การต่อสู้ครั้งนี้ บทเรียนสำคัญคือภาวะผู้นำของแต่ละฝ่าย

วิกฤติทางการเมืองในวันนี้ของประเทศไทย ได้สร้างความเครียดความอึดอัดให้แก่คนไทยในวงกว้าง บ้างก็บอกว่ารัฐบาลควรต้องรอ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ชุมนุม อีกหลายคนก็มองว่าต้องเร่งปราบปรามบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อการร้ายไม่ทราบฝ่ายออกมาทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก วันนี้ ภาวะผู้นำของท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก จะเลือกตัดสินใจในการก้าวเดินหมากนี้อย่างไร ด้วยบุคลิกและความมุ่งมั่นตั้งใจ กอปรกับความสุขุมสุภาพของท่านนายกฯจากเหตุการณ์เดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว สามารถทำให้ท่านได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่ในปีนี้ หากท่านสุภาพจนเกินไปจนไม่สามารถจะขยับตัวทำอะไร ก็อาจทำให้คนรำคาญในความเชื่องช้า และจะทำให้คะแนนความพอใจที่มีต่อตัวท่านถดถอยลง

การที่มีความสามารถในการสื่อสารทำความเข้าใจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าท่านทำให้คนฟังรู้สึกว่ามีแต่การพูด แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า หรือก้าวหน้า คนก็จะรู้สึกเบื่อที่จะรับฟัง เพราะคนจะรู้สึกว่าสิ่งที่สื่อออกไปไม่มีประสิทธิผล วันนี้ท่านนายกฯ คงต้องทำให้คนทั่วไปเห็นว่าท่านมีการตัดสินใจ เพราะไม่เช่นนั้นคนก็จะพูดว่าสิ่งที่แย่ของผู้นำก็คือการไม่ตัดสินใจ โดยเฉพาะคนทั่วไปมักจะพูดกันว่า A wrong decision is much better than no decision.

ภาวนา อังคณานุวัฒน์