิดจะเปลี่ยนไปทำงานที่สองตามที่เราได้วางแผนไว้แล้ว เราจะสามารถทำได้ทันที เราต้องมีการเตรียมการและลองปฏิบัติดู โดยต้องมีช่วงของการทดลองปฏิบัติยาวนานพอสมควร
สำหรับข้อคิดทิ้งท้ายก็คือการที่เราจะบริหารตัวเราเองได้ดี เราก็ต้องทำตัวเราเองให้เป็นคนทำงานที่มีความรู้ ต้องรู้จักคิดและวิเคราะห์ในการทำงาน ซึ่งไม่ใช่เป็นคนทำงานประเภทปฏิบัติงานตามที่ได้รับคำสั่งเท่านั้น
โดยภาวนา อังคณานุวัฒน์
การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการประลองระหว่างกำลังกับปัญญา
คนเราอาจเห็นแตกต่างกันได้ และสามารถแสดงความเห็นในความแตกต่างของตนเองได้ แต่ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน สำหรับในกรณีการประท้วงระหว่างคนเสื้อแดงกับรัฐบาลนั้น ในช่วงแรกทุกคนคงยอมรับสิทธิในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อนานวันเข้า คนกรุงเทพฯเริ่มเห็นชัดเจนว่าการประท้วงนี้ไม่ได้เป็นไปโดยสันติตามที่ผู้ประท้วงได้ประกาศไว้ ดังนั้น คนกรุงเทพฯจึงเริ่มแสดงความเห็นไม่ให้มีการยุบสภา และวันนี้ คนจำนวนมากเริ่มแสดงความเป็นตัวตนของพวกเขา มีกลุ่ม Face book กลุ่มเสื้อหลากสี กลุ่มพันธมิตร และฯลฯ ดังนั้นดิฉันเชื่อว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปสังคมไทยที่ทุกภาคส่วนจะเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่กลุ่มมีเสียงดัง กลุ่มสองกลุ่มอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต
ภาวนา อังคณานุวัฒน์
ปัจจัยท้าทายต่อการพัฒนาแบบยั่งยืนของประเทศไทยปีหน้า
ดิฉันเห็นด้วยกันผู้อภิปรายทั้ง 4 ท่าน ปัจจัยที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า เรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมทั้งเรื่องของคน เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน ปัจจัยทั้งสี่ด้านนี้ เป็นเรื่องที่กระทบซึ่งกันและกัน ถ้าเศรษฐกิจดี การเมืองดี สังคมก็จะดี และคนก็จะมีความสุข อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องของคน ถ้าเราสร้างคนให้ดี มีความเก่ง คนดีคนเก่งนั้นก็จะเป็นนักการเมืองที่ดี จะทำให้ภาคการเมืองดี ทำให้สังคมดี และทำให้เศรษฐกิจดี
สิ่งที่เราต้องคิดต่อไป คือเราจะทำอย่างไรให้คนมีความรู้ รู้จักคิด มีระบบการคิดที่ดีมีการมองภาพรวม ถ้าคนไทยเป็นคนดีคนเก่ง ก็จะคิดถึงปากท้องของคนอื่นๆ รวมทั้งปากท้องของตัวเองด้วย จะคิดถึงการอยู่ร่วมกันแบบมีความสุข ให้เกียรติ เอื้อเฟื้อเอื้ออาทรต่อกัน
โจทย์นี้คงต้องช่วยร่วมกันแก้ โดยเริ่มจากตัวเราเองก่อนเป็นอันดับแรก
ภาวนา อังคณานุวัฒน์
ทฤษฎีตัว L,U,V และ W
การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย จะเป็นแบบใด หลายคนบอกว่าสภาพการเมืองแบบนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย บางคนกลัวว่าจะเป็นตัว L คือตกต่ำเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นคนไทยซึ่งดิฉันเคยได้ยินต่างชาติพูดว่ายังชอบเมืองไทย และยังอยากกลับมาทำการค้ากับคนไทย ดังนั้น ถ้าเราสามารถผ่านช่วงของวิกฤติการเมืองนี้ไปได้ เราอาจมีการฟื้นตัวเป็นรูปตัว V เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มว่าต่างชาติจะมีการย้ายฐานการลงทุนมาสู่เอเชีย หากเราสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งทางการเมืองนี้ไปได้ (ซึ่งคงต้องใช้เวลา ปรับฐานความเข้าใจในทุกฝ่าย) ประเทศสยามเมืองยิ้มก็ยังเป็นประเทศหนึ่งที่ไม่ด้อยกว่าประเทศอื่นในเอเชีย
ภาวนา อังคณานุวัฒน์
วิเคราะห์บทความในหนังสือ Stock Review ฉบับเดือนมีนาคม 2553
เรื่อง กรณีศึกษากับนวัตกรรมทางการศึกษา (อ.จีระ หงส์ลดารมภ์)
คำถาม
ให้อ่านบทความและวิเคราะห์ว่า จำนำมาใช้กับ กฟผ. อย่างไร
คำตอบ
จากการวิเคราะห์ เห็นว่า นวัตกรรมใหม่ของ กฟผ. จะเกิดขึ้นได้ ต้องสร้างให้พนักงานเป็นผู้ตื่นตัวในการศึกษาเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ต้องอ่านหนังสือ ศึกษาเรียนรู้ดูงานแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในระดับสากลเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ต้องสร้างให้พนักงานมีความกระตือรือร้นที่จะคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆหรือบริการใหม่ๆ และมีการสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีกำลังใจเมื่อมีการคิดหรือประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ รวมทั้งช่วยเผยแพร่และพัฒนาให้เกิดการต่อยอดไปเรื่อยๆ
สำหรับ กฟผ. ในปัจจุบัน ได้มีการสนับสนุนและส่งเสริมพนักงานให้เป็นผู้ใฝ่รู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้มารวบรวมไว้โดยมีการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ จัดเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้พนักงานที่สนใจเข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำไปพัฒนาต่อยอด รวมทั้งมีการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ โดยจะมีการออกประกาศชมเชยและจัดมอบรางวัลเป็นประจำทุกปี
วิเคราะห์บทความใน นสพ. บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 31 มีนาคม 2553
เรื่อง Thailand has a shortage of brain power , not water
คำถาม
ให้อ่านบทความและวิเคราะห์ว่า กฟผ. ได้อะไร 2 เรื่อง ในการเอาชนะอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้า
คำตอบ
จากการวิเคราะห์ เห็นว่า กฟผ. จะสามารถเอาชนะอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้าได้ 2 เรื่อง ดังนี้
1. ความสำคัญของเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
เนื่องจาก เขื่อนเปรียบเสมือน แหล่งน้ำ แหล่งชีวิต และแหล่งพลังงาน อยู่ที่เดียวกัน จึงเป็นการนำวิกฤตมาเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ให้ คนทั่วไปเห็นความสำคัญของเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งจะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อให้ประชานได้ใช้ประโยชน์แล้ว ยังสามารถช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้อีกทางหนึ่งด้วย
2. การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนขนาดเล็ก
การกักเก็บน้ำในแต่ละพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ หาก กฟผ. สามารถเป็นผู้นำในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนขนาดเล็ก (Mini Hydro) ในแต่ละพื้นที่ได้จะเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับประเทศ เนื่องจาก ปัจจุบัน กฟผ. มีอุปสรรคในการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพราะเกิดปัญหาการต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่ แต่หาก กฟผ. เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้นำในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่แล้ว โดย กฟผ. เป็นผู้สร้างและสอนให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลรับผิดชอบ รวมทั้ง กฟผ. จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแนะนำหากมีปัญหาในการดำเนินการ จะทำให้กระแสการต่อต้านลดลง ประชาชนจะใกล้ชิดและเข้าใจการดูแลรักษาโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมากขึ้น ทำให้ในอนาคตจะให้การสนับสนุน กฟผ. ในการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ต่อไป
นางชฎารัตน์ สวัสดิ์ธนบาล
สรุป Learning Forum หัวข้อ HR for Non-HR โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ในวันที่ 26 เมษายน 2553
สรุป Learning Forum หัวข้อ ทัศนคตินักบริหาร โดย อาจารย์สมาน พงศาเจริญนนท์ ในวันที่ 26 เมษายน 2553
1.มีทัศนคติที่เหมาะสม
2.ทำงานด้วยเป้าหมายองค์กรเป็นที่ตั้ง
3. มีไฟในการจูงใจ ควรเน้นสิ่งจูงใจทางจิตใจ เพราะทำได้เอง ถ้าใช้วัตถุล่อ ได้ผลในระยะสั้นแต่ไม่ใช่ระยะยาว
Workshop
คนที่ 1
คนที่ 2
คนที่ 3
คนที่ 4
คนที่ 5
คนที่ 6
การต่อสู้ครั้งนี้ บทเรียนสำคัญคือภาวะผู้นำของแต่ละฝ่าย
วิกฤติทางการเมืองในวันนี้ของประเทศไทย ได้สร้างความเครียดความอึดอัดให้แก่คนไทยในวงกว้าง บ้างก็บอกว่ารัฐบาลควรต้องรอ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ชุมนุม อีกหลายคนก็มองว่าต้องเร่งปราบปรามบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อการร้ายไม่ทราบฝ่ายออกมาทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก วันนี้ ภาวะผู้นำของท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก จะเลือกตัดสินใจในการก้าวเดินหมากนี้อย่างไร ด้วยบุคลิกและความมุ่งมั่นตั้งใจ กอปรกับความสุขุมสุภาพของท่านนายกฯจากเหตุการณ์เดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว สามารถทำให้ท่านได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่ในปีนี้ หากท่านสุภาพจนเกินไปจนไม่สามารถจะขยับตัวทำอะไร ก็อาจทำให้คนรำคาญในความเชื่องช้า และจะทำให้คะแนนความพอใจที่มีต่อตัวท่านถดถอยลง
การที่มีความสามารถในการสื่อสารทำความเข้าใจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าท่านทำให้คนฟังรู้สึกว่ามีแต่การพูด แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า หรือก้าวหน้า คนก็จะรู้สึกเบื่อที่จะรับฟัง เพราะคนจะรู้สึกว่าสิ่งที่สื่อออกไปไม่มีประสิทธิผล วันนี้ท่านนายกฯ คงต้องทำให้คนทั่วไปเห็นว่าท่านมีการตัดสินใจ เพราะไม่เช่นนั้นคนก็จะพูดว่าสิ่งที่แย่ของผู้นำก็คือการไม่ตัดสินใจ โดยเฉพาะคนทั่วไปมักจะพูดกันว่า A wrong decision is much better than no decision.
ภาวนา อังคณานุวัฒน์
The new office social contract: Loyalty is out, performance is in.
บทความนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความคิดที่แตกต่างกันของคนในการเข้าทำงานในบริษัทต่างๆ พนักงานคนหนึ่งอาจทำงานในบริษัทด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดีแก่บริษัทเพื่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิต เขารู้สึกว่ามีความสุขที่ได้ทำงานที่บริษัทเพราะบริษัทมีกิจกรรมต่างๆ เสริมให้แก่พนักงาน มีการฝึกอบรม โดยต้องทำงานหนัก แต่มีความสนุกสนาน และได้รับความก้าวหน้า ในขณะที่ อีกคนอาจเข้าทำงานในบางบริษัท เพราะชอบใจในวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท และรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสได้ทุ่มเทในการทำงาน
ความแตกต่างทางความคิดของคนที่ได้ยกตัวอย่างข้างต้นได้สะท้อนให้เห็นถึงความคิดของลูกจ้างในอดีต และลูกจ้างสมัยใหม่ ลูกจ้างในอดีตจะเน้นความจงรักภักดีต่อบริษัท แต่วันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลง บริษัทสมัยใหม่จะพูดถึงประสิทธิภาพ ผลิตภาพ และความผูกพันในการทำงาน วันนี้การจ่ายผลตอบแทนจะเป็นไปตามผลของงาน สำหรับความผูกพันของลูกจ้างสมัยใหม่ กับบริษัทในยุคใหม่จะขึ้นอยู่กับการจ่ายผลประโยชน์และการทำงานให้คุ้มกับผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกจ้างสมัยใหม่ยังมีความต้องการที่จะรู้ว่าตัวเองมีความสำคัญต่อบริษัทเพียงใด ผลงานของเขามีผลต่อบริษัทอย่างไร และในวันนี้มีแนวโน้มที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น คนรุ่นใหม่อาจมีความรู้สึกว่าการได้ทำงานในสังคมที่ให้อิสระแก่พวกเขา และทำงานกับผู้คนที่มีทักษะคล้ายคลึงกัน และสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มคนที่อยู่ในสังคมเดียวกัน เป็นสิ่งที่พวกเขาพอใจ
สิ่งนี้คือการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตและความเชื่อค่านิยมของผู้คนในแต่ละยุค ดิฉันเชื่อว่าข้างหน้าความต้องการของมนุษย์ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงต่อไป และกระแสอื่นๆ ก็อาจมาแทนที่ ซึ่งก็อาจทำให้ Performance is out, และปัจจัยใหม่ is in ก็ได้
โดย ภาวนา อังคณานุวัฒน์
เรื่อง การต่อสู้ครั้งนี้ บทเรียนสำคัญคือภาวะผู้นำของแต่ละฝ่าย
ถ้าเทียบความเป็นผู้นำระหว่างนายกอภิสิทธิ์ กับประธานาธิบดีบารัค โอบามาแล้ว ในเรื่องศรัทธาและความเชื่อมั่น หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีแรงหนุนจากประชาชนมากมายเริ่มจากจุดที่สูงกว่านายกอภิสิทธิ์มากมาย แม้มีบางช่วงลดลงก็ยังสูงอยู่การตัดสินใจจึงมีความมั่นใจสูง แต่นายกอภิสิทธ์เริ่มต้นจากศรัทธาและความเชื่อมั่นปากลาง มีกองหนุนมากมายทำให้ความเฉียบขาดในการเป็นผู้นำลดลงบางครั้งต้องรอความเห็นของผู้ร่วมทีมก่อนเพราะถ้าตัดสินใจไปก่อนอาจหน้าแตกได้ ในการบริหารของ กฟผ. ก็เช่นกันถ้าสามารถประสานงานกับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาจนเป็นแนวทางเดียวกันได้การตัดสินใจในการนำหน่วยงานก็จะสามารถนำความสำเร็จมาสู่องค์กรได้สูง
The new office social contract : Loyalty is out, performance is in.
สังคมปัจจุบันของไทยก็ไม่ต่างไปเท่าไรความจงรักภักดี ความเสียสละให้กับบรัษัท หรือแม้กระทั่งประเทศค่อยๆ หายไปแต่ละคนคิดมองแต่ตนเองว่าทำแต่ละเรื่องแล้วจะได้ผลดำเนินการดีขึ้นอย่างไร ตนเองจะได้รับผลอย่างไร การมองผลผลิตของตนอย่างเดียวเป็นการสร้างความแตกแยกในองค์กร ตัวใครตัวมัน สุดท้ายผลผลิตในภาพรวมอาจเสียไป ควรมีการผสมผสานความจงรักภักดีกับองค์กร ความเสียสละ เข้าไปด้วยในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะบางครั้งสร้างความจงรักภักดีมากจนผลักดันให้พนักงานไปอยู่ในมุมสบายมากจนเกินไปการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรจะทำลำบาก
Workshop
1. แต่ละกลุ่มคิดและเลือกยุทธวิธี 2 เรื่องในการทำให้ Non-HR สร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรกฟผ.อย่างเป็นรูปธรรม
2. เน้น How, Why, Execution แต่ละนโยบายจะไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร โดยใช้แนวคิด H-W-E
กลุ่ม 1
ยุทธวิธี
How
Why
Execution
จริยธรรม
แยกเป็น 3 ส่วนคือ
กฎหมาย ความเชื่อศาสนาและในเชิงบริหาร
เราเน้นกฎหมายเป็นตัวหลักโดยใช้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ต้องแยกเรื่องจรรยาบรรณตรงนี้ เอาจริยธรรมเชิงกฎหมายชงให้ฝ่ายบริหาร ใช้วิธีไปเรียนโดยตรง พูดยากมาก จะพูดตรงๆไม่ได้ และแยกเป็นประมวลจริยธรรมอีกต่างหาก
ถ้าไม่ทำ ก็ผิดกฎหมาย และได้คะแนนประเมินองค์กรน้อยและโบนัสน้อย
ไปเรียนผู้บริหาร ค่อยๆ lobby ผู้เกี่ยวข้องในทีมไปด้วยกันหรือผู้ที่ศึกษาลึกๆ ไปช่วยกันต่อ
นำไปโยงกับกลไกการพัฒนาองค์กรซึ่งกฟผ.กำลังถูกบังคับ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส คือมันมีข้อกำหนดของซีป้าอยู่ ไปเรียนฝ่ายบริหารว่า ถ้าทำข้อนี้ จะได้แบบนี้
ความจงรักภักดี
กำลังหาอะไรมาชดเชยให้เด็กรุ่นใหม่ จะได้ทำงานอย่างมีความสุข
เด็กรุ่นใหม่มีความจงรักภักดีต่อองค์กรไม่มาก เขามองว่าผลตอบแทนสู้เอกชนไม่ได้
เน้นให้เขาแสดงออกอย่างชัดเจน รับฟังเหตุผล มี career path ที่ชัดเจน ให้รางวัลในบางโอกาส ดูเรื่องสวัสดิการให้เหมาะสม
ดร.จีระ
กลุ่ม 2
ยุทธวิธี
How
Why
Execution
การสื่อสาร
เรามีการประชุมฝ่ายมากมายแต่มีการถ่ายทอดสู่ระดับล่างน้อย
สื่อสารทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการลงสู่ระดับล่าง
ถ้าสื่อสารน้อย คนก็ไม่ได้รับทราบแนวทางขององค์กร เป็นปัญหาในการปฏิบัติ ทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำงาน
จัด coffee meeting ในระดับกองลงมา จัดประชุมสัญจรให้พบทั้งหมด ในการประชุมต้องมีสาระและบันเทิง มีการส่งอีเมลเวียนเอกสารไป ควรมีอีเมลการ์ดอวยพรวันเกิดให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หัวหน้าควรไปเยี่ยมเขาบ้างที่โต๊ะเพื่อเป็นการให้เกียรติเขา
การมีส่วนร่วม
ทำงานต้องเน้น cross-functional มากขึ้น
ต่างคนต่างทำงานเป็นแบบไซโลชัดเจน
แต่ละคนมี informal network แต่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ในการทำงาน
แก้ปัญหาการทำงานแบบ Top-down และ Command and Control
คนที่จะทำ ทำได้ตั้งแต่ระดับกอง หัวหน้าแผนก ทำได้ทุกวัน สร้างบรรยากาศ Quality of Work-lifeควรมีโครงการพี่สอนน้อง และโครงการพี่ฟังน้อง น้องมาบอกว่าต้องการรู้อะไร
ดร.จีระ
กลุ่ม 3
ยุทธวิธี
How
Why
Execution
Change Management
การสับเปลี่ยนหมุนเวียนงาน
(Job Rotation)
ทำไมการสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานไม่สำเร็จเพราะถ้ามองว่า คนที่จะเปลี่ยนกันรู้ไม่เท่ากัน ต่างคนต่างรู้ในเรื่องของตนเอง ผู้บริหารก็จะไม่กล้าสับเปลี่ยนงานก็จะไม่ได้รับโอกาสการเรียนรู้
ต้องให้โอกาสคนเรียนรู้ ต้องมองว่า คนที่ไม่รู้เรื่องก็เรียนรู้ได้
KM, LO
เด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานมักมากับเทคโนโลยีใหม่มักคิดนอกกรอบ
ต้องจัดการแยกประเภทเด็กรุ่นใหม่คือ พวกทำตามคำสั่ง ส่วนอีกพวกคือ คิดนอกกรอบใช้เทคโนโนโลยีแบบใหม่ทำ
เด็กรุ่นใหม่ก็มีความรู้ (Knowledge) เป็นความสามารถพิเศษ
ต้องสร้างหน่วยงานรองรับ เช่น R&D หรือศูนย์เชี่ยวชาญแต่เรารับทุกประเภท เช่นกฎหมาย บริหาร เศรษฐศาสตร์ที่มีแนวคิดนอกกรอบ
ดร.จีระ
กลุ่ม 4
ยุทธวิธี
How
Why
Execution
การมีพลังร่วมเพื่อให้องค์กรทำงานสำเร็จ
ให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
เมื่อมองในภาพย่อยของหน่วยงานหน่วยงานมีผู้อาวุโสมากและเขามีความเชื่อมั่นในตนเองสูงมาก
เบื้องบนต้องลงไปหาผู้ปฏิบัติการ ซึ่งพวกนี้มีความรู้ของตนแต่ไม่ค่อยได้ใช้ความรู้มาขยายผลต่อไป เบื้องบนทำอย่างนี้ให้เกิดการยอมรับ มีการสร้างบรรยากาศให้ดี น่านั่ง แล้วเบื้องบนลงไปนั่งกับเขา มีบอร์ดติดประกาศในบริเวณที่คนชอบเดินผ่าน
พัฒนาบุคลากรให้มีแนวคิดไปในแนวทางเดียวกัน
ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม
ร่วมกันคิด (กำหนดวิสัยทัศน์จากล่างขึ้นบน คิดว่าอีก 3 ปีองค์กรจะไปทางใด)
ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันรับประโยชน์ ร่วมกันติดตามตรวจสอบ
ความสำคัญของการเสวนา จัดเป็น Citizen Dialogue แลกเปลี่ยนความคิดกัน มีการเยี่ยมเยียน ที่สำคัญที่สุดคือผู้บริหารกับพนักงานต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างพี่น้อง เพื่อนร่วมงานและความคิดทุกอย่างจะเกิดขึ้นมาในการพัฒนาตนเองของคนในองค์กร
ดร.จีระ
กลุ่ม 5
ยุทธวิธี
How
Why
Execution
สร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ดี (Quality of Work life)
ให้ทุกคนมีส่วนร่วม (Participation)
ถ้าคนไม่มีส่วนร่วม ก็จะไม่มีความสุขในกระบวนการทำงาน ก็จะทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ
มีการตั้งคณะกรรมการ มีการส่งแบบสอบถามไปให้ทุกคนถามความต้องการต่างๆ โดยคณะกรรมการจะพิจารณาแก้ไขปัญหาและกระตุ้นการมีส่วนร่วมจากทุกระดับ
Communication
จะทำเรื่องการสื่อสารในหน่วยงานที่กำกับอยู่
องค์กรใหญ่มีความซับซ้อนมากขึ้นการสื่อสารก็ไม่ทั่วถึง
ทำในทุกระดับ สื่อสารสองทาง top-down, bottom-up และแนวระนาบ ใช้การประชุม facebook
ดร.จีระ
กลุ่ม 6
ยุทธวิธี
How
Why
Execution
กฟผ.มีแผนแม่บท ไปสู่ความสำเร็จได้มากแค่ไหน
ควรสร้างและสื่อสารทิศทางขององค์กรอย่างชัดเจน
ปัญหาคนยังไม่ปรับตัว
มีการสื่อสารสองทาง
นำ stakeholder มาร่วมคิด
มีการปรับกรอบแนวคิดใหม่ มองไปที่วิสัยทัศน์ก่อน
เร่งสร้างผู้สืบทอดมาทดแทน
มี successor plan
มี job rotation
มีจำนวนพนักงาน fast track ในสัดส่วนเท่าไร
ดร.จีระ
1. เรื่องเศรษฐกิจกับปัญหาพลังงาน
ณ ปัจจุบันการผลิตและหาแหล่งพลังงานของ กฟผ. ก็เป็นปัญหาใหญ่ แต่ปัญหาใหญ่ และเป็นเรื่องที่ กฟผ. มีความเชี่ยวชาญคือการลำเลียงหรือขนส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังแหล่งพลังงานก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง แต่ในปัญหาใหญ่ที่ กฟผ. จะต้องดูแลและบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้านั้น กฟผ. ก็พยายามจะใช้สายส่งไฟฟ้าเป็นแหล่งหารายได้เพิ่มขึ้น เช่น โครงข่ายสื่อสาร หรือการให้เช่าติดตั้งอุปกรณ์แทนสัญญาณโทรศัพท์
2. วิเคราะห์เรื่องเศรษฐกิจกับปัญหาพลังงาน เรื่องที่เป็นจุดอ่อนและควรมีการ Study หรือ Research หรือร่วมมือกับพันธมิตรอื่น
2.1 ในเรื่องนี้ก็ต้องมองปัญหาเรื่องสายส่งอีกเช่นกัน ณ ปัจจุบันนี้มีการใช้พลังงานในพื้นที่เขต
เมืองเพิ่มมากขึ้นซึ่งก็แน่นอนว่าการลำเลียงพลังงานเข้ามาส่งในเขตเมืองก็ต้องเพิ่มขึ้นคือ
การต้องขยายระบบส่ง ซึ่งก็มีปัญหาไม่สามารถหาพื้นที่เดิมซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่
อื่นตามมาอีก แนวคิดนี้ กฟผ. ควรต้องใช้วิธีการเดินสายส่งใหม่โดยนำสายส่งลงใต้ดินโดย
ใช้พื้นที่แนวสายส่งเดิมซึ่งก็มีหลายวิธีการที่สามารถดำเนินการได้
2.2 การนำสายส่งลงใต้ดินเป็นวิธีหนึ่งแต่จะต้องเวณคืนที่ดินที่เป็นแนวสายส่งในเขตเมืองทั้ง
หมด ซึ่งมีความเป็นไปได้เพราะแนวสายส่งไม่มีผู้อยู่อาศัย และเจ้าของที่ดินไม่สามารถใช้
ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ณ ปัจจุบันนี้มี Technology ที่สามารถนำสายส่งลง
ใต้ดินได้แต่มีปัญหาเรื่องความคุ้มทุนและเงินลงทุนโดยเปรียบเทียบราคาสายส่งที่สามารถ
ลงดินได้ดังนี้
# สายส่งที่ใช้ Gas Insulate มี 2 ระบบ
- GIL (Gas Insulate Line) ราคาประมาณ 900 ล้านบาท/กม.
- GIB (Gas Insulate Bus) ราคาประมาณ 1,200 ล้านบาท/กม.
# สายส่งชนิด Cable ใต้ดิน ราคาประมาณ 500 ล้านบาท/กม.
# สายส่งบนดิน (Overhead Line) ราคาประมาณ 20 ล้านบาท/กม.
(การเดินสายส่งบนดินจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการรอนสิทธิการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้น)
แนวคิดนี้ กฟผ. ควรมีการส่งเสริมงานวิจัยสายส่งที่ กฟผ. มีศักยภาพที่เป็นไปได้ เช่น สายส่งชนิด GIL และ GIB สายส่งดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่ กฟผ. สามารถจะทำงานวิจัยโดยใช้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในประเทศร่วมทำงานวิจัย ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในภาคการศึกษา และ กฟผ. นำงานวิจัยย่อยมารวบรวมผลิตสายส่งในนาม Technology กฟผ. ซึ่งจะทำให้ลดราคาค่าสายส่งดังกล่าวลงเหลือเพียง 1 ใน 3
2.3 สามารถลดราคาการก่อสร้างสายส่งได้โดยหาพันธมิตรคือ เมื่อการก่อสร้างใต้ดิน ควรสร้าง
เป็นอุโมงค์เฉพาะแยกระหว่างสาธารณูปโภคซึ่งจะมีไฟฟ้า , ประปา , แก๊ส , โทรศัพท์ ฯลฯ
โดยมีองค์กรใหม่บริหารอุโมงค์และอุโมงค์เฉพาะรถไฟฟ้ามีองค์กรบริหารใหม่เช่นกัน
เมื่อนำสายส่งลงใต้ดินแล้วพื้นที่บนดินซึ่งว่างเปล่าเป็นแนวยาว ช่วงที่เป็นทางเชื่อมระหว่างถนนนำไปก่อสร้างเป็นพื้นที่ถนน ที่ว่างที่ไม่จำเป็นสร้างเป็นถนนเชื่อมใช้พื้นที่ด้านติดถนนสร้างอาคารจอดรถ และส่วนที่เหลือสร้างเป็นพื้นที่สีเขียวเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กทม. มอบให้ กทม. นำไปดำเนินการ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้นำมาแชร์ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสายส่งเพราะไม่ต้องเสียค่าลงทุนที่ดิน
3. คะแนนโต๊ะของกลุ่ม 4 = 5 คะแนน
4. เรื่องเศรษฐกิจกับพลังงาน การที่จะช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคในการจัดหาพลังงานในอนาคต เช่น ถ่านหินหรือนิวเคลียร์นั้น
1. ต้องให้ความรู้ ความเข้าใจทั้งสองเรื่องกับประชาชนให้ทั่วถึง
2. สร้างการยอมรับในหลักการที่ไม่สามารถหาพลังานอื่นมาทดแทนได้
3. ส่งเสริมการนำพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมาใช้ให้มากที่สุดก่อนการนำเรื่อง
พลังงานนิวเคลียร์และถ่านหินมาใช้
ผู้นำประเทศที่สามารถสื่อสารให้กับประชาชนเกิดความศรัทธาและสนใจได้ว่า จะนำพาประเทศไปสู่ความผาสุขอย่างยั่งยืนอยู่ได้ก็จะยังคงเป็นที่รักตลอดไป
ยังมั่นใจว่า วิกฤติของประเทศในขณะนี้จะต้องผ่านไปได้และจะได้รับการยอมรับจากสังคมทั้งในและต่างประเทศ
สรุป Learning Forum หัวข้อ Creative Thinking โดย อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ ในวันที่ 27 เมษายน 2553
สรุป Learning Forum หัวข้อ Mind Mapping โดย อาจารย์ธัญญา ผลอนันต์
สรุป Learning Forum หัวข้อ การวางแผนกลยุทธ์และการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดย อาจารย์ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ ในวันที่ 28 เมษายน 2553
สรุป Workshop
กลุ่ม 1
2. นึกถึง 2 สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง
กลุ่ม 2
2. นึกถึง 2 สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง
กลุ่ม 3
2. นึกถึง 2 สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง
กลุ่ม 4
2. นึกถึง 2 สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง
กลุ่ม 5
กลุ่ม 6
2. นึกถึง 2 สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง