Managing Oneself

คนที่จะประสบความสำเร็จในยุคของความรู้จะต้องรู้ว่าความเข้มแข็ง หรือความถนัดของตัวเองอยู่ที่ใด ค่านิยมของเราเป็นอย่างไร และเราจะทำได้งานให้ดีได้อย่างไร

บทความโดย Peter F. Drucker ปรมาจารย์ทางด้านการบริหารท่านนี้เป็นแนวคิดที่ดิฉันคิดว่าเป็นความจริง และมีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้แม้เขียนมาถึง 10 ปีแล้ว และแม้วันนี้ Peter F. Drucker ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่เราต้องยอมรับว่าท่านได้เข้าใจความเป็นมนุษย์ และเข้าใจในเรื่องของธุรกิจเป็นอย่างดี การที่เราจะเข้าใจความเข้มแข็งหรือความถนัดของเรานั้น เราต้องมีการวิเคราะห์ปฏิกิริยาตอบกลับ (Feedback Analysis) ต้องรู้ว่าตัวเราถนัดอะไร จะปรับปรุงให้ความถนัดของเราดีขึ้นได้อย่างไร รวมทั้งต้องวิเคราะห์ตัวเราเองว่าเรามีความหลงตัวเองในเรื่องอะไร หลังจากนั้น เราจำเป็นต้องหาทางแก้ไขพฤติกรรม หรือนิสัยที่ไม่ดีของเรา

สิ่งที่ท่านได้สะท้อนให้เราทราบก็คือ เราสามารถที่จะพัฒนาสิ่งที่เราถนัดให้ไปสู่ความเป็นเลิศได้ง่ายกว่าการที่เราจะพยายามทำในสิ่งที่เราไม่ชอบไม่ถนัดเพื่อให้มีความเก่งยิ่งขึ้น ดังนั้น เราจำเป็นต้องรู้ตัวเราเองว่าเราทำงานอะไรได้ดี เราเป็นคนที่ชอบการอ่าน หรือเป็นคนชอบฟัง ในการเรียนรู้ของเรา เราชอบที่จะเรียนรู้ด้วยการอ่าน การเขียน หรือการฟัง เราเป็นคนชอบทำงานเป็นทีม หรือชอบทำงานคนเดียว ถ้าเราเข้าใจตัวเราเองในความถนัดของเราแล้ว เราจงพัฒนาความเก่งของเราต่อไป จงอย่าพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง

สิ่งที่ต้องเข้าใจตัวเองอีกเรื่องหนึ่งคือ ต้องรู้ว่าเรายึดอะไรเป็นค่านิยม คนบางคนไปอยู่ในสังคม หรือสิ่งแวดล้อมที่ขัดกับค่านิยมความเชื่อของตัวเอง ซึ่งจะทำให้อึดอัดและก็อาจทำให้ทนไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับค่านิยมความเชื่อของเรา เราจะมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้น เราจะสามารถอุทิศตนและสร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งสังคมที่เราอยู่ และสร้างความพอใจและความสุขให้แก่ตัวของเราเองด้วย อย่างไรก็ตาม บางครั้งสิ่งที่เราทำได้ดี เพราะเรามีความถนัด และเราอาจประสบความสำเร็จจากสิ่งที่ทำนั้น แต่มันก็อาจไม่ใช่อะไรที่ตรงกับค่านิยมความเชื่อของเรา

สำหรับในการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้น บางคนอาจทำงานด้วยตัวเองให้สำเร็จได้ แต่คนโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะทำงานให้สำเร็จโดยต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งในการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จนั้น เราต้องเข้าใจหลักการ 2 ประการ ประการแรกคือ คนเรามีความเป็นปัจเจกชนทุกคน เพราะฉะนั้น เราต้องเคารพในความแตกต่างของกันและกัน ประการที่สอง คือ ต้องมีความรับผิดชอบในการสื่อสารทำความเข้าใจระหว่างกัน ถ้ามีการพูดคุยสื่อสารกันจะลดข้อขัดแย้งจากสิ่งที่คนเราเห็นแตกต่างกัน สำหรับเคล็ดลับของความสำเร็จในการทำงานร่วมกับผู้คนก็คือ การเข้าใจในผู้คนที่เราต้องทำงานด้วย ซึ่งการที่เราเข้าใจทุกคนจะทำให้เรารู้ว่าพวกเขามีความถนัดอะไร และการเข้าใจพวกเขา จะสามารถทำให้เรา สามารถให้พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาถนัดได้

สิ่งที่ Peter F. Drucker ได้ทำให้เราเกิดข้อคิดอีกเรื่องคือเราจะบริหารช่วงหลังของชีวิตเราอย่างไร คนส่วนใหญ่มักไม่ได้คิดถึงชีวิตหลังเกษียณจากงานประจำ มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่คิดถึงชีวิตหลังเกษียณ หากเราคิดถึงช่วงหลังของชีวิตเราหลังการเกษียณ เราก็ต้องมีการวางแผนมีการเตรียมการสำหรับงานที่สอง ซึ่งไม่ใช่ว่าเมื่อเราคิดจะเปลี่ยนไปทำงานที่สองตามที่เราได้วางแผนไว้แล้ว เราจะสามารถทำได้ทันที เราต้องมีการเตรียมการและลองปฏิบัติดู โดยต้องมีช่วงของการทดลองปฏิบัติยาวนานพอสมควร

สำหรับข้อคิดทิ้งท้ายก็คือการที่เราจะบริหารตัวเราเองได้ดี เราก็ต้องทำตัวเราเองให้เป็นคนทำงานที่มีความรู้ ต้องรู้จักคิดและวิเคราะห์ในการทำงาน ซึ่งไม่ใช่เป็นคนทำงานประเภทปฏิบัติงานตามที่ได้รับคำสั่งเท่านั้น

โดยภาวนา อังคณานุวัฒน์