สรุป Learning Forum หัวข้อ Creative Thinking โดย อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ ในวันที่ 27 เมษายน 2553
- ทุกท่านเป็น Creator (นักคิด) อยู่แล้ว เพราะเวลาสร้างโรงไฟฟ้า ต้องจินตนาการไปข้างหน้าก่อนแล้ววางแผน
- การมีความคิดสร้างสรรค์ ต้องเริ่มจากการคิดเชิงบวก
- สินค้าสมัยใหม่ต้องตอบโจทย์ Functional (ใช้ประโยชน์) และ Emotional (ด้านอารมณ์ ความสุขทางใจ)
- ควรพัฒนาพลังงานให้ตรงความต้องการของชาวบ้าน (ผู้ใช้) และตรงกับความต้องการในอนาคต
- ปัจจุบันนี้ ต้องการพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องสร้างความรู้สึกมีคุณค่าให้กับการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ความคิดสร้างสรรค์ต้องมีวิสัยทัศน์ มีความคิดสนับสนุน
- กระบวนการคิดและความคิดสร้างสรรค์ซื้อขายไม่ได้
- กฟผ.ยังเน้นกำลังการผลิตมากกว่านวัตกรรม จะกลายเป็น Make and Sell
- การเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่ใช่ในห้องเรียนแต่เป็นตอนที่มีความสุขที่สุด
- ต้องคิดถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย เหมือนเช่นการทำไนท์ซาฟารีในสิงคโปร์โดย ดร.โฮ ต้องการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ เขาได้ความคิดจากแบบสอบถามที่ถนนออร์ชาร์ด เขาทำอยู่บนพื้นฐานข้อมูล
- ต้องมองโอกาสเป็นตัวตั้ง
- กฟผ.ควรทำประชาพิจารณ์โดยหากลุ่มตัวอย่างคนในชุมชนแล้วนำเขามาให้ความรู้ จะได้มานั่งโหวตได้ถูก
- บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ เวลาคนแก่เจ็บป่วย ก็มีคนมาเฝ้าไข้ ลูกหลานเฝ้าเองก็ได้เงิน เงินมาจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แม้ไม่มีไฟฟ้าก็ตาม
- อย่ามุ่งส่งพลังงานไฟฟ้าไปอย่างเดียว
- อยากเห็น EGAT=ECO
- ประเทศไทยยังเป็นแค่ผู้รับจ้างผลิตโดยแรงงานราคาถูก กฟผ.ก็สร้างพลังงานให้โรงงานอุตสาหกรรม
- ไทยต้องก้าวไปสู่การเป็นผู้ออกแบบสินค้า
- Creative Economy เป็นเรื่องที่สภาพัฒน์ศึกษามาเป็น 10 ปี อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 แต่มันมาถึงไทยเร็วเกินไปและจำเป็นต้องใช้
- กฟผ.ก็เกี่ยวกับ Creative Economy ด้วย เพราะ Creative Economy ใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับคอมพิวเตอร์ และต้องไฟไม่ตก นี่เป็นงานของกฟผ.
- ควรคิดโครงการความคิดสร้างสรรค์กับกฟผ.กับสังคม มีการประกวดหาพลังงานหาพลังงานตามแหล่งท่องเที่ยวฟรี เช่น นำแผงพลังงานแสงอาทิตย์ไปวางแล้วเชื่อมต่อทำเป็นแท่นรูปนกชาร์ตไฟโน้ตบุ๊คหรือโทรศัพท์มือถือ
- ลักษณะทุนใหม่คือ วัฒนธรรม ศิลปะ วิถีชีวิต+ความคิดสร้างสรรค์=บริการ/สินค้า คุณค่าใหม่
- ในอนาคต ควรมีปั๊มไฟฟ้าสำหรับรถ
- ในการวัด performance ต้องมาจาก practical ไปสู่ practical
- กฟผ.ควรมีตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม มีการเปิดรับความคิดสร้างสรรค์จากทุกคน
- กฟผ.ควรรีแบรนด์โลโก้สีเขียวเน้นพลังงานสิ่งแวดล้อม
- ไอน์สไตน์ บอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ต้องเริ่มจากจินตนาการก่อน
- Creative Economy ต้องเริ่มถามทำไม เช่นทำไมไทยต้องเป็น Creative Economy เพราะไทยแพ้จากการเป็นผู้รับจ้างผลิต
- กฟผ.แม่เมาะควรร่วมมือกับน่าน ทำโครงการวันศุกร์เสาร์ดับไฟบ้าง (EGAT Unplug)
- ควรเน้น Value Chain ห่วงโซ่ของคุณค่า กฟผ.ควรลงทุนนวัตกรรม เช่น โครงการ CSR
- กฟผ.ควรประชาสัมพันธ์สื่อสารโครงการเพื่อสังคมให้มากขึ้น
- กฟผ.ควรให้โอกาสแก่บุคลากรคิดโครงการแล้วจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จเหมือนโอเชี่ยนปาร์คฮ่องกงได้ทำมาแล้ว
- Creative Industries เป็นการผสมผสานระหว่าง ศิลปะ+วัฒนธรรม+ธุรกิจ+เทคโนโลยี
- วันนี้ เราต้องการใช้ความคิดสร้างสรรค์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องมีความรู้ก่อนแล้วค่อยมีคิดสร้างสรรค์
- กฟผ.ควรร่วมมือกับคนลำปางทำท่อเซรามิค
- วัดและโบราณสถานมีสายไฟระโยงระยางมากมาย เวลาถ่ายรูปไม่สวย กฟผ.ควรจะเก็บสายไฟให้ดีไม่ให้ไปบดบังทัศนียภาพอาจจะไปอยู่ใต้ดินก็ได้ให้เหมือนพระราชวังแวร์ซาย เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวมามากขึ้น
- ที่เชียงใหม่ มีประเพณีการปล่อยโคมลอย กฟผ.ควรมีโคมไฟไม่มีลวด เวลาปล่อยโคมจะไม่ทำให้สายส่งเสียหายและไฟตก
- ควรทำน้อยแล้วมีมูลค่ามาก (Less is more.)
- Develop for today, sustain for tomorrow ทำสิ่งที่ต้องการอนุรักษ์ให้อยู่ในชีวิตประจำวันแล้วมันจะยั่งยืนไปสู่อนาคต
- กฟผ.ควรร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและสถาบันสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ
- ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากองค์ประกอบคือ
- มีผู้มีประสบการณ์มานั่งคุยกัน (Expertise)
- การคิดอย่างเป็นระบบ อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และเป็นกระบวนการ (Creative thinking skills)
- แรงจูงใจ (Motivation)
- ควรมีการพัฒนาบุคลากรด้านความคิดสร้างสรรค์ โรงเรียนควรทำเหมือนสิงคโปร์ลงทุนติดแอร์ให้ห้องเรียน เมื่อมีอากาศเย็นสบาย ความคิดสร้างสรรค์ก็จะเกิด
- กฟผ.ควรสร้างพื้นที่ส่งเสริมพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ เช่น พื้นที่ปลอดยุงริมน้ำปากอ่าว
- กฟผ.ควรเข้าใจชุมชนก่อนที่จะเข้าไปพัฒนาตามความต้องการของชุมชน (Sense & Response)
- กฟผ.ควรคิดแบบ Mass-customization
- กฟผ.ควรคิดแบบ Economy of Speed (Real-time) ลูกค้าต้องได้สินค้าทันที
- กฟผ.ควรคิด Niche energy, Niche market ตลาดใหม่ ผลิตพลังงานน้อยแต่คนอื่นก็มีความสุข