แนะจนอย่างมีความสุขต้องคิดดีทำดี
แนะจนอย่างมีความสุขต้องคิดดีทำดี
17 เมษายน 2553 - 00:00
นักวิชาการเผยผลวิจัย 100 ครอบครัวจนแต่มีความสุข ต้องคิดดี คิดนอกกรอบตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลจากการศึกษาครอบครัวยากจน 100 ครอบครัว ซึ่งมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ อาทิ เกษตรกร รับจ้าง ขับรถบรรทุก ภารโรง โดยทำการสำรวจครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนครอบครัวละ 10,825 บาท ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่า แต่ละครอบครัวมีรายจ่ายประมาณ 8,722 บาท และยังมีหนี้สินเฉลี่ยครอบครัวละ 46,000 บาทต่อเดือน แต่จากการสำรวจปรากฏว่า ครอบครัวเหล่านี้เป็นครอบครัวที่มีความสุขแม้จะมีฐานะยากจน ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ครอบครัวเหล่านี้มีความสุข ได้แก่ 1.ครอบครัวมีชีวอำนาจคือ มีวิธีคิดนอกกรอบ ไม่ทำตามความเชื่อหรือมีค่านิยมแบบผู้อื่นทำให้ไม่ถูกครอบโดยระบบทุนนิยม 2.คิดดี คิดที่จะทำให้ชีวิตตัวเองดำเนินไปอย่างมีความสุข และความสุขนั่นคืออยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี ไม่ดื้อ ช่วยพ่อแม่ทำงาน
สำหรับปัจจัย 3.มีการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายง่ายๆ ของครอบครัว 4.มีหลักการบริหารการจัดการทั้งเรื่องเวลา เงิน ความสัมพันภายในครอบครัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต 5.การปฏิบัติความธรรมดาให้ไม่ธรรมดา สอนลูกหลานให้เป็นคนดี มีวาทกรรมในการสอนลูก ฯลฯ
"จากการสำรวจพบว่าครอบครัวส่วนใหญที่ปฏิบัติตามปัจจัยทั้ง 5 ประการกว่าร้อยละ 80 เป็นครอบครัวที่มีความสุข เนื่องจากลูกได้รับการศึกษาที่ดี จึงทำให้มีโอกาสทำงานที่ดี ทำให้บริหารครอบครัวให้มีความสุข และในอนาคตสามารถหลุดพ้นความยากจนได้ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 20 ถือว่ายังไม่หลุดพ้นจากความยากจนและไม่มีความสุข เพราะบางครอบครัวยังดื่มสุรา สูบบุหรี่ และเล่นการพนัน ทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก ดังนั้น การที่รัฐบาลมีมาตรฐานการจัดการหนี้สินของครอบครัวยากจนเป็นเรื่องที่ดี และหากจะทำให้ครอบครัวยากจนหลุดพ้นจากความจนได้ คนในครอบครัวต้องคิดเป็น คิดได้ และคิดจากเรื่องธรรมดา ยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และต้องลดละอบายมุข
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จุฬาฯ ได้ทำการรวบรวมผลงานบทความทางวิชาการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมารวมเล่มจำนวน 100 เรื่อง ภายใต้โครงการฟอรั่มปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อฉลองจุฬาฯ ครบรอบ 100 ปี โดยตั้งให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า แนวทางการปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศ
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลจากการศึกษาครอบครัวยากจน 100 ครอบครัว ซึ่งมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ อาทิ เกษตรกร รับจ้าง ขับรถบรรทุก ภารโรง โดยทำการสำรวจครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนครอบครัวละ 10,825 บาท ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่า แต่ละครอบครัวมีรายจ่ายประมาณ 8,722 บาท และยังมีหนี้สินเฉลี่ยครอบครัวละ 46,000 บาทต่อเดือน แต่จากการสำรวจปรากฏว่า ครอบครัวเหล่านี้เป็นครอบครัวที่มีความสุขแม้จะมีฐานะยากจน ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ครอบครัวเหล่านี้มีความสุข ได้แก่ 1.ครอบครัวมีชีวอำนาจคือ มีวิธีคิดนอกกรอบ ไม่ทำตามความเชื่อหรือมีค่านิยมแบบผู้อื่นทำให้ไม่ถูกครอบโดยระบบทุนนิยม 2.คิดดี คิดที่จะทำให้ชีวิตตัวเองดำเนินไปอย่างมีความสุข และความสุขนั่นคืออยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี ไม่ดื้อ ช่วยพ่อแม่ทำงาน
สำหรับปัจจัย 3.มีการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายง่ายๆ ของครอบครัว 4.มีหลักการบริหารการจัดการทั้งเรื่องเวลา เงิน ความสัมพันภายในครอบครัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต 5.การปฏิบัติความธรรมดาให้ไม่ธรรมดา สอนลูกหลานให้เป็นคนดี มีวาทกรรมในการสอนลูก ฯลฯ
"จากการสำรวจพบว่าครอบครัวส่วนใหญที่ปฏิบัติตามปัจจัยทั้ง 5 ประการกว่าร้อยละ 80 เป็นครอบครัวที่มีความสุข เนื่องจากลูกได้รับการศึกษาที่ดี จึงทำให้มีโอกาสทำงานที่ดี ทำให้บริหารครอบครัวให้มีความสุข และในอนาคตสามารถหลุดพ้นความยากจนได้ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 20 ถือว่ายังไม่หลุดพ้นจากความยากจนและไม่มีความสุข เพราะบางครอบครัวยังดื่มสุรา สูบบุหรี่ และเล่นการพนัน ทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก ดังนั้น การที่รัฐบาลมีมาตรฐานการจัดการหนี้สินของครอบครัวยากจนเป็นเรื่องที่ดี และหากจะทำให้ครอบครัวยากจนหลุดพ้นจากความจนได้ คนในครอบครัวต้องคิดเป็น คิดได้ และคิดจากเรื่องธรรมดา ยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และต้องลดละอบายมุข
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จุฬาฯ ได้ทำการรวบรวมผลงานบทความทางวิชาการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมารวมเล่มจำนวน 100 เรื่อง ภายใต้โครงการฟอรั่มปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อฉลองจุฬาฯ ครบรอบ 100 ปี โดยตั้งให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า แนวทางการปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศ
จากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับประจำวันที่ 17 เมษายน พศ.2553