ฉันเดินทางกลับบ้านด้วยความอิ่ม และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
        จากบันทึก หนีเกมส์...ไปวัด
            อุปสรรค...หรือมาร
                 ดีใจจะได้บวช
                     กล่าวคำลา .`๏'- วันปฐมนิเทศ
        เมื่อส่งพี่ก้องเพื่ออยู่วัดก่อนบวชแล้ว  ต้องรีบเดินทางกลับบ้านเพื่อให้ทันไปรับน้องแก้ม  และน้องเกมส์ที่โรงเรียน  กลับถึงสระบุรี  ยังมีเวลาเหลือจึงแวะไปรับเอกสารการจบ ป.๖ ของพี่ก้อง  และไปหาอาจารย์เกื้อ  ที่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม  ที่พี่ก้องจะไปเรียนต่อ ม.๑  จะสอบถามว่าต้องทำอะไรบ้างเรื่องการมอบตัวของพี่ก้อง ซึ่ง อ.เกื้อบอกเดี๋ยวเป็นธุระให้หลานเอง  ไม่ต้องห่วง  เพื่อความรอบคอบขอเข้าไปคุยกับอาจารย์ก่อน  วันนั้นเป็นวันจับฉลากสำหรับเด็กในเขตที่สอบไม่ได้พอดี   ที่โรงเรียนจึงดูคึกคัก ทั้งผู้ปกครองและนักเรียน  เอกสารที่เตรียมไว้พร้อมแล้วคงขาดเพียงรูปถ่ายอย่างเดียว  จึงใช้รูปถ่ายใน ปพ.๑  ไปทำสำเนาอย่างง่ายดายในสมัยนี้  รูปที่ออกมาก็เหมือนรูปถ่ายทุกประการ  โดยไม่ต้องถ่ายจากตัวจริง
        เมื่อคุยกับ อาจารย์เกื้อ  เรียบร้อยแล้ว  อาจารย์ได้บอกว่าเดี๋ยวอาจารย์จะออกไปทำธุระก่อน  เมื่อเอกสารครบให้ฝากเจ้าหน้าที่  ที่โต๊ะข้างๆ  ที่ทำหน้าที่รับมอบตัวนักเรียนได้เลย...เมื่อทักทายและกล่าวลา  นำเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่  ที่ อาจารย์เกื้อฝากไว้ให้ดูให้  ทั้งต้นฉบับจริง  และสำเนา  เฮ้อ!  มารยังไม่หมดอีกจนได้ เมื่อยื่นเอกสารให้ จนท.หญิงสาวดู
        “ เอาตัวจริงมาทำไม  แล้วถ่ายเอกสารหรือยัง”   เสียงเครียดและดุดัน  ฉันรู้สึกขำกลิ้งๆจริงๆค่ะ  ขำที่ว่ามารมาอีกแล้ว 
        “ผมเอามาให้ตรวจครับ  ก็ในเอกสารบอกว่าให้นำเอกสารตัวจริงมาให้ตรวจสอบด้วย...แล้วคุณก็ตรวจดูก่อนสิครับ  ก่อนที่จะถามผม”  คุณพ่อคงเหนื่อยมาทั้งวัน จึงพูดเหมือนคล้ายโมโห ฉันเพียงสะกิดแขนเบาๆ  เป็นการเตือนว่าอย่าวู่วาม  หรืออารมณ์เสีย
        “ รูปนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ  ต้องใส่ชุดนักเรียน...“ คราวนี้ จนท.สาวหันมาบอกแบบว่า  ยังไงก็ไม่ได้ 
        “ตอนนี้เด็กไม่อยู่ครับเค้าอยู่ที่วัดจะบวชเณร  คงมาถ่ายรูปให้ไม่ได้  ใช้รูปนี้ก่อนได้มั้ย  ไว้ตอนเปิดเทอมจะนำรูปมาให้“ เสียงคุณพ่อตอบอย่างใจเย็นและสะกดอารมณ์ 
        “ไม่ได้ค่ะ ต้องเป็นรูปนักเรียนใส่ชุดของเรียนเท่านั้น“  จนท.สาวยังยืนยันแบบไม่ผ่อนปรนเหมือนจะเอาชนะคะคานกันให้ได้ 
        “แต่เด็กยังไม่มีเลขประจำตัวเลยนะครับ  มันเสียเวลาปักหลายรอบหรือเปล่า“  คุณพ่อยังแสดงความคิดเห็น  แบบจะให้เห็นใจ 
        “ไม่ได้ค่ะ  ยังไงก็ต้องรูปนักเรียนใส่ชุดของโรงเรียน“   จนท.สาว  ยังคงยืนกรานอย่างเดิมเท่านั้น  และดูท่าทางวันนี้คงไม่จบกันแน่  ฉันจึงสะกิดและดึงสามีออกมานอกห้อง  ทั้งที่ไม่อยากทำแบบนี้  ให้สามีโทรฯหา อาจารย์เกื้อ  อีกครั้ง  แต่โทรไม่ติด  ไม่เป็นไรยังมีอีกหลายท่านที่รู้จักกันดีแต่ไม่อยากรบกวนท่านเท่านั้นเอง  จึงโทรฯหา อาจารย์ต๊ะ  เป็นคำพูดที่ไม่อยากนำมากล่าวในที่นี้ ที่อาจารย์ต๊ะ บ่นให้ จนท.สาว ว่าอย่างไร  อาจารย์ต๊ะ บอกให้เอาเอกสารวางไว้ที่โต๊ะ  อาจารย์เกื้อ  เดี๋ยวจะจัดการให้หลานเอง...เป็นอันว่าเรื่องการมอบตัวของพี่ก้องก่อนกำหนดเสร็จเรียบร้อยด้วยดีแม้จะมีอุปสรรคบ้าง  แต่ฉันก็เข้าใจทุกอย่าง 
        สี่โมงเย็นพอดี  ไปรับ  น้องแก้มและน้องเกมส์ที่โรงเรียน  แล้วแอบเดินเลยไปยังเวทีที่จัดงาน ส่งพี่สู่ฟ้าใหม่ เวทีที่จัดอย่างสวยงาม  และฉันก็มองภาพออกว่า  เวลาคุณครูประกาศรายชื่อเรียกนักเรียนขึ้นไปรับใบประกาศ  หรือตอนที่เพื่อนๆ  ถ่ายรูปร่วมกัน  และเป็นประเพณี ของเด็กโรงเรียนนี้  ที่วันนี้พวกเขาจะเขียนเสื้อบอกความรัก  ความในใจของเขาและเพื่อนๆ  (แม้ฉันจะไม่เห็นด้วย)  ฉันได้แต่ยืนดูเวที  ที่เขาจัดงานไปเรียบร้อยแล้ว  เรียกว่ายืนน้ำตาซึม  ต้องขอบใจลูกมากๆที่ลูกไปบวชตามที่แม่บอก 

 

ปกติ...ภาพต้องเป็นอย่างนี้  ถ้าพี่ก้องได้ไปร่วมงาน

  

 

แต่วันนั้น...หลังจากส่งพี่ก้องที่วัดแล้วฉันอดมาดูเวทีหลังเลิกงานแล้ว...เป็นแบบนี้

  

         ๓ เมษายน ๒๕๕๓  เป็นวันขลิบและโกนผมนาค  อาบน้ำนาค  เทศน์สอนนาค และพิธีมอบผ้าไตร  ฉันต้องยอมรับว่าฉันได้เห็นพิธีเต็มๆก็วันนี้  ทั้งๆที่  พิธีกรรมเหล่านี้ฉันเคยพบเห็นมามากเมื่อก่อนที่มีการบวชนาค  เดี๋ยวนี้ฉันแทบจะไม่ค่อยได้เห็นเลย  จะไปร่วมงานบวชก็ตอนเย็นที่เขากินเลี้ยงกัน  หรือไม่ก็ตอนเช้าที่บวชนาคเข้าโบสถ์  เกิดมาฉันไม่เคยขลิบผมนาค  อาบน้ำนาค  ด้วยเป็นพิธีกรรมที่ผู้อาวุโสเท่านั้นที่จะทำได้  แต่วันนี้ฉันได้ทำพิธีกรรมเหล่านี้ทั้งหมดต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกของชีวิต  ฉันปลื้มปิติยิ่งนัก 
        เมื่อผู้ที่จะบวชในวันนี้ 249 คน  พร้อมแล้ว  ที่จะบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล  แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มาพร้อมกันที่หน้าหอกรรมฐานและลานศรีมหาโพธิ์   และหลวงปู่เดินทางมาถึง  เพื่อทำพิธีขลิบผมให้เป็นคนแรก  หลวงปู่ได้ถามว่า 
        มาถึงวันนี้แล้ว  มีใครไม่อยากบวชบ้างมั้ย  หรือว่าจะหนีบ้าง  เพราะมีคนเคยหนีออกนอกรั้วไปแล้วชาวบ้านพบจึงพามาส่งให้ที่วัด  ไหนมีมั้ยคนที่จะพาหนี  เพราะมันมีกันทุกรุ่น”   หลวงปู่ถามย้ำ  มีคนยกมือด้วย เมื่อหลวงปู่ถามซ้ำอีกว่าถ้าใครไม่อยากบวชก็ให้ไปคุยกับพ่อแม่อีกครั้ง  เกือบสิบคนที่ลุกออกมา  บางคนร้องไห้สะอึกสะอื้น  บางคนก็ถูกพ่อแม่ด่าซ้ำที่ไม่อดทนที่จะบวช  เมื่อคุยกันสักพักหลวงปู่ได้ให้ทุกคนได้กราบลาบิดา-มารดาและญาติพี่น้องที่จะบวชในครั้งนี้  สุดท้ายแล้วทุกคนก็กลับเข้าไปรวมหมู่กับเพื่อนๆทุกคน  และได้บวชทุกคน หลวงปู่เป็นคนแรกที่ขลิบผมให้แล้วตามด้วยพ่อ แม่ และญาติพี่น้องที่มาร่วมงานในครั้งนี้อย่างเป็นระเบียบแถว  หลังจากนั้นพระพี่เลี้ยงและญาติโยมผู้ชายที่โกนผมเก่งก็จะช่วยกันโกนผมให้กับผู้จะบวชทุกคน

 Dsc-0051

Dsc-0059 

       
          ๑๕.๐๐ น.  เป็นพิธีอาบน้ำนาค  ซึ่งญาติธรรมที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาของวัดรวมถึงพระเณรที่วัดช่วยกันจัดสถานที่  ไว้เรียบร้อยแล้ว  โอ่งน้ำตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ  หน้าโบสถ์  พร้อมเก้าอี้สำหรับทุกคน  ก่อนถึงพิธีอาบน้ำนาคญาติทุกคนได้นำน้ำอบน้ำหอมและดอกไม้มาโปรยปรายที่โอ่งน้ำทุกใบ  ดูสวยงาม  หลังจากนั้น  หลวงปู่ได้ทำพิธีพิจารณาน้ำ (บริกรรมคาถาอะไรหรือเปล่าฉันไม่อาจทราบได้  สังเกตเห็นหลวงปู่ใช้ขันตึกน้ำและยืนสงบนิ่งเล็กน้อยที่โอ่งน้ำทุกโอ่ง)  ผู้ที่จะบวชทุกคนเริ่มเดินทยอยกันมานั่งเก้าอี้ที่เตรียมไว้เรียงลำดับจากความสูงเป็นเด็กๆที่อายุตั้งแต่  ๘  ขวบขึ้นไป  ดูสวยงามยิ่งนัก

 

          พิธีอาบน้ำนาค  หลวงปู่เป็นคนทำพิธีคนแรก  ตามด้วยพระสงฆ์ในวัดทั้งหมด  อาบน้ำให้นาค  หลังจากนั้นหลวงปู่จะใช้แป้งทาที่ศีรษะโล้นๆทุกคน  น่าจะผสมสมุนไพรอะไรลงไปด้วย  เมื่อครบทุกคนแล้ว  พ่อ แม่  และญาติๆทุกคนก็เริ่มทยอยอาบน้ำให้นาคทุกคน (คิดว่าคงหนาวน่าดูกว่าญาติทุกคนจะอาบน้ำให้ครบทุกคน)

 

 

 

         ๑๘.๐๐ น.  พิธีเทศน์สอนนาค  โดย  หลวงปู่พุทธอิสระ  ทุกคนจะสวมชุดนาค (สบง สายรัดเอว  และสไบเฉียงสีขาว)  ตอนนี้เป็นภาพที่งดงาม  สะอาดตายิ่งนัก  ทุกคนนั่งพร้อมกันที่ศาลาแสดงธรรม  ญาติๆนั่งกันรอบๆในพื้นที่ที่เหลือ...การบวชในครั้งนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  หลวงปู่ได้เล่าให้ฟังระหว่างเทศน์สอนนาคถึงเรื่องเกี่ยวกับหาจีวรสำหรับการบวช  ว่าไม่จำเป็นต้องหาซื้อใหม่จะใช้จีวรเก่าที่พระใช้แล้วและลาสิกขาไป  ซึ่งถ้าไม่ขาดหลายรูจนถึงขนาดต้องปะชุน  ก็จะนำมาใช้  หลวงปู่ได้เล่าว่า  ย้อนไปในสมัยพุทธกาลที่ผู้ประสงค์บวชต้องสะสมเศษผ้าจากเศษผ้าต่าง ๆ กระทั้งผ้าห่อศพนำมาตัดเย็บเป็นจีวร  แต่นี่เป็นเพียงจีวรเก่าประสาอะไรจึงจะใช้การไม่ได้   และมีอีกจำนวนหนึ่งที่มีผู้ประสงค์จะหามาถวายเมื่อมีการบอกบุญไป   และชุดนาคที่ใส่กันวันนี้ถ้าใครไม่เอาก็จะนำมาย้อมสีกรัก  ทำเป็นสบงต่อไป สำหรับบาตรก็เป็นบาตรเหล็กที่ญาติธรรมนำมาทำบุญ  การเตรียมอัฐบริขารก่อนบวช ในบันทึกของหนานเกียรติได้กล่าวไว้อย่างละเอียด
        ๑๙.๐๐ น.   พิธีมอบผ้าไตร  โดย  ประธานฝ่ายฆราวาส

        ๔  เมษายน  ๒๕๕๓  เวลา ๐๖.๓๐ น. เป็นพิธีถวายผ้าไตรและบาตร และ พิธีบรรพชาและอุปสมบทหมู่  โดยพ่อ แม่  หรือญาติ  ซึ่งมีเจ้าคณะจังหวัดนครปฐมเป็นพระอุปัชฌาย์  หลังเลี้ยงเพลฉลองพระใหม่  มีพิธีตักบาตอาหารแห้งสำหรับพระและเณรใหม่ทุกรูป   เมื่อเสร็จกิจศาสนพิธีได้พูดคุยกับเณรใหม่เล็กน้อย  ฉันจึงเดินทางกลับบ้านด้วยความอิ่มบุญ  และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก  หลังบวช ๑๐ วันไปแล้วทางวัดจึงจะอนุญาตให้ผู้ปกครองหรือญาติเยี่ยมพระเณรได้  ถึงตอนนั้นฉันไม่มีกังวลใดๆแล้ว  คิดว่าเณรต้องปรับตัวได้แน่ๆ
 

พิธีบรรพชาและอุปสมบทหมู่

Dsc-0410 Dsc-0414

ตักบาตอาหารแห้ง

  

สามเณรก้อง

 

        ขอขอบคุณพี่น้องชาว Gotoknow ทุกท่านที่ร่วมอนุโมทนาในครั้งนี้ค่ะ