ลูกลืมพ่อแม่ กระแตลืมป่า หมาลืมเจ้าของ อย่าเข้าใกล้ "ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี"

 

 

สงกรานต์วันโฮมญาติประกาศความกตัญญู

       ความสำคัญวันสงกรานต์ไม่ใช่นัยเพียงสาดน้ำ สนุกสนานกับดื่มกินในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น แต่ที่แฝงลึกลงไปเป็นประเพณีที่สร้างความกตัญญู ต่อบุพการี พระในบ้านคือพ่อแม่ ที่เป็นพรหมของบุตรต่างรอ หวังที่จะเห็นลูกหลานกลับมาเยี่ยมสักครั้งในรอบปี การเห็นลูกกลับมาบ้านพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นยาวิเศษสุดที่พ่อแม่ทุกคนต้องการ เป็นความสุขความอบอุ่นที่อยู่ในวงล้อมของลูกหลาน หลังจากที่ทั้งปีจะมีเพียงสองตายายที่ดูแลกันและกัน โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ลูกมีหน้าที่การงานต้องโยกย้ายไปตามภารกิจ ลูกจึงอยู่ห่างท่านทำให้ท่านโดดเดี่ยว เหงา รอความหวัง แม้ท่านจะมีเงิน มีทรัพย์สินที่เลี้ยงตนเองได้อย่างไม่อดอยาก แต่สิ่งที่ท่านขาดก็คือการได้รับการปฏิบัติตอบแทนบุญคุณของลูก

 

        ผู้เขียนได้รับข้อคิดจากเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเขาปฏิบัติต่อพ่อแม่ด้วยความกตัญญู แม้จะอยู่ห่างจากพ่อซึ่งอยู่ไกลมากแต่เขาจะทำหน้าที่ลูกโดยให้ท่านรู้สึกว่าท่านไม่ถูกทอดทิ้ง โดยการโทรศัพท์พูดคุยกับท่านเสมือนอยู่ด้วยกัน เมื่อมีเวลาก็ชวนน้องชายขับรถไปเยี่ยมท่าน เขาถามผู้เขียนว่าไปเยี่ยมพ่อแม่บ่อยไหม ก็ตอบว่าเฉลี่ยเดือนละครั้ง เขาบอกว่าน้อยเกินไป เพราะระยะทางไม่ไกล ประมาณ 70 กิโลเมตร ทำให้ผู้เขียนได้ข้อคิดประกอบกับวันหนึ่งน้องชายที่สร้างบ้านอยู่ข้างๆ บ้านท่าน ก็โทรศัพท์มาบอกความในใจท่านว่าลูกเราไปไหนหมด ไม่เห็นโทรติดต่อบ้าง การปฏิบัติต่อพ่อแม่เราต้องทำหน้าที่ เหมือนที่ท่านกระทำต่อเราเหมือนกับที่เราเป็นเด็ก เพื่อนคนดังกล่าวยังเล่าเรื่องของเพื่อนหญิงของเขาคนหนึ่งว่าการที่เธอปฏิบัติต่อเพื่อนของผู้เขียนโดยการเอาใจสารพัด ตักอาหารป้อน อยากกินอะไรก็หามาให้กิน เสื้อผ้าก็หาแบบมียี่ห้อดีๆ ให้ใส่ แต่เมื่อเธอกลับบ้านไปดูแลพ่อที่ป่วยกลับเขินอายที่จะป้อนข้าวให้พ่อ ไม้กล้าแม้จะกอดบอกรักพ่อ กลับกันคนอื่นที่ยังไม่รู้ว่าเขาจะรักเรามากเพียงใดกลับปฏิบัติต่อเขาสารพัดเพื่อจะครองใจเขา แต่บิดาผู้มีพระคุณที่มีความรักต่อเธอมากล้นกลับถูกละเลย เขาบอกสิ่งใกล้ตัวมักจะไม่เห็นคุณค่า แต่เมื่อเสียไปจึงจะสำนึกแต่มันก็สายเกินไป

      ผู้เขียนพ่อแม่ยังอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับพวกเรา เป็นครอบครับลูกดก 6 คน  ชาย 4 คน หญิง 2 คน จากเราไปหนึ่งคนเป็นน้องชายคนเล็กซึ่งเป็นตำรวจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพ่อเป็นคนที่มองไกลให้โอกาสส่งเสียพวกเราเรียนหนังสือ จนได้มีหน้าที่การงานเป็นข้าราชการถึง 4 คน มีเพียงสองคนที่เขาเลือกที่จะไม่เรียนต่อ ซึ่งพ่อก็สอนให้เขาเป็นนายฮ้อย(พ่อค้า) ทั้งสองคนจึงอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่มากกว่าผู้ที่รับราชการ ผู้เขียนเป็นลูกคนโตจึงทำหน้าที่ประสานกับน้องทุกคน เราสัญญากันว่าหนึ่งปีเราต้องพบกันอย่างน้อย 2 ครั้ง คือวันปีใหม่กับวันสงกรานต์ สงกรานต์ปีนี้เราได้นัดหมายกันวันที่ 15 เมษายน2553 เหตุที่ต้องวันนี้เพราะว่าน้องชายคนที่ 3 ต้องจัดงานแต่งงานลูกสาวคนโตของเขา ปกติทุกปีเราจะจัดวันที่ 14 ผู้เขียนจะเป็นผู้พาน้องๆ ล้างเท้าให้ท่าน รดน้ำขอพร ปีนี้ได้ข้อคิดจากเพื่อนว่าการกอดให้ความรู้สึกที่ดี จึงพาน้องกอดพ่อแม่ ทำให้พ่อมีความสุขใจที่ลูกปฏิบัติต่อท่านด้วยความกตัญญู ท่านร้องให้กอดลูดอย่างมีความสุข ผู้เขียนกอดแม่ตื้นตันใจร้องให้อย่างไม่อายใคร ลูกและพ่อแม่ร้องไห้กอดกัน เป็นมหัศจรรย์ของการกอด ในปีนี้มีพ่อแม่ของภรรยาน้องชายคนที่ 4 ซึ่งเป็นตำรวจมีพ่อตาเป็นครูแต่ท่านเป็นข้าราชการบำนาญท่านมาร่วมกิจกรรมทำให้ท่านประทับใจและบอกกับพวกเราว่าวันสงกรานต์ท่านจะมาร่วมกับครอบครัวเราในปีต่อๆ ไป

       ท่านใดที่จัดกิจกรรมวันสงกรานต์แล้วประทับใจก็กรุณาบอกเล่าต่อด้วยจะได้นำไปสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับพ่อแม่ บางครั้งการได้เห็น การได้ยิน การได้สัมผัส ก็ได้เรียนรู้อย่างมีคุณค่า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านความประทับใจในครอบครัวของเรา